อ้วนหรือผอมก็เสี่ยง! ไขมันในเลือดสูง ต้นเหตุโรคหัวใจ
รูปร่างภายนอกไม่ได้บอกระดับไขมันที่อยู่ในกระแสเลือดทั้งหมด คนรูปร่างผอม น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ หรือแม้แต่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็สามารถตรวจพบภาวะไขมันในเลือดสูงได้เช่นเดียวกัน เพราะระดับไขมันในเลือดยังเกี่ยวข้องกับอาหาร พันธุกรรม อายุ โรคประจำตัว ยาบางชนิด รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอื่น ๆ
สิ่งที่ควรระวังคือ ภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก หากปล่อยให้ระดับไขมันบางชนิดสูงต่อเนื่อง อาจมีส่วนทำให้เกิดการสะสมของคราบไขมันบริเวณผนังหลอดเลือด หลอดเลือดตีบแคบลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจและ หัวใจขาดเลือด ได้
Key Takeaway
- ไขมันในเลือดสูงเกิดได้ทั้งคนอ้วนและคนผอม เพราะระดับไขมันในเลือดไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักหรือรูปร่างเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับอาหาร พันธุกรรม อายุ โรคบางชนิด ยาบางประเภท และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- ผอมและออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง หากมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น มีประวัติคนในครอบครัวไขมันในเลือดสูง กินอาหารไขมันอิ่มตัวสูงเป็นประจำ หรือมีโรคบางชนิด
- LDL สูงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรระวัง เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบไขมันในผนังหลอดเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่หลอดเลือดตีบและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหัวใจขาดเลือด
- ภาวะไขมันในเลือดสูงส่วนใหญ่มักไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน การตรวจเลือดจึงเป็นวิธีสำคัญในการรู้ระดับ Total Cholesterol, LDL, HDL และ Triglyceride ของตัวเอง
- การดูแลสุขภาพหัวใจไม่ควรดูเพียงตัวเลขบนเครื่องชั่ง แต่ควรดูทั้ง อาหาร การออกกำลังกาย การไม่สูบบุหรี่ การตรวจสุขภาพ และการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ควบคู่กัน
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

ไขมันในเลือดสูง ทำไมคนผอมก็เป็นได้?
หลายคนอาจมองคนรูปร่างผอมแล้วรู้สึกว่า “สุขภาพดีแน่นอน” ขณะที่คนมีน้ำหนักเกินมักถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ต้องระวังไขมันในเลือดสูงมากกว่า แต่ความจริงแล้ว น้ำหนักตัวเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยเท่านั้น
สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกระหว่าง ไขมันที่สะสมตามร่างกาย กับ ระดับไขมันที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด เพราะเป็นคนละเรื่องกัน จึงเป็นไปได้ที่คนรูปร่างผอมจะมีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรสรุปจากรูปร่างเพียงอย่างเดียวว่าคนที่มีน้ำหนักเกินจะต้องมีไขมันในเลือดสูงเสมอไป
ผอม ไม่ได้แปลว่าไขมันในเลือดจะปกติเสมอไป
ภาวะไขมันในเลือดสูง หรือ Dyslipidemia เป็นภาวะที่ระดับไขมันบางชนิดในเลือดผิดปกติ เช่น LDL Cholesterol สูง ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือ HDL Cholesterol ต่ำ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาเป็นรูปร่างภายนอกให้เห็นได้ง่าย ๆ
นั่นหมายความว่า คนที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ ใส่เสื้อไซซ์เล็ก ไม่มีพุง หรือดูฟิตจากภายนอก ก็อาจมีผลตรวจเลือดที่พบ LDL หรือไตรกลีเซอไรด์สูงได้
สาเหตุหนึ่งคือระดับไขมันในเลือดไม่ได้ถูกกำหนดจากปริมาณไขมันใต้ผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างและกำจัดไขมันของร่างกาย รวมถึงปัจจัยด้านพันธุกรรมและสุขภาพโดยรวมด้วย
ตัวอย่างเช่น บางคนมีประวัติคนในครอบครัวมีระดับคอเลสเตอรอลสูง แม้เจ้าตัวจะควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอยู่เสมอ ก็ยังอาจมีความเสี่ยงจากพันธุกรรมได้ หรือบางคนดูผอมเพราะกินอาหารในปริมาณไม่มาก แต่เมนูที่กินเป็นประจำกลับมีไขมันอิ่มตัว น้ำตาล หรืออาหารแปรรูปสูง ก็อาจส่งผลต่อระดับไขมันในเลือดได้เช่นกัน
ดังนั้น การประเมินสุขภาพจาก BMI น้ำหนัก หรือรอบเอวอย่างเดียวจึงอาจยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อต้องการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
ออกกำลังกายทุกวัน ก็ไม่ได้แปลว่าจะตัดความเสี่ยงได้ทั้งหมด
การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยควบคุมน้ำหนัก เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย และมีส่วนช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อออกกำลังกายแล้วจะสามารถตัดปัจจัยเสี่ยงอื่นออกไปได้ทั้งหมด
ลองนึกถึงคนที่วิ่งหรือเข้าฟิตเนสสม่ำเสมอ แต่หลังออกกำลังกายกินอาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน เบเกอรี่ ของหวาน หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ หากได้รับพลังงานและไขมันบางประเภทมากเกินความต้องการต่อเนื่อง ก็ยังควรระวังระดับไขมันในเลือด
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจแก้ไม่ได้ เช่น พันธุกรรม อายุ ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคเบาหวาน โรคไต หรือผลจากยาบางประเภท จึงไม่ควรใช้ประโยคว่า “เราออกกำลังกายอยู่แล้ว” เป็นเหตุผลในการข้ามการตรวจสุขภาพหรือไม่สนใจเรื่องอาหาร
การออกกำลังกายยังคงเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ดี เพียงแต่ควรทำควบคู่กับการกินอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อน การไม่สูบบุหรี่ และการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม
หากผลตรวจสุขภาพมีตัวเลข LDL และ HDL แล้วไม่แน่ใจว่าต่างกันอย่างไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไขมันดี HDL และไขมันร้าย LDL ต่างกันอย่างไร? ค่าปกติเท่าไร และใครควรระวัง
สาเหตุของไขมันในเลือดสูง ไม่ได้มีแค่ความอ้วน
ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว โดยปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะไขมันในเลือดสูง ได้แก่
-
พันธุกรรมและประวัติครอบครัว
หากพ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวมีประวัติไขมันในเลือดสูงหรือโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่อายุน้อย ควรแจ้งแพทย์เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง เพราะความผิดปกติของการเผาผลาญคอเลสเตอรอลบางประเภทสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ -
อาหารที่กินเป็นประจำ
การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์มากเป็นประจำ เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทอด เบเกอรี่บางชนิด และอาหารแปรรูปบางประเภท อาจส่งผลต่อระดับ LDL ได้ นอกจากนี้ การกินอาหารหวาน น้ำหวาน หรือคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไปก็อาจเกี่ยวข้องกับระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้น จึงไม่ควรมองเฉพาะอาหารที่มีคำว่า “มัน” เท่านั้น -
การไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย
การใช้ชีวิตแบบนั่งเป็นเวลานานและออกกำลังกายน้อย อาจส่งผลต่อน้ำหนัก การเผาผลาญพลังงาน และสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด -
โรคหรือภาวะสุขภาพบางอย่าง
เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ หรือความผิดปกติของการเผาผลาญไขมัน ซึ่งอาจทำให้ระดับไขมันในเลือดผิดปกติได้ -
อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการเผาผลาญและกำจัดไขมันของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลง ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในบางคน -
ยาบางประเภท
ยาบางชนิดอาจมีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์ ผู้ที่ใช้ยาเป็นประจำจึงไม่ควรหยุดยาเอง แต่สามารถสอบถามแพทย์ว่าจำเป็นต้องติดตามระดับไขมันหรือไม่ -
การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นในบางคน
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบไหน หากมีปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องไขมันในเลือด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และอาหารที่ควรระวังได้ที่ ไขมันในเลือดสูง อาการแสดงเป็นอย่างไร ห้ามกินอะไรและกินอะไรดี
น้ำหนักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพสุขภาพทั้งหมด การรู้ระดับไขมันในเลือดจริงจากการตรวจสุขภาพจึงมีประโยชน์มากกว่าการประเมินจากรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียว

ไขมันในเลือดสูง เกี่ยวอะไรกับโรคหัวใจและหัวใจขาดเลือด?
เหตุผลที่เราควรสนใจไขมันในเลือด ไม่ใช่เพราะตัวเลขบนใบผลตรวจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะระดับไขมันบางชนิดที่ผิดปกติอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดในระยะยาว และเมื่อหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้รับผลกระทบ ก็อาจนำไปสู่โรคหัวใจที่รุนแรงได้
จากไขมันในเลือดสูง สู่หลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างไร?
หนึ่งในค่าที่มักถูกพูดถึงมากที่สุดคือ LDL Cholesterol ซึ่งมักเรียกกันว่า “ไขมันไม่ดี” หรือ “ไขมันร้าย”
เมื่อ LDL ในเลือดสูงเป็นเวลานาน อาจมีการสะสมของคอเลสเตอรอลบริเวณผนังหลอดเลือด และเกิดกระบวนการที่นำไปสู่คราบพลัค ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งและช่องภายในหลอดเลือดแคบลง
LDL ในเลือดสูงต่อเนื่อง
↓
คอเลสเตอรอลสะสมบริเวณผนังหลอดเลือด
↓
เกิดคราบพลัคและหลอดเลือดตีบแคบ
↓
เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง
↓
เพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจขาดเลือด
ลองนึกภาพถนนที่เดิมมีพื้นที่ให้รถวิ่งได้หลายเลน แต่เมื่อมีสิ่งกีดขวางสะสมอยู่ด้านข้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่องทางจราจรก็แคบลง การไหลผ่านจึงทำได้ยากขึ้น
หลอดเลือดก็คล้ายกัน เมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดและออกซิเจนที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายต้องออกแรง เช่น เดินเร็ว วิ่ง ขึ้นบันได หรือออกกำลังกาย จึงอาจเกิดภาวะ หัวใจขาดเลือด
ในบางกรณี หากคราบพลัคแตกและเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการควบคุมไขมันในเลือดจึงไม่ได้เป็นเรื่องของคนอ้วนเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพหัวใจสำหรับทุกคน
อาการหัวใจขาดเลือด มีสัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม?
ภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่ทำให้เรารู้สึกเจ็บหรือมีอาการในชีวิตประจำวัน จึงอาจดำเนินอยู่เป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดปัญหาที่หลอดเลือดหรือหัวใจ อาการหัวใจขาดเลือด ที่ควรสังเกต เช่น
- เจ็บ แน่น หรือรู้สึกเหมือนถูกกดทับบริเวณกลางหน้าอก
- อาการเจ็บอาจร้าวไปยังแขน ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
- เหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะขณะออกแรง
- หายใจไม่สะดวกหรือหายใจสั้น
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- คลื่นไส้ หน้ามืด หรือรู้สึกจะเป็นลม
หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงหรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีหายใจลำบาก เหงื่อแตก หน้ามืด หรืออาการร้าวไปแขน คอ หรือกราม ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
สำหรับรายละเอียดเรื่องสาเหตุ สัญญาณเตือน และการดูแล สามารถอ่านต่อได้ที่ โรคหัวใจขาดเลือด ภัยเงียบใกล้ตัว สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันที่ควรรู้
LDL, HDL และ Triglyceride ตัวเลขไหนควรสนใจ?
เมื่อไปตรวจสุขภาพ เรามักไม่ได้เห็นคำว่า “ไขมันในเลือด” เป็นตัวเลขเพียงค่าเดียว แต่จะพบหลายค่าที่ใช้ประกอบกันในการประเมิน เช่น
| ค่าที่ตรวจ | คืออะไร | ทำไมจึงควรสนใจ |
|---|---|---|
| Total Cholesterol | ปริมาณคอเลสเตอรอลรวมในเลือด | เป็นหนึ่งในตัวเลขที่ใช้ประกอบการประเมินสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด |
| LDL Cholesterol | ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย | เมื่อมีมากเกินไปสัมพันธ์กับการสะสมคอเลสเตอรอลบริเวณผนังหลอดเลือด จึงเป็นค่าที่แพทย์ให้ความสำคัญในการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด |
| HDL Cholesterol | มีบทบาทในการนำคอเลสเตอรอลส่วนเกินกลับไปยังตับเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย | ระดับ HDL ที่เหมาะสมมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ดีขึ้น |
| Triglyceride | ไขมันอีกชนิดหนึ่งที่ร่างกายใช้เป็นแหล่งพลังงาน | หากมีระดับสูง เป็นอีกปัจจัยที่ควรได้รับการประเมินร่วมกับ LDL, HDL และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ |
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ตัวเลขค่าเดียวตัดสินว่าตัวเองปลอดภัยหรือเสี่ยงแค่ไหน เพราะเป้าหมายของ LDL อาจแตกต่างกันตามความเสี่ยงของแต่ละบุคคล เช่น อายุ การสูบบุหรี่ ความดันโลหิต เบาหวาน โรคไต ประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงประวัติครอบครัว จึงควรให้แพทย์ประเมินผลตรวจร่วมกับปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ มากกว่าการดูเพียงว่าตัวเลขมีเครื่องหมาย H หรือ L หรือไม่
สิ่งที่เชื่อมไขมันในเลือดสูงกับโรคหัวใจไม่ได้อยู่ที่รูปร่าง แต่อยู่ที่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในหลอดเลือด การควบคุมระดับไขมันและปัจจัยเสี่ยงอื่นจึงช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตได้

ไขมันในเลือดสูง ควรกินอะไร และควรระวังอาหารแบบไหน?
เรื่องอาหารไม่จำเป็นต้องจบด้วยการ “งดไขมันทุกอย่าง” เพราะร่างกายยังต้องการไขมันเพื่อทำหน้าที่หลายอย่าง สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือกชนิดของไขมัน ปริมาณอาหาร และรูปแบบการกินโดยรวมให้เหมาะสม
อาหารที่ควรลด หากไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงไขมันในเลือดสูง
-
เนื้อสัตว์ติดมันและหนังสัตว์
หมูสามชั้น เนื้อสัตว์ติดมัน หนังไก่ และอาหารที่มีไขมันสัตว์สูง เป็นแหล่งของไขมันอิ่มตัว หากกินในปริมาณมากเป็นประจำอาจทำให้ระดับ LDL เพิ่มขึ้นได้ วิธีง่าย ๆ คือเลือกเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน เลาะหนังออก และสลับกินปลา เต้าหู้ หรือโปรตีนจากพืชในบางมื้อ -
ของทอดและอาหารไขมันสูง
ไก่ทอด หมูทอด มันฝรั่งทอด หรืออาหารที่ผ่านการทอดเป็นประจำ มักให้ทั้งพลังงานและไขมันสูง โดยเฉพาะหากใช้น้ำมันซ้ำหรือเป็นอาหารแปรรูป ลองสลับวิธีปรุงเป็นต้ม นึ่ง ย่าง หรืออบให้บ่อยขึ้น ก็ช่วยลดปริมาณไขมันจากการประกอบอาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเมนูทั้งหมด -
เบเกอรี่และขนมบางประเภท
เค้ก คุกกี้ พาย โดนัท และเบเกอรี่บางชนิดอาจมีทั้งน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว หรือไขมันทรานส์ จึงควรดูทั้งปริมาณและความถี่ในการกิน -
เครื่องดื่มหวานและของหวาน
บางคนไม่ค่อยกินของมัน แต่ดื่มชา กาแฟใส่น้ำตาล น้ำอัดลม หรือน้ำหวานเป็นประจำ ซึ่งน้ำตาลและพลังงานส่วนเกินก็อาจมีส่วนทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น การดูแลไขมันในเลือดจึงไม่ใช่แค่ “ลดของมัน” แต่ต้องระวัง “ของหวาน” ควบคู่กันด้วย -
อาหารแปรรูป
ไส้กรอก เบคอน แฮม อาหารสำเร็จรูป และอาหารแปรรูปบางประเภทอาจมีไขมันอิ่มตัว โซเดียม และพลังงานสูง การลดความถี่และหันมาเลือกอาหารสดมากขึ้นจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการดูแลสุขภาพระยะยาว
ควรกินอะไร เพื่อดูแลระดับไขมันและสุขภาพหัวใจ?
การกินเพื่อสุขภาพหัวใจไม่จำเป็นต้องเป็นเมนูพิเศษหรือราคาแพง แต่อาจเริ่มจากการปรับอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น
- เลือกปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนจากพืช
- เพิ่มผักให้หลากหลายและกินเป็นประจำ
- เลือกผลไม้สดในปริมาณเหมาะสมแทนขนมหวาน
- เลือกธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต หรือโฮลเกรน
- เลือกไขมันไม่อิ่มตัวจากถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันพืชที่เหมาะสม
- ลดอาหารทอด อาหารแปรรูป และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
- ลดเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล
- ควบคุมปริมาณอาหารโดยรวมให้เหมาะกับกิจกรรมและความต้องการพลังงาน
หลายคนอาจสงสัยว่า “ถ้าไขมันในเลือดสูง ผลไม้ก็กินไม่ได้หรือเปล่า?” ความจริงผลไม้ยังเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่บางชนิดอาจมีน้ำตาลหรือพลังงานสูง จึงควรเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงหรือมีภาวะสุขภาพอื่นร่วมด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินผลไม้อะไร? เลือกกินอย่างไรให้เหมาะกับสุขภาพ
นอกจากเรื่องอาหาร ต้องดูแลอะไรอีก?
การปรับอาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยง โรคหัวใจ การดูแลให้ครบด้านยังรวมถึง
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกาย เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ และเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน
ไม่สูบบุหรี่
เพราะการสูบบุหรี่ส่งผลโดยตรงต่อหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
แม้คนผอมจะมีไขมันในเลือดสูงได้ แต่การมีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนก็ยังเป็นปัจจัยที่ควรจัดการ ไม่ควรตีความว่า “ผอมก็เสี่ยง” แล้วหมายความว่าน้ำหนักไม่สำคัญ
ดูแลโรคประจำตัว
หากมีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือภาวะอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรควบคุมตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะความเสี่ยงต่อหัวใจมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน
ตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม
นี่เป็นข้อสำคัญโดยเฉพาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรง เพราะภาวะไขมันในเลือดสูงอาจไม่มีอาการเตือน การตรวจเลือดจึงช่วยให้เห็นสิ่งที่รูปร่างภายนอกบอกเราไม่ได้
หากผลตรวจพบว่าระดับไขมันสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโดยรวม บางคนอาจควบคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ขณะที่บางคนอาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วยตามดุลยพินิจของแพทย์
สุดท้ายแล้ว เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้น้ำหนักลดลงอย่างเดียว แต่คือการดูแลให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงจากภายใน เพราะไม่ว่าเราจะอ้วน ผอม หรือออกกำลังกายมากแค่ไหน การรู้ค่าระดับไขมันและจัดการปัจจัยเสี่ยงของตัวเองยังคงเป็นเรื่องสำคัญ
ไขมันในเลือดสูง อย่าตัดสินความเสี่ยงจากรูปร่างเพียงอย่างเดียว
คนที่มีน้ำหนักเกินควรดูแลเรื่องน้ำหนักและระดับไขมัน แต่ในขณะเดียวกัน คนผอมก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะไขมันในเลือดสูงสามารถเกิดจากปัจจัยอื่นได้อีกหลายอย่าง ตั้งแต่อาหาร พันธุกรรม อายุ โรคประจำตัว ไปจนถึงยาบางประเภท
ยิ่งภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการชัดเจน การตรวจสุขภาพและรู้ค่า LDL, HDL และ Triglyceride ของตัวเองจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เรารู้ความเสี่ยงได้เร็ว และเริ่มปรับอาหาร การออกกำลังกาย รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ได้เหมาะสมขึ้น
เพราะสิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่การมีรูปร่างที่ดูแข็งแรง
แต่คือการมี หัวใจและหลอดเลือดที่แข็งแรงไปได้นาน ๆ
ขณะเดียวกัน แม้เราจะดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่ ความเจ็บป่วยก็อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด โดยเฉพาะ โรคหัวใจ หรือภาวะ หัวใจขาดเลือด ที่อาจต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างต่อเนื่อง การวางแผนดูแลสุขภาพจึงอาจมองให้ครบทั้งการป้องกันความเสี่ยงด้วยพฤติกรรมที่ดี การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และการเตรียมความพร้อมด้านค่าใช้จ่าย เช่น การมีประกันสุขภาพที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อช่วยเพิ่มอีกหนึ่งความพร้อมหากวันหนึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา ด้วย ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*
รู้ค่าจากผลตรวจสุขภาพแล้ว อย่าลืมเอามาอัปโหลดที่ฟิต เพื่อรับคะแนนสะสม Fit Point แลกเป็นส่วนลดเบี้ยปีต่ออายุ*
สมัครและเริ่มสะสม Fit Point ได้แล้ววันนี้! ที่เมนูเมืองไทยสไมล์คลับบนแอปพลิเคชัน MTL Click หรือ 👉 คลิกสมัคร Fit Point
*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด
**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 7/09/69
🔖 โรงพยาบาลเปาโล
🔖 โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์
🔖 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
🔖 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
🔖 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
🔖 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล