ประกันสะสมทรัพย์ คืออะไร ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ เลือกอย่างไรให้เหมาะ
ซื้อประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี ปี 2569 นี้ เพราะหลาย ๆ คนอยากเริ่มเก็บเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ซึ่งเรื่องการออมหรือเก็บเงินใคร ๆ ก็เคยทำมาก่อน อาจจะตั้งแต่วัยเด็กที่พ่อแม่ปลูกฝังมาให้รู้จักเก็บเงินออมไว้ อาจหย่อนกระปุกออมสิน ฝากธนาคาร หรือฝากไว้กับพ่อแม่ พอโตขึ้นมาก็อาจออมในหุ้น หรือกองทุนต่าง ๆ แต่ก็ยังมีการออมอีกประเภทหนึ่ง ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ คือการออมผ่านประกันออมทรัพย์ ซึ่งเป็นการออม ที่ให้ผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่า เพิ่มความมั่นคงทางการเงินในอนาคต และประกันออมทรัพย์ ยังลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย วันนี้แอดจึงพาทุกคน มารู้จักประกันออมทรัพย์ให้มากขึ้น ตามมากันเลย
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อนะ
- ประกันออมทรัพย์ คืออะไร?
- การออมเงินในรูปแบบประกันออมทรัพย์ดีไหม?
- ประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี?
- ประกันออมทรัพย์ เหมาะกับใครบ้าง?
- ออมทรัพย์กับ Unit link ต่างกันยังไง?
- แชร์ทริคออมเงินง่าย ๆ ด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง?
- รายได้เท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไร?
- คำนวณภาษีจากรายได้สุทธิอย่างไร?
- อัตราภาษีก้าวหน้า (แบบขั้นบันได)
- อยากลดหย่อนภาษี ทำได้อย่างไรบ้าง?
- ประโยชน์ของการทำประกันสะสมทรัพย์มีอะไรบ้าง?
- เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ประกันออมทรัพย์มีอะไรบ้าง?
- เลือกซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?
ประกันออมทรัพย์คืออะไร?
สำหรับประกันออมทรัพย์ เป็นชื่อเรียกโดยทั่วไปของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่ให้ประโยชน์ทั้งในส่วนของการคุ้มครองชีวิต และการออมทรัพย์ หรือออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต เพื่อมีเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคต โดยจะได้รับผลประโยชน์ระหว่างสัญญา หรือเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาเอาประกันภัย ก็จะจ่ายสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์
การออมเงินในรูปแบบประกันออมทรัพย์ดีไหม
ขึ้นชื่อว่าการออมเงิน ไม่ว่าจะออมแบบไหนก็เป็นประโยชน์กับตัวเองทั้งนั้น แต่การออมเงินที่ได้ประโยชน์กับตัวเองหลายต่อยิ่งดีต่อใจ เพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ตัวเอง
อย่างเช่น ถ้าเลือกฝากออมทรัพย์ไว้กับธนาคาร จะมีความยืนหยุ่นสูง สามารถนำเงินออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ดอกเบี้ยที่ได้จะไม่สูงนัก แต่ถ้าเลือกทำประกันออมทรัพย์ ก็จะได้มากกว่าการออมเงิน เพราะเราจะได้ทั้งเงินออม ผลตอบแทน พร้อมกับการคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นมา ซึ่งข้อดีของการออมเงินในรูปแบบออมทรัพย์มีดังนี้
- สามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน และผลประโยชน์ที่พอใจได้ด้วยตัวเอง
- มีความคุ้มครองชีวิต หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เงินออมจะส่งต่อให้กับคนที่เรารักได้
- สร้างวินัยการออม หากคุณมีเป้าหมายในการมีเงินก้อนใหญ่ หลังครบกำหนดสัญญา
- ประกันแบบออมทรัพย์ หรือ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ใช้ยื่นลดหย่อนภาษี ได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี
การทำประกันออมทรัพย์จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีกว่าการออมเงินทั่ว ๆ ไปนั่นเอง
ประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี?
สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวางแผนการเงินให้ตัวเอง หรือคนที่รักในอนาคตหากวันไหนที่เราไม่อยู่ แต่ไม่รู้ว่าควรทำประกันออมทรัพย์ที่ไหนดี แบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์ตัวเองที่สุด
ยกตัวอย่าง หากคุณต้องการจ่ายเบี้ยเพียงไม่กี่ปี หรือประกันออมทรัพย์ ระยะสั้น อาจเลือก ประกันออมทรัพย์ ที่ที่จ่ายเบี้ยไม่เกิน 5 ปี หรือหากอยากได้ประกันออมทรัพย์ที่จ่ายเบี้ยไม่แพง ก็ให้เลือกแบบที่จ่ายเบี้ยยาวขึ้นหน่อย แอดขอแนะนำง่าย ๆ ว่าให้ลองคำนวณเบี้ยที่เราส่งไปทั้งหมด ว่าส่งเบี้ยไปเท่าไหร่ แล้วเราได้เงินรับคืนมาทั้งหมดเท่าไหร่ ลองมาหักลบกันดู แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมดูทุนประกันด้วยนะ เพราะแต่ละที่เบี้ยเท่ากัน แต่ทุนประกันไม่เท่ากัน รวมไปถึงดูระยะเวลาการส่งเบี้ยด้วย ว่าเราไหวที่เท่าไหร่ จะได้ไม่เป็นภาระที่หนักเกินไป ซึ่งประกันออมทรัพย์ดีทุกแบบ เพียงแค่ต้องเลือกให้เหมาะ กับความต้องการของคุณที่สุด ซึ่งสามารถเลือกแบบที่เหมาะได้โดยดูจาก
- ต้องการจ่ายเบี้ยประกันออมทรัพย์ ระยะสั้น หรือยาวกี่ปี
- ต้องการรับเงินคืนระหว่างปีหรือไม่
- ต้องการรับผลตอบแทนคืนเท่าไหร่เมื่อจบสัญญา
โดยเมืองไทยประกันชีวิต มีแบบประกันออมทรัพย์ให้เลือกหลายแบบ หลากหลายความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการ
ประกันออมทรัพย์ เหมาะกับใครบ้าง?
ประกันออมทรัพย์ เหมาะกับคนที่ต้องการเก็บเงิน ควบคู่กับการมีความคุ้มครอง และต้องการได้รับผลตอบแทน ที่สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคต หรือเป็นเงินเกษียณอายุได้
ออมทรัพย์กับ Unit link ต่างกันยังไง ?
สำหรับบางคนที่ยังลังเลว่า ระหว่างประกันออมทรัพย์ กับ Unit linked แบบไหนน่าซื้อกว่ากัน
ก่อนอื่น ต้องมาทำความเข้าใจกันว่า เบี้ยประกันที่เราจ่ายไป สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบเดิมถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของความคุ้มครอง ส่วนของต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท และส่วนของเงินออมหรือเงินลงทุน
โดยประกันออมทรัพย์ จะเน้นส่วนของเงินออมหรือเงินลงทุนมากที่สุด เพื่อสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย ความคุ้มครองจึงไม่สูงนัก
สำหรับ Unit Link ลูกค้าสามารถเลือกสัดส่วนความคุ้มครอง หรือเงินลงทุน ได้เองตามต้องการ และสำหรับส่วนของเงินที่นำไปลงทุน ยังสามารถเลือกลงทุนเองผ่านกองทุนรวมที่บริษัท เลือกมาไว้ให้แล้ว ข้อดีคือสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรับความเสี่ยงจากผลตอบแทนที่อาจมีความผันผวนไว้เอง
แชร์ทริคออมเงินง่าย ๆ ด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง?
สำหรับสายที่ยับยั้งใจไม่ได้ ชอบตามใจกิเลสตัวเอง จนเริ่มมองเห็นอนาคตแล้วว่า ไม่น่าจะมีเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ซึ่งอันดับแรกอาจเริ่มวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนดังนี้
1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายจะช่วยให้เรารู้ว่าเรามีรายรับ รายจ่ายไปกับอะไรบ้าง บางรายการอาจไม่จำเป็น ที่สำคัญยังจะได้วางแผนการเงินในอนาคตได้
2. เก็บเงินสำรองฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เพราะชีวิตไม่แน่นอน สถานการณ์ฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างน้อยที่สุดเราก็ควรที่จะมีเงินสำรองฉุกเฉินเตรียมไว้ จากระดับค่าใช้จ่ายตามปกติในแต่ละเดือน เพื่อให้มั่นใจ ว่าสามารถผ่านช่วงเวลายากลำบากเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันได้
3. ได้เงินมาแล้วรีบเก็บ
ต้นเดือนเงินออก หรือมีเงินก้อนพิเศษ ก่อนอื่นคำนวณค่าใช้จ่ายไว้ แล้วเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อออม
4. มีเงินเย็นติดบัญชีไว้
หากมีเงินเย็นติดบัญชีไว้ ก็ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น เมื่อมีเหตุกาณ์ต้องใช้เงินกะทันหัน จะได้ไม่กังวล
5. คิดก่อนซื้อ
สิ่งสำคัญคือการจัดการกิเลสของตัวเองให้ได้ เพราะการคิดก่อนซื้อ จะช่วยทบทวนกับตัวเองก่อน ว่าสิ่งของนั้น ๆ จำเป็น รีบใช้หรือไม่
6. วางเป้าหมายการออม
การวางเป้าหมายในการออมเงิน จะช่วยเติมไฟในการออมเงินมากขึ้น
7. เก็บแบงก์ 50
เทรนด์ยอดฮิตที่คนชอบทำกัน เพราะเก็บได้จริง แต่ทั้งนี้ต้องอดทนต่อกิเลสตัวเอง ไม่ให้หยิบมาใช้จ่ายระหว่างทางด้วยนะ
8. เงินทอนหยอดกระปุก
แม้เดี๋ยวนี้คนจะนิยมจ่ายเงินแบบสแกนผ่านแอปพลิเคชัน แต่ก็ยังต้องใช้จ่ายเงินสดบ้าง เศษเหรียญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นเงินทอนยามจับจ่ายก็สามารถนำมาหยอดกระปุกได้
9. หาวิธีเพิ่มพูนเงินในบัญชี
การรับเงินทางเดียวอย่างเงินเดือนอาจไม่พอใช้จ่าย ควรมองหาโอกาสเพิ่มพูนเงินในบัญชีอย่างเช่น ขายของออนไลน์ ลงทุนในกองทุน หรือหุ้นต่าง ๆ รวมถึงการซื้อประกันออมทรัพย์ด้วย
รายได้เท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไร?
เมื่อเริ่มต้นทำงานและมีรายได้ประจำ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้จากการประกอบอาชีพอิสระ หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของเราคือ “การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” เพื่อให้รัฐนำเงินภาษีไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป โดยภาษีที่ต้องชำระจะขึ้นอยู่กับจำนวนรายได้สุทธิของแต่ละคน ซึ่งคำนวณตาม อัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันได
คำนวณภาษีจากรายได้สุทธิอย่างไร?
- หารายได้สุทธิจากสูตร:
รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = รายได้สุทธิ
- จากนั้นนำรายได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามอัตราที่กำหนด:
รายได้สุทธิ × อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องชำระ
อัตราภาษีก้าวหน้า (แบบขั้นบันได)
|
รายได้สุทธิ (บาท/ปี) |
อัตราภาษี |
ภาษีสูงสุดที่ต้องชำระ |
|---|---|---|
|
150,001 – 300,000 |
5% |
ไม่เกิน 7,500 บาท |
|
300,001 – 500,000 |
10% |
ไม่เกิน 27,500 บาท |
|
500,001 – 750,000 |
15% |
ไม่เกิน 65,000 บาท |
|
750,001 – 1,000,000 |
20% |
ไม่เกิน 115,000 บาท |
|
1,000,001 – 2,000,000 |
25% |
ไม่เกิน 365,000 บาท |
|
2,000,001 – 5,000,000 |
30% |
ไม่เกิน 1,265,000 บาท |
|
มากกว่า 5,000,000 |
35% |
ตามอัตราจริงของรายได้ |
อยากลดหย่อนภาษี ทำได้อย่างไรบ้าง?
การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และภาระของแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งได้ดังนี้
ค่าลดหย่อนพื้นฐาน
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว ผู้มีรายได้สามารถหักได้ 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีรายได้ หักได้เพิ่มอีก 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท (เฉพาะบุตรที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปีถ้ายังศึกษาอยู่)
ค่าลดหย่อนจากประกันและสุขภาพ
- เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง สูงสุด 25,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา สูงสุด 15,000 บาท
- เบี้ยประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
ค่าลดหย่อนจากการออมและการลงทุน
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
ลดหย่อนได้ตามเงื่อนไข แต่ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี หรือสูงสุด 500,000 บาท - กองทุนเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
- เงินสะสมกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ลดหย่อนได้ตามจริง
ค่าลดหย่อนจากที่อยู่อาศัย
- ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
การบริจาคเพื่อสังคม
- การบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา หรือโรงพยาบาลรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ของจำนวนที่บริจาคจริง
- การบริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
ประโยชน์ของการทำประกันสะสมทรัพย์มีอะไรบ้าง?
เมื่อพูดถึงการวางแผนลดหย่อนภาษี หลายคนมักนึกถึง “ประกันสะสมทรัพย์” เพราะนอกจากช่วยลดภาระภาษีแล้ว ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างวินัยทางการเงินที่ให้ทั้งความคุ้มครองและผลตอบแทนที่ชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว ลองมาดูข้อดีของการทำประกันสะสมทรัพย์กันครับ
ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้จริง
สำหรับผู้มีรายได้ที่ต้องยื่นภาษีในแต่ละปี การทำประกันสะสมทรัพย์ถือเป็นอีกทางเลือกในการ “ลดหย่อนภาษี” ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมสรรพากรกำหนดให้สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์มาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพของตนเองต้องไม่เกิน 100,000 บาท) จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดภาระภาษีพร้อมได้ความคุ้มครองชีวิตไปในตัว
ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนและมีความเสี่ยงต่ำ
ประกันสะสมทรัพย์จัดอยู่ในกลุ่มประกันชีวิตที่เน้นการออมเงิน มีผลตอบแทนแน่นอนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ผันผวนเหมือนการลงทุนในกองทุนหรือหุ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมอย่างปลอดภัย เมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินคืนมากกว่าเบี้ยที่จ่าย รวมถึงบางแผนอาจมีเงินคืนระหว่างทางตามรอบปีที่กำหนด ช่วยให้คุณวางแผนใช้เงินได้อย่างมั่นใจ
ช่วยสร้างวินัยทางการเงินและวางแผนระยะยาว
ด้วยรูปแบบการชำระเบี้ยที่หลากหลาย เช่น รายเดือน รายปี หรือชำระสั้น 3–5 ปี ทำให้ผู้ทำประกันสามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับรายได้ของตนเองได้ อีกทั้งยังมีเงินคืนเป็นระยะ หรือรับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา ซึ่งจะช่วยให้เกิดวินัยทางการเงิน ไม่ถอนเงินออกมาใช้ก่อนเวลา และมีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคตตามแผนที่ตั้งไว้
มอบความคุ้มครองชีวิตให้คนที่คุณรัก
นอกจากผลตอบแทนด้านการออมแล้ว ประกันสะสมทรัพย์ยังให้ความคุ้มครองชีวิตในกรณีเสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินชดเชยตามทุนประกันที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ สามารถระบุได้ว่าจะให้ใครในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร หรือบิดามารดา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนที่อยู่ข้างหลัง หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ผลประโยชน์เงินคืน “ปลอดภาษี”
ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ เงินคืนจากประกันสะสมทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี ผู้เอาประกันจะได้รับผลประโยชน์เต็มจำนวน ต่างจากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารหรือกำไรจากการลงทุนอื่น ๆ ที่อาจต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้คุณเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้ครบทุกบาท
เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ประกันออมทรัพย์มีอะไรบ้าง?
- ต้องเป็นประกันชีวิตโดยบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น
- กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนทุกปีระหว่างสัญญา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี
- กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนตามช่วงเวลา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา
- หากมีการเลิกสัญญา หรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ และต้องจ่ายคืนภาษีย้อนหลังที่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนไป พร้อมเงินเพิ่มในรูปแบบดอกเบี้ย ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่จ่าย
เลือกซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?
การเลือกซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันสะสมทรัพย์ ไม่เพียงแต่เป็นการวางแผนด้านการเงินเพื่อความมั่นคงในอนาคต แต่ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย ซึ่งหากคุณกำลังวางแผนเรื่องนี้ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อให้ได้ประกันที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด
ประเมินภาระภาษีของตนเองก่อน
ก่อนที่จะเลือกซื้อกรมธรรม์ใด ๆ ควรเริ่มจากการตรวจสอบรายได้ทั้งปีของคุณก่อน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้เสริม ค่าจ้าง หรือรายรับอื่น ๆ จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณว่าคุณจะต้องชำระภาษีในอัตราเท่าไร เพื่อให้เห็นภาพรวมของภาระภาษีที่แท้จริง
ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว
เมื่อรู้ว่าตนเองมีรายได้สุทธิเท่าไร ขั้นตอนต่อมาคือการเช็กว่าสิทธิในการหักลดหย่อนที่คุณมีอยู่แล้วมีอะไรบ้าง เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ดอกเบี้ยบ้าน กองทุนต่าง ๆ เป็นต้น การรู้สิทธิเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนซื้อประกันได้ตรงจุดและไม่ซ้ำซ้อน
วางแผนซื้อประกันให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
เมื่อเข้าใจภาระภาษีที่ต้องชำระและสิทธิลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว คุณสามารถเลือกประกันที่ช่วยประหยัดภาษีเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาล ประกันชีวิตที่ดูแลครอบครัวในระยะยาว หรือประกันสะสมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในอนาคต โดยควรเลือกแบบที่สอดคล้องกับความต้องการและแผนการเงินของคุณมากที่สุด
แค่เริ่มออมเงินตั้งแต่วันนี้ ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินสำหรับใช้ในอนาคต เปย์เก่งยังไงก็ไหวอยู่ กับประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิต และโอกาสรับผลตอบแทน แถมยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา: สืบค้นเมื่อวันที่ 15/10/68
🔖 Rd.go.th