Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ประกันผู้สูงอายุเลือกแบบไหนดี ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์หลังวัย 60

ประกันผู้สูงอายุเลือกแบบไหนดี? ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์หลังวัย 60

เมื่อพูดถึงชีวิตหลังวัย 60 ภาพของแต่ละคนอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางคนเกษียณแล้วแต่ยังทำงานหรือทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่ตัวเองชอบ บางคนเริ่มออกเดินทางไปยังสถานที่ที่เคยอยากไป บางคนมีความสุขกับการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาส่วนใหญ่กับครอบครัว และเริ่มคิดถึงสิ่งที่อยากเตรียมไว้ให้ลูกหลานในอนาคต เพราะคำว่า ผู้สูงอายุ บอกเราได้เพียงช่วงวัย แต่ไม่ได้บอกว่าแต่ละคนกำลังใช้ชีวิตแบบไหน มีภาระอะไร มีเงินเก็บเท่าไร หรือให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด

การเลือกประกันในช่วงวัยนี้จึงอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า “อายุเท่านี้ควรซื้อประกันอะไร?” เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการถามตัวเองง่าย ๆ ว่า “วันนี้เราใช้ชีวิตแบบไหน และมีเรื่องอะไรที่อยากเตรียมพร้อมมากที่สุด?”

โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณที่แหล่งรายได้อาจเปลี่ยนจากเงินเดือนประจำมาเป็นเงินออม เงินบำนาญ หรือรายได้จากทรัพย์สินที่สะสมไว้ การจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางจึงเป็นอีกเรื่องที่ควรนำมาคิดควบคู่กับแผนการใช้ชีวิต

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วง วันผู้สูงอายุ หรือวันธรรมดา ๆ การกลับมาเช็กว่า Lifestyle วันนี้ยังสอดคล้องกับความคุ้มครองที่มีอยู่หรือไม่ ก็อาจช่วยให้เราเห็นสิ่งที่ยังขาด และเลือกเติมความคุ้มครองได้ตรงกับชีวิตมากขึ้น


Key Takeaway

  • อายุเท่ากันไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนจะมี Lifestyle ความกังวล และเป้าหมายชีวิตเหมือนกัน การเลือกประกันจึงควรพิจารณาจากชีวิตจริงของแต่ละคนควบคู่กับอายุ
  • คนที่ยัง Active เดินทาง หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน อาจให้ความสำคัญกับค่ารักษาพยาบาลและอุบัติเหตุ ขณะที่คนที่มีเงินเก็บและอยากรักษาแผนการใช้เงินหลังเกษียณ อาจมองหาความคุ้มครองที่ช่วยลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่
  • สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว ประกันชีวิตผู้สูงอายุ อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเตรียมเงินก้อนให้คนข้างหลัง แต่ควรพิจารณารายละเอียดความคุ้มครอง ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้น และเบี้ยประกันให้เหมาะกับกำลังจ่าย
  • ก่อนซื้อประกันเพิ่ม ควรเช็กสิทธิรักษาและกรมธรรม์เดิมที่มีอยู่ก่อน เพื่อให้รู้ว่า “ช่องว่าง” ที่ต้องการเติมจริง ๆ อยู่ตรงไหน

ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 ทำไมอายุเท่ากัน ถึงไม่ควรเลือกประกันเหมือนกัน?

ทำไมอายุเท่ากัน ถึงไม่ควรเลือกประกันเหมือนกัน?

หลังเข้าสู่วัยเกษียณ สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีเพียงตัวเลขอายุ แต่ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต รายได้ สุขภาพ และเป้าหมายของแต่ละคนก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ชีวิตหลังเกษียณเป็นช่วงที่หลายคนมีเวลาสำหรับครอบครัว ดูแลสุขภาพ ท่องเที่ยว ทำงานอดิเรก หรือช่วยเหลือสังคมมากขึ้น ขณะที่แหล่งรายได้หลักอาจเปลี่ยนจากเงินเดือนมาเป็นเงินออมและเงินสะสมที่เตรียมไว้สำหรับวัยเกษียณ

เพราะฉะนั้น คนอายุ 65 ปีสองคนอาจมีชีวิตที่แตกต่างกันมาก คนหนึ่งยังทำงานและเดินทางทุกสัปดาห์ อีกคนอาจเกษียณเต็มตัวและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สิ่งที่ทั้งสองคนต้องการจากประกันจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

1. Lifestyle ต่างกัน ความเสี่ยงที่เจอก็ต่างกัน

ลองนึกภาพผู้สูงอายุสองคนที่อายุเท่ากัน คนแรกชอบวิ่ง เดินออกกำลังกาย ไปเที่ยวต่างจังหวัด และมีกิจกรรมนอกบ้านเป็นประจำ ส่วนอีกคนชอบใช้เวลาอยู่บ้าน ทำสวน อ่านหนังสือ และพบปะลูกหลานในวันหยุด แม้อายุจะเท่ากัน แต่กิจกรรมที่ทำในแต่ละวันแตกต่างกัน ความเสี่ยงที่อยากเตรียมรับมือก็อาจต่างกันไปด้วย

กรมอนามัยให้ความสำคัญกับแนวคิด Healthy Ageing และ Healthspan โดยสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดิน ทำสวน ทำงานบ้าน หรือทำกิจกรรมกับครอบครัว เพื่อช่วยรักษาความแข็งแรงและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ดังนั้น การเข้าสู่วัยสูงอายุไม่ได้หมายความว่าชีวิตต้องหยุด Active แต่ยิ่งเรามีกิจกรรมที่อยากทำมากเท่าไร การเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเข้ามาสะดุด Lifestyle นั้นก็เป็นอีกเรื่องที่ควรคิดไว้

สำหรับคนที่เดินทางหรือทำกิจกรรมนอกบ้านบ่อย อาจลองกลับมาเช็กว่าปัจจุบันมีความคุ้มครองอุบัติเหตุหรือค่ารักษาพยาบาลเพียงพอหรือไม่ ขณะที่คนที่ใช้ชีวิตค่อนข้างสงบ อาจให้ความสำคัญกับความคุ้มครองด้านสุขภาพหรือการเตรียมเงินก้อนสำหรับครอบครัวมากกว่า

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ “Lifestyle แบบนี้ต้องซื้อประกันชนิดนี้” แต่คือการใช้ Lifestyle เป็นจุดเริ่มต้นในการมองหาความเสี่ยงที่เราอยากเตรียมพร้อม

2. สถานะทางการเงินต่างกัน วิธีรับมือค่าใช้จ่ายก็ต่างกัน

นอกจาก Lifestyle แล้ว เรื่องเงินเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ หลายคนไม่ได้มีเงินเดือนเข้าบัญชีเหมือนเดิม เงินที่ใช้ในแต่ละเดือนอาจมาจากเงินออม เงินลงทุน เงินบำนาญ หรือรายได้จากทรัพย์สินที่สะสมไว้ เงินก้อนเหล่านี้อาจถูกเตรียมไว้สำหรับหลายเป้าหมาย ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายประจำวัน ท่องเที่ยว งานอดิเรก ดูแลบ้าน ไปจนถึงเงินที่อยากเก็บไว้ให้ลูกหลาน

ข้อมูลที่น่าสนใจ
ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายสำคัญของวัยสูงอายุ และข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2568 พบว่า ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุมีค่าเวชภัณฑ์และค่าตรวจรักษาพยาบาลมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุประมาณ 48%

จุดนี้ทำให้การวางแผนหลังเกษียณไม่ควรมองเพียงว่า “มีเงินเก็บเท่าไร” แต่อาจต้องมองต่อด้วยว่า หากเกิดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในแผน เราต้องการรับความเสี่ยงนั้นด้วยเงินของตัวเองทั้งหมดหรือมีตัวช่วยอื่นรองรับบางส่วน

คนที่มีเงินเก็บจำนวนมากอาจสามารถรับความเสี่ยงบางอย่างด้วยตัวเองได้ ขณะที่บางคนอาจอยากใช้ประกันเข้ามาช่วยแบ่งเบาความไม่แน่นอน เพื่อไม่ให้ต้องดึงเงินที่ตั้งใจไว้ใช้ในเป้าหมายอื่นออกมาก่อนเวลา

3. เป้าหมายหลังวัย 60 ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนตั้งเป้าว่าเกษียณแล้วจะเดินทางปีละหลายครั้ง บางคนอยากทำธุรกิจเล็ก ๆ บางคนอยากอยู่บ้านกับหลาน หรือบางคนอาจเริ่มคิดว่า หากวันหนึ่งตัวเองไม่อยู่แล้ว อยากเตรียมอะไรไว้ให้ครอบครัว

ความแตกต่างเหล่านี้มีผลต่อการเลือกความคุ้มครองเช่นกัน หากเป้าหมายหลักคือรักษาเงินเกษียณไว้สำหรับใช้ชีวิต ความคุ้มครองด้านสุขภาพและอุบัติเหตุอาจเป็นสิ่งที่ควรสำรวจ หากเป้าหมายคือการเตรียมเงินก้อนให้ครอบครัว ประกันชีวิตผู้สูงอายุ ก็อาจเป็นอีกทางเลือกที่นำมาพิจารณาได้

แต่ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นแบบไหน ควรมองประกันเป็นหนึ่งในเครื่องมือของแผนชีวิต ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะการเตรียมตัวสำหรับวัยสูงอายุยังประกอบด้วยเงินออม สิทธิรักษาพยาบาล การดูแลสุขภาพ และการจัดการทรัพย์สินด้านอื่น ๆ ด้วย

เมื่อเห็นทั้ง Lifestyle สถานะทางการเงิน และเป้าหมายชีวิตของตัวเองชัดขึ้นแล้ว ขั้นต่อไปจึงค่อยกลับมาดูว่า ประกันประเภทไหนสามารถเข้ามาช่วยเติมส่วนที่ยังขาดได้จริง

 สูงวัย ไลฟ์สไตล์ไหน ควรมองหาประกันแบบไหน?

สูงวัย ไลฟ์สไตล์ไหน ควรมองหาประกันแบบไหน?

แทนที่จะเริ่มจากรายชื่อแบบประกัน ลองเริ่มจากชีวิตประจำวันของตัวเองก่อน เพราะสิ่งที่ทำบ่อย สิ่งที่กังวล และสิ่งที่อยากรักษาไว้ อาจเป็นคำตอบที่ช่วยบอกได้ว่าเราควรให้ความสำคัญกับความคุ้มครองด้านใด

Active Senior — เกษียณแล้ว แต่ชีวิตยังไม่หยุด

ถ้าวัย 60+ ของคุณยังเต็มไปด้วยกิจกรรม ทั้งเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย ไปพบเพื่อน ทำงานอดิเรก หรือออกจากบ้านเป็นประจำ คุณอาจเรียกตัวเองว่าเป็น Active Senior ได้เต็มปาก

การใช้ชีวิตแบบ Active มีข้อดีต่อสุขภาพหลายด้าน และกรมอนามัยก็สนับสนุนให้ผู้สูงอายุขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยรักษาความแข็งแรง การทรงตัว และคุณภาพชีวิต

แต่เมื่อมีกิจกรรมมากขึ้น สิ่งที่ควรเช็กควบคู่กันคือ หากเกิดอุบัติเหตุหรือจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา เรามีความคุ้มครองอะไรอยู่แล้วบ้าง

อ่านบทความเพิ่มเติม ผู้สูงอายุ ออกกำลังกายยังไงให้ปลอดโรค

กลุ่มนี้อาจให้ความสำคัญกับ ประกันอุบัติเหตุ และความคุ้มครองด้านสุขภาพ โดยพิจารณาทั้งวงเงินค่ารักษา เงินชดเชยกรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ขอบเขตของอุบัติเหตุที่คุ้มครอง รวมถึงอายุที่สามารถสมัครและต่ออายุได้

สำหรับผู้สูงอายุบางช่วงวัย ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เช่น โครงการเมืองไทยวัยเก๋า ซึ่งมีทั้งความคุ้มครองชีวิต อุบัติเหตุ และเงินชดเชยรายวันตามเงื่อนไขของแบบประกัน จึงสามารถนำรายละเอียดมาเปรียบเทียบกับ Lifestyle และความคุ้มครองเดิมที่มีอยู่ก่อนตัดสินใจ

Travel Lover — มีเวลาแล้ว อยากออกไปเห็นโลกให้มากขึ้น

สำหรับบางคน ชีวิตหลังเกษียณคือช่วงเวลาที่รอคอย เพราะไม่ต้องรอวันลาหรือจัดตารางงานเหมือนเมื่อก่อน จะเที่ยวต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ หรือกลับไปยังสถานที่ที่ชอบเมื่อไรก็มีอิสระมากขึ้น

ถ้าการเดินทางเป็น Lifestyle หลัก สิ่งที่ควรเตรียมจึงไม่ได้มีเพียงค่าตั๋ว ที่พัก และเงินสำหรับใช้จ่าย แต่ควรคิดถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางด้วย

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลและกรมธรรม์ที่มีอยู่ว่าครอบคลุมพื้นที่หรือสถานการณ์ที่กำลังจะเดินทางไปหรือไม่ โดยเฉพาะการเดินทางต่างประเทศที่อาจต้องพิจารณาประกันเดินทางแยกตามแต่ละทริป

สำหรับชีวิตประจำวัน ความคุ้มครองด้านสุขภาพและอุบัติเหตุก็ยังเป็นสิ่งที่ควรสำรวจ เพราะเป้าหมายสำคัญของการเตรียมพร้อมไม่ใช่การหยุดเดินทาง แต่คือช่วยให้เหตุไม่คาดคิดไม่เข้ามากระทบแผนการใช้ชีวิตและเงินที่เตรียมไว้มากเกินไป

Healthy Senior — ดูแลตัวเองดี ก็ยังควรเตรียมรับมือสิ่งที่คาดไม่ถึง

กินดี ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และไม่มีโรคประจำตัว อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่ายังไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องความคุ้มครองมากนัก แต่การดูแลสุขภาพกับการเตรียมรับความเสี่ยงทำหน้าที่ต่างกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม เปิด 5 โรคในผู้สูงวัยที่ต้องระวัง

การกินอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพช่วยดูแลร่างกายและลดปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง ขณะที่ประกันทำหน้าที่ช่วยจัดการผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง

ดังนั้น Healthy Senior อาจเริ่มจากสำรวจสิทธิสุขภาพที่มีอยู่ เช่น สิทธิภาครัฐ สวัสดิการเดิม หรือประกันที่ซื้อไว้ก่อนหน้า แล้วดูว่าหากต้องเข้ารับการรักษาจริง ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ต้องรับผิดชอบเอง

ถ้ามี Gap จึงค่อยพิจารณาว่าความคุ้มครองด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือเงินชดเชยประเภทใดเหมาะกับงบประมาณและรูปแบบชีวิตของตัวเอง

Independent Senior — มีเงินเก็บ และอยากรักษาเงินก้อนนี้ไว้ใช้ตามแผน

“มีเงินเก็บแล้ว ยังต้องมีประกันไหม?”

คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเงินก้อนนั้นมีหน้าที่อะไร ถ้าเงินเก็บถูกวางไว้สำหรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ 20-30 ปี ท่องเที่ยว ดูแลบ้าน ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือเป็นเงินที่ตั้งใจส่งต่อให้ลูกหลาน การต้องนำเงินก้อนเดียวกันออกมาใช้กับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ อาจทำให้แผนอื่นเปลี่ยนตามไปด้วย

ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้การออมมีหลายวัตถุประสงค์ เช่น เงินฉุกเฉิน เงินเกษียณ เงินสำหรับเป้าหมายชีวิต และเงินลงทุน ซึ่งสะท้อนว่าเงินแต่ละก้อนอาจมีหน้าที่ต่างกัน

สำหรับ Independent Senior การพิจารณาประกันจึงไม่จำเป็นต้องเกิดจากความรู้สึกว่า “ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา” แต่อาจเป็นการเลือกว่าจะบริหารความเสี่ยงบางส่วนด้วยเงินตัวเอง และส่วนไหนอยากโอนไปให้ประกันช่วยรับภาระตามเงื่อนไข

วิธีคิดแบบนี้จะช่วยให้เลือกวงเงินความคุ้มครองได้สัมพันธ์กับฐานะทางการเงินมากกว่าเลือกตามอายุเพียงอย่างเดียว

Family First — วันนี้พร้อมแล้ว แต่อยากเตรียมบางอย่างไว้ให้คนข้างหลัง

เมื่อเรื่องเงินหลังเกษียณและสุขภาพของตัวเองค่อนข้างพร้อมแล้ว ความคิดของผู้สูงอายุบางคนอาจขยับจาก “เราจะอยู่อย่างไร” ไปเป็น “ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ อยากเตรียมอะไรไว้ให้ครอบครัว”

กลุ่มนี้อาจไม่ได้ต้องการประกันเพราะกังวลค่ารักษาพยาบาลเป็นอันดับแรก แต่ให้ความสำคัญกับการเตรียมเงินก้อนสำหรับคนข้างหลัง เช่น คู่ชีวิต ลูก หรือสมาชิกครอบครัวที่ยังต้องดูแล

ประกันชีวิตผู้สูงอายุ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาร่วมกับการวางแผนทรัพย์สินด้านอื่นได้ โดยควรดูทั้งจำนวนเงินเอาประกัน เบี้ยที่ต้องชำระ ระยะเวลาความคุ้มครอง เงื่อนไขกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ระยะเวลารอคอย และข้อยกเว้นต่าง ๆ อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม การทำประกันชีวิตไม่ใช่วิธีเดียวในการส่งต่อทรัพย์สิน การวางแผนมรดก เงินฝาก การลงทุน และทรัพย์สินประเภทอื่นก็ควรถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้ภาพรวมสอดคล้องกับความตั้งใจของเจ้าของทรัพย์สินมากที่สุด

Lifestyle แต่ละแบบไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่า “ต้องซื้อประกันอะไร” แต่ช่วยให้เราเริ่มต้นตั้งคำถามได้ตรงจุดขึ้นว่า สิ่งใดสำคัญกับชีวิตเรามากที่สุด และความเสี่ยงใดที่เราต้องการรับเองหรืออยากมีตัวช่วยแบ่งเบา

 ก่อนเลือกประกันผู้สูงอายุ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ก่อนเลือกประกันผู้สูงอายุ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

เมื่อรู้แล้วว่า Lifestyle ของเราให้ความสำคัญกับเรื่องไหน อย่าเพิ่งรีบเลือกจากชื่อแบบประกันหรือวงเงินสูงที่สุด เพราะประกันสำหรับวัยสูงอายุมีทั้งเงื่อนไข อายุรับประกัน ขอบเขตความคุ้มครอง และค่าเบี้ยที่แตกต่างกัน การเช็ก 3 เรื่องต่อไปนี้ก่อนจะช่วยให้เลือกได้ตรงความต้องการมากขึ้น

1. เช็กความคุ้มครองและสิทธิที่มีอยู่ก่อน

เริ่มจากรวบรวมสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ สวัสดิการจากอดีตนายจ้าง ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันชีวิตเดิม

จากนั้นลองถามว่า หากวันนี้ต้องเข้าโรงพยาบาล เกิดอุบัติเหตุ หรือต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายวัน ค่าใช้จ่ายส่วนใดมีคนรับผิดชอบให้แล้ว และส่วนใดที่เรายังต้องจ่ายเอง การทำแบบนี้ช่วยให้เห็น “Gap” ของความคุ้มครองจริง ๆ และลดโอกาสซื้อความคุ้มครองซ้ำในส่วนที่มีเพียงพออยู่แล้ว

2. เช็กเงื่อนไขของประกันให้ละเอียด ไม่ดูแค่คำว่า “สำหรับผู้สูงอายุ”

คำว่า “ประกันผู้สูงอายุ” ไม่ได้หมายความว่าทุกแบบให้ความคุ้มครองเหมือนกัน บางแบบเน้นความคุ้มครองชีวิต บางแบบเน้นอุบัติเหตุ บางแบบให้เงินชดเชยเมื่อนอนโรงพยาบาล ขณะที่ ประกันสุขภาพ บางประเภทอาจพิจารณาประวัติสุขภาพก่อนรับประกัน จึงควรดูอย่างน้อยว่า

  • รับสมัครถึงอายุเท่าไร
  • คุ้มครองถึงอายุเท่าไร
  • ต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพหรือไม่
  • ความคุ้มครองเริ่มเมื่อไร
  • มีระยะเวลารอคอยหรือไม่
  • โรคหรือภาวะที่เป็นมาก่อนทำประกันอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด
  • มีข้อยกเว้นอะไรบ้าง
  • เบี้ยประกันคงที่หรือเปลี่ยนตามอายุ
  • ต้องชำระเบี้ยนานกี่ปี

รายละเอียดเหล่านี้สำคัญกว่าการดูวงเงินสูงสุดเพียงตัวเลขเดียว เพราะเป็นตัวกำหนดว่าเมื่อถึงเวลาต้องใช้จริง กรมธรรม์จะตอบโจทย์สิ่งที่เราตั้งใจไว้หรือไม่

3. เช็กว่าเบี้ยประกันไปด้วยกันได้กับเงินหลังเกษียณหรือไม่

ความคุ้มครองที่มากขึ้นมักมาพร้อมค่าเบี้ยที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น สิ่งที่เหมาะที่สุดจึงไม่จำเป็นต้องเป็นแผนที่ให้วงเงินสูงที่สุด แต่ควรเป็นแผนที่สามารถชำระเบี้ยต่อเนื่องได้โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นและเงินที่เตรียมไว้สำหรับชีวิตหลังเกษียณ

ลองแยกค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เงินฉุกเฉิน เงินสำหรับ Lifestyle และเบี้ยประกันออกจากกัน แล้วดูว่าเบี้ยที่กำลังพิจารณาอยู่เป็นสัดส่วนที่รับได้หรือไม่

โดยเฉพาะในวัยที่รายได้ประจำอาจลดลง การซื้อประกันด้วยเบี้ยที่สูงเกินกำลังจนต้องนำเงินเกษียณออกมาใช้มากกว่าที่วางแผนไว้ อาจสวนทางกับจุดประสงค์ของการทำประกันตั้งแต่แรก

สุดท้ายแล้ว “ประกันที่เหมาะ” จึงไม่ใช่เพียงแบบที่ให้ความคุ้มครองมาก แต่เป็นแบบที่เติมช่องว่างได้ตรงจุดและสามารถอยู่ในแผนการเงินของเราได้ในระยะยาว


สูงวัยต่าง Lifestyle ความคุ้มครองที่เหมาะก็ต่างกัน

อายุ 60, 65 หรือ 70 ปี เป็นเพียงตัวเลขหนึ่งที่ใช้บอกช่วงวัย แต่ไม่ได้บอกว่าเรากำลังใช้ชีวิตแบบไหน

บางคนยังทำงาน บางคนอยากออกเดินทาง บางคนตั้งใจรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อทำกิจกรรมที่ชอบไปให้นานที่สุด บางคนมีเงินเก็บพร้อมแล้วและอยากรักษาเงินก้อนนั้นไว้ใช้ตามแผน ขณะที่บางคนเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะส่งต่อให้ครอบครัว

ก่อนถามว่า “ประกันผู้สูงอายุแบบไหนดี?”
ลองเปลี่ยนเป็นคำถามว่า
“ตอนนี้เราใช้ชีวิตแบบไหน และมีเรื่องอะไรที่อยากเตรียมพร้อม?”

เมื่อรู้คำตอบแล้ว จึงค่อยกลับมาเช็กสิทธิและความคุ้มครองที่มีอยู่ ดูช่องว่างที่ยังขาด และพิจารณาว่าจะรับความเสี่ยงส่วนไหนด้วยเงินของตัวเอง หรือให้ประกันเข้ามาช่วยดูแลส่วนไหน เพราะการเตรียมพร้อมในวัยสูงอายุ ไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้ชีวิต แต่คือการจัดการเรื่องที่เราพอเตรียมได้ เพื่อให้เงิน เวลา และสุขภาพที่มีอยู่ ถูกใช้ไปกับชีวิตในแบบที่เราเลือกมากขึ้น

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 17/09/69

🔖 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
🔖 ธนาคารแห่งประเทศไทย : การวางแผนเกษียณ
🔖 ธนาคารแห่งประเทศไทย : ผู้เกษียณอายุ
🔖 ธนาคารแห่งประเทศไทย : เตรียมพร้อมเกษียณอย่างไรให้มีกินใช้ตลอดชีวิต
🔖 ธนาคารแห่งประเทศไทย : การออมและการแบ่งเงินตามเป้าหมาย
🔖 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข : Blue Book

A: ไม่มีประกันประเภทเดียวที่เหมาะกับผู้สูงอายุทุกคน ควรพิจารณาจากสุขภาพ Lifestyle สิทธิรักษาที่มีอยู่ ฐานะทางการเงิน และเป้าหมาย เช่น หากทำกิจกรรมนอกบ้านบ่อยอาจให้ความสำคัญกับอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาล ส่วนผู้ที่ต้องการเตรียมเงินก้อนให้ครอบครัวอาจพิจารณาประกันชีวิตผู้สูงอายุ โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละแบบก่อนตัดสินใจ

Interesting Article