ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินผลไม้อะไรบ้าง กินแบบไหนไม่ให้ไตรกลีเซอไรด์พุ่ง
หลายคนอาจเข้าใจว่าผลไม้เป็นอาหารสุขภาพที่กินได้ไม่จำกัด แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ ไขมันในเลือดสูง แล้ว ผลไม้บางชนิดกลับเป็นตัวการที่ทำให้ระดับไขมันในเลือดพุ่งสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่า ไตรกลีเซอไรด์ สูง ขึ้นได้ บทความนี้จะตอบคำถามที่ว่า ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินผลไม้อะไรบ้าง พร้อมแนะนำอาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงที่ควรหลีกเลี่ยง และผลไม้ที่กินได้อย่างปลอดภัย
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ทำความเข้าใจภาวะไขมันในเลือดสูงและไตรกลีเซอไรด์
- ทำไมผลไม้ถึงส่งผลต่อไขมันในเลือดได้
- ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินผลไม้อะไรบ้าง?
- อาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ที่ควรหลีกเลี่ยง
- ผลไม้ที่คนไขมันในเลือดสูงกินได้
- แนวทางการดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
- สุขภาพดี ชีวิตมั่นคง ด้วยประกันสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิต
ทำความเข้าใจภาวะไขมันในเลือดสูงและไตรกลีเซอไรด์
ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) คือภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในกระแสเลือดเกินค่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) ไขมันชนิดไม่ดี (LDL) หรือ ไตรกลีเซอไรด์ สูง เกินปกติ หากปล่อยไว้นานจะทำให้ไขมันไปสะสมตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ แข็ง และอุดตัน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองอย่างมาก
ไขมันในเลือดแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ คอเลสเตอรอลรวม ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นเองและได้รับจากอาหาร, LDL หรือไขมันชนิดไม่ดีที่ไปสะสมตามผนังหลอดเลือด, HDL หรือไขมันชนิดดีที่ช่วยนำไขมันส่วนเกินไปทำลายที่ตับ และ ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นจากแป้ง น้ำตาล และแอลกอฮอล์ หากมีสูงเกินไปก็ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้เช่นกัน
ภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก จึงถูกเรียกว่าเป็น "ภัยเงียบ" ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวจนกว่าจะตรวจเลือดพบ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรืออาการชาตามมือเท้า

ทำไมผลไม้ถึงส่งผลต่อไขมันในเลือดได้
แม้ผลไม้จะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร แต่ผลไม้หลายชนิดก็มีน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณสูง ซึ่งน้ำตาลฟรุกโตสนี้เป็นน้ำตาลที่ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ต้องส่งไปเผาผลาญที่ตับก่อน หากร่างกายได้รับฟรุกโตสมากเกินกว่าที่ตับจะจัดการได้ ตับจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินนี้ให้กลายเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ ส่งผลให้ค่า ไตรกลีเซอไรด์ สูง ขึ้น และยังเพิ่มปริมาณไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือดได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ผลไม้บางชนิดยังมีคาร์โบไฮเดรตสูงและมีไขมันในตัวเอง เมื่อรับประทานในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและไขมันสะสมในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจึงต้องเลือกรับประทานผลไม้อย่างระมัดระวัง
ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินผลไม้อะไรบ้าง?
ผลไม้ที่ผู้มีภาวะ ไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีค่า ไตรกลีเซอไรด์ สูง ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ มีดังนี้
ทุเรียน
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีทั้งน้ำตาลฟรุกโตสสูง คาร์โบไฮเดรตสูง และยังมีไขมันในตัวเอง ทุเรียนเพียง 1 เม็ดขนาดกลาง (ประมาณ 80 กรัม) มีน้ำตาลสูงถึง 17 กรัม ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงจึงควรหลีกเลี่ยงทุเรียนเป็นอย่างยิ่ง
มะม่วงสุก
มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัดและมีปริมาณน้ำตาลฟรุกโตสค่อนข้างมาก มะม่วงสุกเพียงครึ่งผล (ประมาณ 130 กรัม) มีน้ำตาลสูงถึง 20 กรัม ซึ่งจะไปกระตุ้นการสร้างไตรกลีเซอไรด์ในตับได้

ลำไย
ลำไยเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงมาก ลำไยเพียง 10 ลูก (ประมาณ 75 กรัม) มีน้ำตาลสูงถึง 18 กรัม และด้วยความหวานฉ่ำทำให้หลายคนรับประทานจนเกินปริมาณโดยไม่รู้ตัว
ขนุน
ขนุนมีทั้งน้ำตาลและแป้งในปริมาณสูง ขนุนเพียง 2 ยวง (ประมาณ 60 กรัม) มีน้ำตาลถึง 17 กรัม จึงเป็นผลไม้อีกชนิดที่ผู้มีไขมันในเลือดสูงควรจำกัดปริมาณการรับประทาน
กล้วยหอม
กล้วยหอม 1 ผล (ประมาณ 108 กรัม) มีน้ำตาลสูงถึง 22 กรัม ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น แม้จะมีโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ แต่ผู้ที่มีค่าไตรกลีเซอไรด์สูงก็ควรจำกัดการรับประทาน
ผลไม้อื่น ๆ ที่ควรระวัง
นอกจากผลไม้ข้างต้นแล้ว ยังมีผลไม้อีกหลายชนิดที่ควรระวัง ได้แก่ น้อยหน่าที่มีทั้งคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลฟรุกโตสสูง, มะพร้าวที่มีทั้งน้ำตาลฟรุกโตสสูงในน้ำมะพร้าวและไขมันสูงในเนื้อมะพร้าว, ละมุดที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงผลไม้แปรรูปอย่างผลไม้เชื่อม ผลไม้กวน และผลไม้อบแห้งที่มีน้ำตาลสูงกว่าผลไม้สดหลายเท่า
อาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ที่ควรหลีกเลี่ยง
นอกจากผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแล้ว ยังมีอาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงหรืออาหารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นอีกหลายประเภท ได้แก่

อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง เช่น ของทอดทุกชนิดอย่างปาท่องโก๋ ไข่เจียว กล้วยแขก มันทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารแปรรูป ขนมเบเกอรี่อย่างพาย โดนัท รวมถึงเนยเทียมและมาการีน อาหารเหล่านี้เป็นตัวการหลักที่ทำให้ไขมัน LDL สูงและเร่งให้หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น
อาหารที่มีน้ำตาลและแป้งขัดขาวสูง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มรสหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้สำเร็จรูป ข้าวขาว ขนมปังขาว สิ่งเหล่านี้จะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างรวดเร็ว
อาหารที่มีกะทิ เช่น แกงกะทิต่าง ๆ ขนมแกงบวด ข้าวเหนียวมูน เนื่องจากกะทิมีไขมันอิ่มตัวสูงมาก
อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง ปลาหมึก เครื่องในสัตว์ หอยนางรม ควรรับประทานในปริมาณจำกัด
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลโดยตรงต่อการเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด เนื่องจากแอลกอฮอล์ถูกเปลี่ยนเป็นไขมันที่ตับ
ผลไม้ที่คนไขมันในเลือดสูงกินได้
แม้จะต้องระวังผลไม้บางชนิด แต่ก็ยังมีผลไม้อีกมากที่ผู้มีภาวะไขมันในเลือดสูงสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย โดยควรเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ มีใยอาหารสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แอปเปิล ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน ส้มโอ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี แก้วมังกร ชมพู่ และมะเขือเทศ ผลไม้เหล่านี้มีใยอาหารที่ช่วยจับไขมันและลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องหลอดเลือด
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 2-3 ส่วนต่อวัน (ส่วนละประมาณ 1 กำมือ) เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป
แนวทางการดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
การควบคุมอาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลภาวะไขมันในเลือดสูง ยังมีแนวทางอื่น ๆ ที่ควรปฏิบัติร่วมด้วย ได้แก่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) และลดไขมันไม่ดี (LDL), การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม, การงดสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์, การเลือกวิธีปรุงอาหารแบบต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ แทนการทอด รวมถึงการตรวจสุขภาพและตรวจระดับไขมันในเลือดเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ในกรณีที่ปรับพฤติกรรมแล้วค่าไขมันยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาลดไขมันร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยควรรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดยาเอง
สุขภาพดี ชีวิตมั่นคง ด้วยประกันสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิต
การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ
การดูแลสุขภาพด้วยการเลือกทานอาหารที่เหมาะสมและควบคุมน้ำหนักเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองในระยะยาว แต่ในชีวิตจริง เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ โรคภัยไข้เจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนแม้เราจะดูแลตัวเองดีแล้ว
การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นอีกหนึ่งหลักประกันสำคัญที่จะช่วยให้คุณและครอบครัวมีความมั่นใจในการดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเป็นภาระ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา
เมืองไทยประกันชีวิต มีผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่หลากหลายและครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่ประกันสุขภาพทั่วไป ประกันโรคร้ายแรง ไปจนถึงประกันอุบัติเหตุ ด้วยความมั่นคงทางการเงินมายาวนาน พร้อมบริการที่ครบวงจรและกระบวนการจ่ายสินไหมที่รวดเร็วโปร่งใส
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับคุณได้ที่ เมืองไทยประกันชีวิต เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและความมั่นใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 26/02/69
🔖 ไทยรัฐ