Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี ทั้งลดหย่อนภาษี และได้ผลตอบแทนตรงใจ

ประกันสะสมทรัพย์ คืออะไร ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ เลือกอย่างไรให้เหมาะ

ซื้อประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี ปี 2569 นี้ เพราะหลาย ๆ คนอยากเริ่มเก็บเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ซึ่งเรื่องการออมหรือเก็บเงินใคร ๆ ก็เคยทำมาก่อน อาจจะตั้งแต่วัยเด็กที่พ่อแม่ปลูกฝังมาให้รู้จักเก็บเงินออมไว้ อาจหย่อนกระปุกออมสิน ฝากธนาคาร หรือฝากไว้กับพ่อแม่ พอโตขึ้นมาก็อาจออมในหุ้น หรือกองทุนต่าง ๆ แต่ก็ยังมีการออมอีกประเภทหนึ่ง ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ คือการออมผ่านประกันออมทรัพย์ ซึ่งเป็นการออม ที่ให้ผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่า เพิ่มความมั่นคงทางการเงินในอนาคต และประกันออมทรัพย์ ยังลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย วันนี้แอดจึงพาทุกคน มารู้จักประกันออมทรัพย์ให้มากขึ้น ตามมากันเลย

ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อนะ



ออมเงินผ่านประกันออมทรัพย์ดียังไง


ประกันออมทรัพย์คืออะไร?


สำหรับประกันออมทรัพย์ เป็นชื่อเรียกโดยทั่วไปของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่ให้ประโยชน์ทั้งในส่วนของการคุ้มครองชีวิต และการออมทรัพย์ หรือออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต เพื่อมีเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคต โดยจะได้รับผลประโยชน์ระหว่างสัญญา หรือเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาเอาประกันภัย ก็จะจ่ายสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์


การออมเงินในรูปแบบประกันออมทรัพย์ดีไหม


ขึ้นชื่อว่าการออมเงิน ไม่ว่าจะออมแบบไหนก็เป็นประโยชน์กับตัวเองทั้งนั้น แต่การออมเงินที่ได้ประโยชน์กับตัวเองหลายต่อยิ่งดีต่อใจ เพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ตัวเอง


อย่างเช่น ถ้าเลือกฝากออมทรัพย์ไว้กับธนาคาร จะมีความยืนหยุ่นสูง สามารถนำเงินออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ดอกเบี้ยที่ได้จะไม่สูงนัก แต่ถ้าเลือกทำประกันออมทรัพย์ ก็จะได้มากกว่าการออมเงิน เพราะเราจะได้ทั้งเงินออม ผลตอบแทน พร้อมกับการคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นมา ซึ่งข้อดีของการออมเงินในรูปแบบออมทรัพย์มีดังนี้


  • สามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน และผลประโยชน์ที่พอใจได้ด้วยตัวเอง
  • มีความคุ้มครองชีวิต หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เงินออมจะส่งต่อให้กับคนที่เรารักได้
  • สร้างวินัยการออม หากคุณมีเป้าหมายในการมีเงินก้อนใหญ่ หลังครบกำหนดสัญญา
  • ประกันแบบออมทรัพย์ หรือ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ใช้ยื่นลดหย่อนภาษี ได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี

 การทำประกันออมทรัพย์จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีกว่าการออมเงินทั่ว ๆ ไปนั่นเอง


ประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี 2567

ประกันออมทรัพย์ ที่ไหนดี? 


สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวางแผนการเงินให้ตัวเอง หรือคนที่รักในอนาคตหากวันไหนที่เราไม่อยู่ แต่ไม่รู้ว่าควรทำประกันออมทรัพย์ที่ไหนดี แบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์ตัวเองที่สุด


ยกตัวอย่าง หากคุณต้องการจ่ายเบี้ยเพียงไม่กี่ปี หรือประกันออมทรัพย์ ระยะสั้น อาจเลือก ประกันออมทรัพย์ ที่ที่จ่ายเบี้ยไม่เกิน 5 ปี  หรือหากอยากได้ประกันออมทรัพย์ที่จ่ายเบี้ยไม่แพง ก็ให้เลือกแบบที่จ่ายเบี้ยยาวขึ้นหน่อย แอดขอแนะนำง่าย ๆ ว่าให้ลองคำนวณเบี้ยที่เราส่งไปทั้งหมด ว่าส่งเบี้ยไปเท่าไหร่ แล้วเราได้เงินรับคืนมาทั้งหมดเท่าไหร่ ลองมาหักลบกันดู แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมดูทุนประกันด้วยนะ เพราะแต่ละที่เบี้ยเท่ากัน แต่ทุนประกันไม่เท่ากัน รวมไปถึงดูระยะเวลาการส่งเบี้ยด้วย ว่าเราไหวที่เท่าไหร่ จะได้ไม่เป็นภาระที่หนักเกินไป ซึ่งประกันออมทรัพย์ดีทุกแบบ เพียงแค่ต้องเลือกให้เหมาะ กับความต้องการของคุณที่สุด ซึ่งสามารถเลือกแบบที่เหมาะได้โดยดูจาก


  • ต้องการจ่ายเบี้ยประกันออมทรัพย์ ระยะสั้น หรือยาวกี่ปี
  • ต้องการรับเงินคืนระหว่างปีหรือไม่
  • ต้องการรับผลตอบแทนคืนเท่าไหร่เมื่อจบสัญญา

โดยเมืองไทยประกันชีวิต มีแบบประกันออมทรัพย์ให้เลือกหลายแบบ หลากหลายความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการ


ประกันออมทรัพย์ เหมาะกับใครบ้าง?


ประกันออมทรัพย์ เหมาะกับคนที่ต้องการเก็บเงิน ควบคู่กับการมีความคุ้มครอง และต้องการได้รับผลตอบแทน ที่สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคต หรือเป็นเงินเกษียณอายุได้



สำหรับบางคนที่ยังลังเลว่า ระหว่างประกันออมทรัพย์ กับ Unit linked แบบไหนน่าซื้อกว่ากัน


ก่อนอื่น ต้องมาทำความเข้าใจกันว่า เบี้ยประกันที่เราจ่ายไป สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบเดิมถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของความคุ้มครอง ส่วนของต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท และส่วนของเงินออมหรือเงินลงทุน
โดยประกันออมทรัพย์ จะเน้นส่วนของเงินออมหรือเงินลงทุนมากที่สุด เพื่อสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย ความคุ้มครองจึงไม่สูงนัก


สำหรับ Unit Link ลูกค้าสามารถเลือกสัดส่วนความคุ้มครอง หรือเงินลงทุน ได้เองตามต้องการ และสำหรับส่วนของเงินที่นำไปลงทุน ยังสามารถเลือกลงทุนเองผ่านกองทุนรวมที่บริษัท เลือกมาไว้ให้แล้ว ข้อดีคือสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรับความเสี่ยงจากผลตอบแทนที่อาจมีความผันผวนไว้เอง


 ประกันออมทรัพย์คืออะไร?

แชร์ทริคออมเงินง่าย ๆ ด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง?


สำหรับสายที่ยับยั้งใจไม่ได้ ชอบตามใจกิเลสตัวเอง จนเริ่มมองเห็นอนาคตแล้วว่า ไม่น่าจะมีเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ซึ่งอันดับแรกอาจเริ่มวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนดังนี้


1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายจะช่วยให้เรารู้ว่าเรามีรายรับ รายจ่ายไปกับอะไรบ้าง บางรายการอาจไม่จำเป็น ที่สำคัญยังจะได้วางแผนการเงินในอนาคตได้


2. เก็บเงินสำรองฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

เพราะชีวิตไม่แน่นอน สถานการณ์ฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างน้อยที่สุดเราก็ควรที่จะมีเงินสำรองฉุกเฉินเตรียมไว้ จากระดับค่าใช้จ่ายตามปกติในแต่ละเดือน เพื่อให้มั่นใจ ว่าสามารถผ่านช่วงเวลายากลำบากเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันได้

3. ได้เงินมาแล้วรีบเก็บ

ต้นเดือนเงินออก หรือมีเงินก้อนพิเศษ ก่อนอื่นคำนวณค่าใช้จ่ายไว้ แล้วเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อออม

4. มีเงินเย็นติดบัญชีไว้

หากมีเงินเย็นติดบัญชีไว้ ก็ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น เมื่อมีเหตุกาณ์ต้องใช้เงินกะทันหัน จะได้ไม่กังวล

5. คิดก่อนซื้อ

สิ่งสำคัญคือการจัดการกิเลสของตัวเองให้ได้ เพราะการคิดก่อนซื้อ จะช่วยทบทวนกับตัวเองก่อน ว่าสิ่งของนั้น ๆ จำเป็น รีบใช้หรือไม่ 

6.  วางเป้าหมายการออม

การวางเป้าหมายในการออมเงิน จะช่วยเติมไฟในการออมเงินมากขึ้น

7.  เก็บแบงก์ 50

เทรนด์ยอดฮิตที่คนชอบทำกัน เพราะเก็บได้จริง แต่ทั้งนี้ต้องอดทนต่อกิเลสตัวเอง ไม่ให้หยิบมาใช้จ่ายระหว่างทางด้วยนะ

8.  เงินทอนหยอดกระปุก

แม้เดี๋ยวนี้คนจะนิยมจ่ายเงินแบบสแกนผ่านแอปพลิเคชัน แต่ก็ยังต้องใช้จ่ายเงินสดบ้าง เศษเหรียญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นเงินทอนยามจับจ่ายก็สามารถนำมาหยอดกระปุกได้

9. หาวิธีเพิ่มพูนเงินในบัญชี

การรับเงินทางเดียวอย่างเงินเดือนอาจไม่พอใช้จ่าย ควรมองหาโอกาสเพิ่มพูนเงินในบัญชีอย่างเช่น ขายของออนไลน์ ลงทุนในกองทุน หรือหุ้นต่าง ๆ รวมถึงการซื้อประกันออมทรัพย์ด้วย


รายได้เท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไร?

เมื่อเริ่มต้นทำงานและมีรายได้ประจำ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้จากการประกอบอาชีพอิสระ หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของเราคือ “การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” เพื่อให้รัฐนำเงินภาษีไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป โดยภาษีที่ต้องชำระจะขึ้นอยู่กับจำนวนรายได้สุทธิของแต่ละคน ซึ่งคำนวณตาม อัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันได

คำนวณภาษีจากรายได้สุทธิอย่างไร? 

  • หารายได้สุทธิจากสูตร:
    รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = รายได้สุทธิ
  • จากนั้นนำรายได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามอัตราที่กำหนด:
    รายได้สุทธิ × อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องชำระ

อัตราภาษีก้าวหน้า (แบบขั้นบันได)

รายได้สุทธิ (บาท/ปี)

อัตราภาษี

ภาษีสูงสุดที่ต้องชำระ

150,001 – 300,000

5%

ไม่เกิน 7,500 บาท

300,001 – 500,000

10%

ไม่เกิน 27,500 บาท

500,001 – 750,000

15%

ไม่เกิน 65,000 บาท

750,001 – 1,000,000

20%

ไม่เกิน 115,000 บาท

1,000,001 – 2,000,000

25%

ไม่เกิน 365,000 บาท

2,000,001 – 5,000,000

30%

ไม่เกิน 1,265,000 บาท

มากกว่า 5,000,000

35%

ตามอัตราจริงของรายได้


อยากลดหย่อนภาษี ทำได้อย่างไรบ้าง?

การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และภาระของแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งได้ดังนี้

  1. ค่าลดหย่อนพื้นฐาน 

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว ผู้มีรายได้สามารถหักได้ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีรายได้ หักได้เพิ่มอีก 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท (เฉพาะบุตรที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปีถ้ายังศึกษาอยู่)
  1. ค่าลดหย่อนจากประกันและสุขภาพ 

  • เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง สูงสุด 25,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา สูงสุด 15,000 บาท
  • เบี้ยประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
  1. ค่าลดหย่อนจากการออมและการลงทุน 

  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
    ลดหย่อนได้ตามเงื่อนไข แต่ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี หรือสูงสุด 500,000 บาท
  • กองทุนเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
  • เงินสะสมกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ลดหย่อนได้ตามจริง
  1. ค่าลดหย่อนจากที่อยู่อาศัย

  • ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
  1. การบริจาคเพื่อสังคม 

  • การบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา หรือโรงพยาบาลรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ของจำนวนที่บริจาคจริง
  • การบริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

ประโยชน์ของการทำประกันสะสมทรัพย์มีอะไรบ้าง?


เมื่อพูดถึงการวางแผนลดหย่อนภาษี หลายคนมักนึกถึง “ประกันสะสมทรัพย์” เพราะนอกจากช่วยลดภาระภาษีแล้ว ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างวินัยทางการเงินที่ให้ทั้งความคุ้มครองและผลตอบแทนที่ชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว ลองมาดูข้อดีของการทำประกันสะสมทรัพย์กันครับ

  1. ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้จริง 

สำหรับผู้มีรายได้ที่ต้องยื่นภาษีในแต่ละปี การทำประกันสะสมทรัพย์ถือเป็นอีกทางเลือกในการ “ลดหย่อนภาษี” ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมสรรพากรกำหนดให้สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์มาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพของตนเองต้องไม่เกิน 100,000 บาท) จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดภาระภาษีพร้อมได้ความคุ้มครองชีวิตไปในตัว

  1. ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนและมีความเสี่ยงต่ำ 

ประกันสะสมทรัพย์จัดอยู่ในกลุ่มประกันชีวิตที่เน้นการออมเงิน มีผลตอบแทนแน่นอนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ผันผวนเหมือนการลงทุนในกองทุนหรือหุ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมอย่างปลอดภัย เมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินคืนมากกว่าเบี้ยที่จ่าย รวมถึงบางแผนอาจมีเงินคืนระหว่างทางตามรอบปีที่กำหนด ช่วยให้คุณวางแผนใช้เงินได้อย่างมั่นใจ

  1. ช่วยสร้างวินัยทางการเงินและวางแผนระยะยาว 

ด้วยรูปแบบการชำระเบี้ยที่หลากหลาย เช่น รายเดือน รายปี หรือชำระสั้น 3–5 ปี ทำให้ผู้ทำประกันสามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับรายได้ของตนเองได้ อีกทั้งยังมีเงินคืนเป็นระยะ หรือรับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา ซึ่งจะช่วยให้เกิดวินัยทางการเงิน ไม่ถอนเงินออกมาใช้ก่อนเวลา และมีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคตตามแผนที่ตั้งไว้

  1. มอบความคุ้มครองชีวิตให้คนที่คุณรัก 

นอกจากผลตอบแทนด้านการออมแล้ว ประกันสะสมทรัพย์ยังให้ความคุ้มครองชีวิตในกรณีเสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินชดเชยตามทุนประกันที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ สามารถระบุได้ว่าจะให้ใครในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร หรือบิดามารดา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนที่อยู่ข้างหลัง หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

  1. ผลประโยชน์เงินคืน “ปลอดภาษี” 

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ เงินคืนจากประกันสะสมทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี ผู้เอาประกันจะได้รับผลประโยชน์เต็มจำนวน ต่างจากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารหรือกำไรจากการลงทุนอื่น ๆ ที่อาจต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้คุณเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้ครบทุกบาท


เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ประกันออมทรัพย์มีอะไรบ้าง?

  • ต้องเป็นประกันชีวิตโดยบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น
  • กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนทุกปีระหว่างสัญญา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี 
  • กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนตามช่วงเวลา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา
  • หากมีการเลิกสัญญา หรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ และต้องจ่ายคืนภาษีย้อนหลังที่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนไป พร้อมเงินเพิ่มในรูปแบบดอกเบี้ย ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่จ่าย


เลือกซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?


การเลือกซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันสะสมทรัพย์ ไม่เพียงแต่เป็นการวางแผนด้านการเงินเพื่อความมั่นคงในอนาคต แต่ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย ซึ่งหากคุณกำลังวางแผนเรื่องนี้ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อให้ได้ประกันที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด

  1. ประเมินภาระภาษีของตนเองก่อน 

ก่อนที่จะเลือกซื้อกรมธรรม์ใด ๆ ควรเริ่มจากการตรวจสอบรายได้ทั้งปีของคุณก่อน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้เสริม ค่าจ้าง หรือรายรับอื่น ๆ จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณว่าคุณจะต้องชำระภาษีในอัตราเท่าไร เพื่อให้เห็นภาพรวมของภาระภาษีที่แท้จริง

  1. ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว 

เมื่อรู้ว่าตนเองมีรายได้สุทธิเท่าไร ขั้นตอนต่อมาคือการเช็กว่าสิทธิในการหักลดหย่อนที่คุณมีอยู่แล้วมีอะไรบ้าง เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ดอกเบี้ยบ้าน กองทุนต่าง ๆ เป็นต้น การรู้สิทธิเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนซื้อประกันได้ตรงจุดและไม่ซ้ำซ้อน

  1. วางแผนซื้อประกันให้สอดคล้องกับเป้าหมาย 

เมื่อเข้าใจภาระภาษีที่ต้องชำระและสิทธิลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว คุณสามารถเลือกประกันที่ช่วยประหยัดภาษีเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาล ประกันชีวิตที่ดูแลครอบครัวในระยะยาว หรือประกันสะสมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในอนาคต โดยควรเลือกแบบที่สอดคล้องกับความต้องการและแผนการเงินของคุณมากที่สุด


แค่เริ่มออมเงินตั้งแต่วันนี้ ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินสำหรับใช้ในอนาคต เปย์เก่งยังไงก็ไหวอยู่ กับประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิต และโอกาสรับผลตอบแทน แถมยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท 

  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

ที่มา: สืบค้นเมื่อวันที่ 15/10/68

🔖 Rd.go.th

บทความน่าสนใจ