Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

เงินเดือนหยุด แต่รายจ่ายไม่หยุด วางแผนเกษียณอย่างไรให้มีเงินใช้?

เงินเดือนหยุด แต่รายจ่ายไม่หยุด วางแผนเกษียณอย่างไรให้มีเงินใช้?

September 27, 2026

5 minutes

ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน เราอาจคุ้นเคยกับจังหวะเดิม ๆ คือ ทำงาน เงินเดือนเข้า จ่ายค่าใช้จ่าย เก็บออม แล้วรอเงินเดือนรอบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นค่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเที่ยว หรือค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลคนในครอบครัว หลายอย่างถูกจัดการได้เพราะเรารู้ว่าเดือนหน้าจะมีรายได้ก้อนใหม่เข้ามาอีกครั้ง

แต่เมื่อถึงวันเกษียณ สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ “เงินเดือน” อาจไม่เข้าบัญชีเหมือนเดิมอีกแล้ว

ขณะที่ชีวิตยังเดินต่อ ค่าอาหารยังมี ค่าน้ำค่าไฟยังมา งานอดิเรกที่ชอบก็ยังอยากทำ ทริปที่เคยตั้งใจก็ยังอยากไป และเมื่ออายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายบางประเภทอย่างการดูแลสุขภาพหรือค่ารักษาพยาบาลก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม

เพราะหลังเกษียณแหล่งรายได้หลักจะเปลี่ยนจากเงินเดือนหรือรายได้จากงานที่เคยทำ มาเป็นเงินออมและเงินสะสมจากแหล่งต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังคงอยู่ และบางหมวด เช่น ค่ารักษาพยาบาล อาจเพิ่มขึ้นได้ตามวัย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่การวางแผนเกษียณ อาจไม่ควรเริ่มต้นเพียงคำถามว่า “ต้องมีเงินกี่ล้านถึงจะพอ?” แต่ควรถามต่อด้วยว่า

วันที่ไม่มีเงินเดือนแล้ว เราจะมีเงินจากไหนมาใช้ในแต่ละเดือน และเงินเหล่านั้นจะดูแลชีวิตเราได้นานแค่ไหน?

ยิ่งในวันที่สังคมพูดถึง Longevity คือ การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นและให้ความสำคัญกับคุณภาพของช่วงชีวิตที่เพิ่มขึ้น โจทย์ของการ วางแผนการเงิน ก็ยิ่งต้องมองไกลกว่าวันเกษียณ เพราะเราอาจพอรู้ว่าอยากหยุดทำงานเมื่อไร แต่ไม่มีใครรู้แน่นอนว่า หลังจากวันนั้นชีวิตจะเดินต่อไปอีกกี่ปี


Key Takeaway

  • การวางแผนเกษียณไม่ควรมองเพียง “เงินก้อน” ณ วันที่หยุดทำงาน แต่ควรคิดถึงรายรับที่ต้องใช้รองรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนตลอดช่วงหลังเกษียณ
  • หลังเกษียณค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงอยู่ ขณะที่ค่าดูแลสุขภาพ ค่ารักษาพยาบาล และผลกระทบจากเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่ควรนำมาคิดร่วมด้วย
  • การเริ่มจาก Lifestyle ที่อยากมีหลังเกษียณ จะช่วยให้ประเมินได้ง่ายขึ้นว่าต้องการเงินใช้ประมาณเดือนละเท่าไร และปัจจุบันมีแหล่งรายได้ใดรองรับอยู่แล้ว
  • เงินออม การลงทุน สิทธิและกองทุนต่าง ๆ รวมถึงประกันสะสมทรัพย์และประกันบำนาญ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงิน โดยแต่ละเครื่องมือมีบทบาทและเงื่อนไขแตกต่างกัน
  • ประกันชีวิตบางประเภทที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรสามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่การเลือกแบบประกันควรเริ่มจากเป้าหมายชีวิต ความสามารถในการชำระเบี้ย และความเหมาะสมกับแผนการเงินของตนเองเป็นหลัก

ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 เงินเดือนหยุดตอนเกษียณ แต่ทำไมรายจ่ายถึงไม่ได้หยุดตาม?

เงินเดือนหยุดตอนเกษียณ แต่ทำไมรายจ่ายถึงไม่ได้หยุดตาม?

ในช่วงวัยทำงาน เราคุ้นเคยกับการทำงาน เงินเดือนเข้า จ่ายค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แล้วรอเงินเดือนรอบถัดไป แต่เมื่อถึงวันเกษียณ สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ รายได้ประจำจากการทำงานอาจหยุดลง ขณะที่ชีวิตประจำวันยังดำเนินต่อ และค่าใช้จ่ายหลายอย่างก็ยังตามมาทุกเดือน

โจทย์ของการวางแผนเกษียณจึงไม่ได้มีเพียงการเก็บเงินให้ได้ก้อนใหญ่ในวันที่หยุดทำงาน แต่ต้องคิดต่อด้วยว่า หลังจากไม่มีเงินเดือนแล้ว เราจะต้องใช้เงินกับอะไรบ้าง และเงินที่เตรียมไว้จะรองรับชีวิตหลังเกษียณได้นานแค่ไหน

หลังเกษียณ รายจ่ายอะไรบ้างที่ยังต้องเตรียมไว้?

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ค่าใช้จ่ายบางรายการอาจลดลง เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าอาหารระหว่างวัน หรือค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่ารายจ่ายทั้งหมดจะหายไปพร้อมกับเงินเดือน

เรายังคงต้องมีเงินสำหรับค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงภาระทางการเงินที่อาจยังเหลืออยู่

นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับ “ชีวิตที่อยากใช้” หลังเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว งานอดิเรก การทำกิจกรรมที่ชอบ การใช้เวลากับครอบครัว หรือการออกไปเจอเพื่อน เพราะการวางแผนเกษียณคงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้มีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน แต่ควรทำให้เรายังสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ด้วย

อีกก้อนที่ไม่ควรมองข้ามคือ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ การติดตามอาการ การรักษาพยาบาล หรือการดูแลสุขภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ควรเผื่อไว้ในการวางแผนการเงินสำหรับช่วงหลังเกษียณ

ดังนั้น ก่อนถามว่า “เกษียณต้องมีเงินเท่าไร?” อาจลองถามตัวเองก่อนว่า “หลังเกษียณ เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน และชีวิตแบบนั้นต้องใช้เงินกับอะไรบ้าง?”

เพราะคำตอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และนั่นคือเหตุผลที่จำนวนเงินสำหรับเกษียณของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

Longevity คืออีกเหตุผลที่ทำให้ต้องคิดไกลกว่าวันเกษียณ

อีกเรื่องที่ทำให้การวางแผนเกษียณแตกต่างจากเป้าหมายทางการเงินอื่น คือเราอาจกำหนดได้ว่าจะหยุดทำงานเมื่อไร แต่ไม่สามารถกำหนดได้ว่าชีวิตหลังจากนั้นจะยาวนานเพียงใด

ลองสมมติว่าเราเกษียณตอนอายุ 60 ปี และมีชีวิตต่อไปจนถึงอายุ 90 ปี นั่นหมายความว่าเราจะมีช่วงชีวิตหลังเกษียณถึง 30 ปี

30 ปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ และสำหรับบางคนอาจยาวใกล้เคียงกับช่วงชีวิตการทำงานเลยด้วยซ้ำ นี่คือจุดที่แนวคิด Longevity เข้ามาเกี่ยวข้องกับการวางแผนเกษียณ เพราะการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นไม่ได้หมายถึงการดูแลสุขภาพเพื่อให้อยู่ได้นานเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคิดด้วยว่า เราจะมีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอสำหรับชีวิตที่อาจยาวขึ้นหรือไม่

เราอาจพอรู้ว่า เงินเดือนจะหยุดเมื่อไร แต่ไม่มีใครรู้แน่นอนว่า หลังจากนั้นชีวิตจะเดินต่อไปอีกนานแค่ไหน

นั่นทำให้การวางแผนเกษียณไม่ควรจบเพียงการมีเงินก้อนในวันที่หยุดทำงาน แต่ควรคิดต่อไปถึงการมีเงินสำหรับใช้ชีวิตตลอดช่วงหลังเกษียณด้วย

 วันที่ไม่มีเงินเดือนแล้ว เราจะมีเงินใช้ทุกเดือนจากไหน?

วันที่ไม่มีเงินเดือนแล้ว เราจะมีเงินใช้ทุกเดือนจากไหน?

เมื่อเริ่มเห็นภาพแล้วว่าหลังเกษียณยังมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ขั้นต่อไปอาจไม่ใช่การรีบหาคำตอบว่า “ต้องมีเงินเก็บกี่ล้านบาท” แต่คือการลองเปลี่ยนเป้าหมายก้อนใหญ่ให้กลายเป็นตัวเลขที่ใกล้ตัวมากขึ้น

เพราะในชีวิตจริง เราไม่ได้ใช้เงินเกษียณทั้งหมดในวันเดียว แต่ยังคงทยอยจ่ายค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้ชีวิตในแต่ละเดือนเหมือนเดิม ดังนั้น อีกวิธีหนึ่งในการ วางแผนการเงิน สำหรับวัยเกษียณ คือเริ่มจากคำถามว่า “หลังจากไม่มีเงินเดือนแล้ว อยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไร?”

อย่าเพิ่งเริ่มจาก “ต้องมีเงินกี่ล้าน” ลองเริ่มจาก “อยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไร”

คำถามว่า “เกษียณต้องมีเงินกี่ล้าน?” อาจไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะจำนวนเงินที่ต้องเตรียมขึ้นอยู่กับทั้งไลฟ์สไตล์ ภาระทางการเงิน สุขภาพ แหล่งรายได้ที่มีอยู่ และระยะเวลาที่ต้องใช้เงินหลังเกษียณ

ลองเริ่มจากตัวเลขที่เห็นภาพง่ายกว่า

หากอยากมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 20,000 บาท และคิดอย่างง่ายสำหรับระยะเวลา 20 ปี

20,000 × 12 × 20 = 4.8 ล้านบาท

แต่ถ้าอยากมีเงินใช้เดือนละ 40,000 บาท ภายใต้ระยะเวลาเดียวกัน

40,000 × 12 × 20 = 9.6 ล้านบาท

ตัวเลขนี้เป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้นจากค่าใช้จ่ายรายเดือน โดยยังไม่ได้รวมผลของเงินเฟ้อ ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่ช่วยให้เห็นภาพว่า Lifestyle ที่เราเลือกหลังเกษียณสามารถเปลี่ยนเป้าหมายเงินเกษียณได้มากแค่ไหน

ก่อนกำหนดเป้าหมายจึงอาจลองนึกภาพ “หนึ่งเดือนหลังเกษียณ” ของตัวเองก่อนว่า อยากใช้ชีวิตอย่างไร มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร ยังมีภาระบ้าน รถ หรือครอบครัวหรือไม่ อยากเดินทางปีละกี่ครั้ง หรือมีงานอดิเรกอะไรที่อยากทำ

เมื่อเห็นภาพชีวิตชัดขึ้น ตัวเลขที่ต้องเตรียมก็จะเริ่มมีความหมายมากกว่าการตั้งเป้าว่า “ต้องเก็บให้ได้หลายล้านบาท”

เช็กก่อนว่า หลังเกษียณเรายังมีรายได้จากไหนบ้าง?

เมื่อรู้แล้วว่าอยากมีเงินใช้ประมาณเดือนละเท่าไร ขั้นต่อไปคือกลับมาเช็กว่า วันที่ไม่มีเงินเดือนแล้ว เรายังมีเงินจากแหล่งไหนเข้ามาบ้าง

เพราะคำว่า “เกษียณ” ไม่ได้หมายความว่ารายได้ทุกทางต้องหยุดพร้อมกัน

บางคนอาจมีเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ กบข. บางคนมีสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม เงินออม เงินลงทุน รายได้จากทรัพย์สิน หรือรายได้จากงานที่ยังเลือกทำต่อหลังเกษียณ รวมถึงเงินที่เตรียมไว้ผ่านเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ลองนำแหล่งเงินทั้งหมดมาวางรวมกัน แล้วถามว่า

“เงินเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสำหรับใช้ในแต่ละเดือนได้เท่าไร?”

ตัวอย่างเช่น หากวางเป้าหมายว่าหลังเกษียณอยากมีเงินใช้เดือนละ 30,000 บาท และประเมินว่าแหล่งรายได้ที่มีอยู่สามารถสร้างเงินได้ประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน

เป้าหมาย 30,000 บาท/เดือน − รายได้ที่มี 18,000 บาท/เดือน

= ช่องว่าง 12,000 บาท/เดือน

เมื่อมองแบบนี้ โจทย์จะเปลี่ยนจาก “ต้องเก็บเงินอีกกี่ล้าน?” เป็น “จะเตรียมรายได้อีก 12,000 บาทต่อเดือนจากที่ไหน?” ซึ่งเป็นคำถามที่สามารถนำไปวางแผนต่อได้ชัดเจนกว่า

เงินก้อนกับเงินใช้ทุกเดือน ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน

อีกเรื่องที่ควรแยกให้ออกในการวางแผนเกษียณ คือ การมีทรัพย์สินหรือเงินก้อน (Asset) กับ การมีกระแสเงินสำหรับใช้จ่าย (Cash Flow) ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เราอาจมีเงินออม เงินลงทุน หรือทรัพย์สินรวมกันเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อไม่มีเงินเดือนแล้ว คำถามสำคัญคือ จะบริหารเงินเหล่านั้นอย่างไรให้กลายเป็นเงินสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสามารถรองรับค่าใช้จ่ายไปได้ตลอดช่วงหลังเกษียณ

เงินบางส่วนอาจเก็บไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน บางส่วนอาจลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน บางส่วนอาจทยอยนำออกมาใช้ ขณะที่บางส่วนอาจถูกวางไว้เพื่อสร้างรายรับเป็นงวด ๆ ในอนาคต

จึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือทางการเงินเพียงประเภทเดียว แต่สามารถแบ่งหน้าที่ของเงินแต่ละก้อนให้แตกต่างกันได้ เพราะก่อนเกษียณ เราอาจให้ความสำคัญกับการ “สร้างและสะสมเงิน” แต่เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โจทย์สำคัญจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการ “บริหารเงินที่มีให้กลายเป็นกระแสเงินสำหรับใช้ชีวิต”

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการวางแผนเกษียณควรมองทั้ง เงินก้อนที่มี และ เงินที่จะมีเข้ามาใช้ในแต่ละเดือน ควบคู่กัน

 วางแผนเกษียณด้วยประกัน เตรียมทั้งเงินใช้และค่าดูแลสุขภาพอย่างไร?

วางแผนเกษียณด้วยประกัน เตรียมทั้งเงินใช้และค่าดูแลสุขภาพอย่างไร?

เมื่อมองเห็นทั้งค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมและรายได้ที่คาดว่าจะมีหลังเกษียณแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกเครื่องมือทางการเงินให้เหมาะกับ “หน้าที่ของเงิน” แต่ละก้อน

ประกันสามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นำมาประกอบการวางแผนได้ โดยประกันแต่ละประเภทไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกัน บางประเภทช่วยเตรียมเงินตามเป้าหมาย บางประเภทช่วยเตรียมรายรับในวัยเกษียณ ขณะที่บางประเภทช่วยรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเข้ามากระทบแผนการเงิน

แล้วเรา “ควรซื้อประกันอะไร?” อาจเริ่มจากการถามก่อนว่า “ตอนนี้แผนเกษียณของเรายังขาดอะไร?”

ประกันสะสมทรัพย์ ช่วยเตรียมเงินตามเป้าหมายในอนาคต

ในช่วงที่ยังทำงานและมีรายได้ ประกันสะสมทรัพย์ สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับค่อย ๆ เตรียมเงินตามเป้าหมายในอนาคต ควบคู่กับความคุ้มครองชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

ผู้เอาประกันชำระเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด และได้รับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของแบบประกัน ซึ่งอาจมีทั้งผลประโยชน์ระหว่างสัญญาหรือเมื่อครบกำหนดสัญญา ขึ้นอยู่กับแบบประกันที่เลือก

ในมุมของการวางแผนเกษียณ ประกันสะสมทรัพย์ จึงอาจทำหน้าที่เป็น “เงินก้อนตามเป้าหมาย” เช่น เงินที่ตั้งใจเตรียมไว้สำหรับช่วงก่อนหรือหลังเกษียณ หรือเป้าหมายทางการเงินอื่นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาระยะเวลาชำระเบี้ย ระยะเวลาคุ้มครอง สภาพคล่อง ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ และความสามารถในการชำระเบี้ยระยะยาวร่วมด้วย เพื่อไม่ให้การเตรียมเงินสำหรับอนาคตกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นในปัจจุบัน

ประกันบำนาญ ช่วยเตรียมรายรับสำหรับวันที่ไม่มีเงินเดือน

หากโจทย์คือ “หลังเกษียณจะมีเงินจากไหนเข้ามาใช้?” ประกันบำนาญจะมีบทบาทแตกต่างออกไป เพราะเป็นประกันชีวิตที่ออกแบบให้มีการจ่ายเงินบำนาญตามช่วงอายุ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์

จึงสามารถนำมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับเตรียมรายรับหลังเกษียณ เพื่อประกอบกับเงินจากแหล่งอื่น เช่น เงินออม เงินลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. หรือสิทธิที่มีอยู่

กลับไปที่ตัวอย่างเดิม หากต้องการมีเงินใช้เดือนละ 30,000 บาท แต่ประเมินว่าแหล่งรายได้ที่มีอยู่รองรับได้ 18,000 บาทต่อเดือน ช่องว่างอีก 12,000 บาทอาจถูกนำมาเป็นโจทย์ในการวางแผนว่า จะใช้เครื่องมือใดเข้ามาช่วยเตรียมเพิ่มเติม

ประกันบำนาญ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นรายได้ทั้งหมดของชีวิตหลังเกษียณ แต่สามารถเป็น หนึ่งในแหล่งกระแสเงิน ที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยให้วันที่เงินเดือนหยุด เรายังมีรายรับตามเงื่อนไขของกรมธรรม์เข้ามาประกอบกับเงินจากแหล่งอื่น

ประกันสุขภาพ ช่วยรับมือค่ารักษา ไม่ให้แผนเงินเกษียณสะดุด

ต่อให้วางแผนรายรับและค่าใช้จ่ายหลังเกษียณไว้อย่างละเอียด ยังมีรายจ่ายอีกประเภทที่คาดเดาได้ยากทั้งเรื่องเวลาและจำนวนเงิน นั่นคือ ค่ารักษาพยาบาล

โดยเฉพาะคนที่มีประกันกลุ่มหรือสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทในช่วงวัยทำงาน ควรตรวจสอบก่อนเกษียณว่า เมื่อออกจากงานแล้วความคุ้มครองเหล่านั้นยังมีอยู่หรือไม่ และหลังจากนั้นเราจะมีสิทธิหรือความคุ้มครองด้านสุขภาพจากช่องทางใดบ้าง

เพราะต่อให้เตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำไว้พอดีแล้ว หากวันหนึ่งมีค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่เกิดขึ้น และต้องนำเงินที่เตรียมไว้สำหรับเกษียณออกมาใช้ เงินก้อนเดียวกันก็จะต้องทำหน้าที่ทั้ง “ค่าใช้ชีวิต” และ “ค่ารักษา” ไปพร้อมกัน ซึ่งอาจทำให้เงินถูกใช้เร็วกว่าที่วางแผนไว้

ประกันสุขภาพ จึงไม่ได้ทำหน้าที่สร้างเงินก้อนเหมือนประกันสะสมทรัพย์ หรือสร้างรายรับหลังเกษียณเหมือนประกันบำนาญ แต่สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยรับมือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตามความคุ้มครองและเงื่อนไขของกรมธรรม์ เพื่อลดความเสี่ยงที่ค่ารักษาจะเข้ามากระทบเงินที่เตรียมไว้สำหรับเป้าหมายอื่น

ก่อนวางแผนเกษียณ อาจไม่ได้เช็กเพียงว่า “มีเงินเก็บเท่าไรแล้ว?” แต่ควรเช็กควบคู่กันว่า “ถ้าวันหนึ่งต้องรักษาตัว เรามีอะไรช่วยดูแลค่าใช้จ่ายก้อนนี้อยู่แล้วบ้าง?”

ประกันแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน เลือกจากสิ่งที่แผนเกษียณยังขาด

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า ประกันทั้ง 3 ประเภทไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่เดียวกัน

ประเภทประกัน บทบาทในการวางแผนเกษียณ
ประกันสะสมทรัพย์ ช่วยเตรียมเงินตามเป้าหมาย พร้อมความคุ้มครองชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ประกันบำนาญ ช่วยเตรียมรายรับสำหรับช่วงหลังเกษียณตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ประกันสุขภาพ ช่วยรับมือค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลตามความคุ้มครอง เพื่อลดความเสี่ยงที่ค่ารักษาจะกระทบเงินที่เตรียมไว้สำหรับชีวิตหลังเกษียณ

จึงไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องมีเหมือนกันทั้งหมด แต่ควรเริ่มจากการสำรวจสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ทั้งเงินออม เงินลงทุน สิทธิรักษาพยาบาล สวัสดิการ และประกันที่มีอยู่ จากนั้นจึงดูว่าแผนของเรายังมีช่องว่างตรงไหน

เพราะการวางแผนเกษียณที่ดีไม่ใช่การมีเครื่องมือทางการเงินให้มากที่สุด แต่คือการทำให้ เงินแต่ละก้อนและความคุ้มครองแต่ละส่วนมีหน้าที่ของตัวเอง

วางแผนเกษียณด้วยประกัน ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

นอกจากบทบาทด้านการเตรียมเงิน ความคุ้มครองชีวิต และการรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพแล้ว เบี้ยประกันบางประเภทยังสามารถนำมาใช้ สิทธิลดหย่อนภาษี ได้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

อย่างไรก็ตาม หากเป้าหมายหลักคือการเตรียมชีวิตหลังเกษียณ สิทธิลดหย่อนภาษีควรเป็น ประโยชน์เพิ่มเติม มากกว่าจะเป็นเหตุผลเดียวในการเลือกประกัน ก่อนตัดสินใจจึงควรกลับมาที่เป้าหมายของตัวเองก่อนว่า ต้องการเตรียมเงินก้อน ต้องการเพิ่มแหล่งรายรับหลังเกษียณ หรือต้องการเตรียมความคุ้มครองด้านสุขภาพ แล้วจึงพิจารณาแบบประกัน ระยะเวลาชำระเบี้ย ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และความสามารถในการชำระเบี้ยให้เหมาะกับแผนการเงินของตัวเอง

การวางแผนเกษียณไม่ได้จบที่การมีเงินก้อนใหญ่ในวันที่หยุดทำงาน แต่คือการเตรียมให้เงินที่มีสามารถดูแลชีวิตต่อไปได้ ในทุกเดือนที่เงินเดือนอาจไม่เข้ามา


เรารู้ว่าเงินเดือนจะหยุดเมื่อไร แต่ไม่รู้ว่าชีวิตหลังจากนั้นจะยาวแค่ไหน

วันเกษียณอาจเป็นวันที่เรารู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่สิ่งที่ไม่มีใครตอบได้แน่นอน คือหลังจากวันนั้นเราจะมีเวลาใช้ชีวิตต่อไปอีกกี่ปี เพราะฉะนั้น การวางแผนเกษียณจึงไม่ควรจบเพียงการสะสมเงินก้อนให้ถึงเป้าหมาย แต่ควรมองต่อไปว่า เงินก้อนนั้นจะถูกเปลี่ยนมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างไร ต้องรองรับชีวิตแบบไหน และมีแหล่งเงินใดช่วยดูแลเราอยู่แล้วบ้าง

ลองเริ่มจากชีวิตที่อยากมีหลังเกษียณ ประเมินค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เช็กเงินออม สิทธิ กองทุนและการลงทุนที่มีอยู่ รวมถึงเตรียมเงินสำหรับสุขภาพและเหตุไม่คาดคิด แล้วจึงดูว่าแผนปัจจุบันยังมีช่องว่างตรงไหน

หากต้องการเพิ่มเครื่องมือสำหรับการวางแผนระยะยาว ประกันชีวิตก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาร่วมกันได้ รวมถึงประกันสะสมทรัพย์ สำหรับเป้าหมายการสะสมเงินและความคุ้มครองชีวิต หรือประกันบำนาญ สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมมีรายรับในช่วงหลังเกษียณ

เพราะเป้าหมายของการวางแผนอาจไม่ใช่แค่การมีเงินก้อนใหญ่ในวันที่หยุดทำงาน แต่คือ การมีเงินให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ ในทุกเดือนที่ชีวิตยังเดินต่อ


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 18/09/69

🔖 ธนาคารแห่งประเทศไทย

🔖 กรมสรรพากร

🔖 เมืองไทยประกันชีวิต

🔖 THE STANDARD 

🔖 Thai PBS

🔖 THE STANDARD


A: สามารถเริ่มวางแผนเกษียณได้ตั้งแต่เริ่มมีรายได้ เพราะยิ่งมีเวลาเตรียมตัวนาน ก็ยิ่งสามารถทยอยสะสมเงินตามความสามารถโดยไม่ต้องเร่งออมจำนวนมากเมื่อใกล้เกษียณ ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำว่าการวางแผนเกษียณควรเริ่มล่วงหน้าในระยะยาว โดยพิจารณาทั้งเป้าหมาย ค่าใช้จ่าย รายได้หลังเกษียณ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

Interesting Article