Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

10 วิธีดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้อง 02

10 วิธีดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้อง

เคยสังเกตไหมว่าพอคนในครอบครัวเริ่มมีอายุมากขึ้น เราก็เริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ กลัวว่าท่านจะล้ม กลัวว่าท่านจะป่วย หรือกลัวว่าเราจะดูแลไม่ดีพอ ความจริงแล้ว การดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่แค่เรื่องของการให้ยาตรงเวลาหรือพาไปหาหมอเท่านั้น มันมีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ทั้งเรื่องของความรู้สึก จิตใจ และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับท่าน


วันนี้แอดจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบถ้วน ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึง 10 วิธีที่จะช่วยให้คนที่คุณรักมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ พร้อมแล้วเริ่มกันเลย!


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


1. การดูแลผู้สูงอายุติดบ้านที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้

2. การดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

3. 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ

4. ดูแลผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนทั้งกายและใจ กับเมืองไทยประกันชีวิต



ารดูแลผู้สูงอายุติดบ้านที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้


การดูแลผู้สูงอายุติดบ้านที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้


สำหรับผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และยังมีความเป็นอิสระในการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การส่งเสริมและรักษาสุขภาพที่ดีอยู่แล้วให้คงอยู่นานที่สุด


ด้านร่างกาย 


  • การตรวจสุขภาพประจำปี - พาไปตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อติดตามดูค่าต่างๆ  
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ - ส่งเสริมให้ท่านออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน ครั้งละ 30 นาที 
  • การควบคุมอาหาร - ดูแลให้ท่านได้รับอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผัก ผลไม้ โปรตีนจากปลาและไก่ ลดอาหารที่มีเกลือ น้ำตาล และไขมันสูง อย่าลืมให้ท่านดื่มน้ำเพียงพอด้วยนะ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน
  • การนอนหลับที่มีคุณภาพ - ดูแลให้ผู้สูงอายุมีการนอนหลับที่เพียงพอ ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน  


ด้านจิตใจ


  • การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม - ส่งเสริมให้ท่านได้พบปะเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรือเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน  
  • การให้ความสำคัญและรับฟัง - แม้ท่านจะช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็ยังต้องการความรัก ความเอาใจใส่จากคนในครอบครัว ทำให้ท่านรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขมากขึ้น
  • การมีกิจกรรมที่ท้าทายสมอง - ส่งเสริมให้ท่านทำกิจกรรมที่กระตุ้นสมอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมหรือปริศนา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ จะช่วยให้สมองยังคงแข็งแรงและลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม



การดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้


สำหรับผู้สูงอายุที่ติดเตียง หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากนัก การดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะต้องใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น และต้องการความอดทนเป็นพิเศษ


ด้านร่างกาย


  • การดูแลผิวหนังและป้องกันแผลกดทับ - เปลี่ยนท่านอนทุก 2-3 ชั่วโมง ใช้ที่นอนกันแผลกดทับ ทาโลชั่นบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และสังเกตจุดที่มีความเสี่ยงเป็นแผลกดทับอยู่เสมอ เช่น บริเวณก้นกบ สะโพก ส้นเท้า
  • การดูแลความสะอาด - อาบน้ำให้ท่านอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ดูแลความสะอาดในช่องปาก ตัดเล็บ หวีผม เพื่อให้ท่านรู้สึกสดชื่นและป้องกันการติดเชื้อ
  • การให้อาหารที่เหมาะสม - อาจต้องปรับอาหารให้เหมาะกับสภาพการกลืน บางท่านอาจต้องบดอาหารให้ละเอียด หรือให้เป็นอาหารเหลว  
  • การพลิกตัวและบริหารข้อ - ช่วยพลิกตัวและบริหารข้อให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ฝ่อ ข้อไม่ติด และเลือดหมุนเวียนดี
  • การดูแลการขับถ่าย - สังเกตและบันทึกการขับถ่ายของท่าน หากมีปัญหาท้องผูก ถ่ายเหลว หรือปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ ต้องรีบปรึกษาแพทย์


ด้านจิตใจ


  • การพูดคุยและให้กำลังใจ - แม้ท่านจะไม่สามารถตอบสนองได้ชัดเจน แต่การที่เราพูดคุย บอกกล่าวเรื่องราวต่างๆ จะช่วยให้ท่านรู้สึกไม่โดดเดี่ยว
  • การสร้างบรรยากาศที่ดี - เปิดเพลงที่ท่านชอบ เปิดม่านให้แสงธรรมชาติเข้ามา ตกแต่งห้องให้น่าอยู่ จะช่วยให้ท่านรู้สึกดีขึ้น
  • การแสดงความรักและความเคารพ - แม้ท่านจะต้องพึ่งพาเราในทุกเรื่อง แต่ท่านก็ยังเป็นผู้ใหญ่ที่ควรได้รับความเคารพ การดูแลด้วยความรักและอดทน จะทำให้ท่านรู้สึกมีศักดิ์ศรีและมีความสุขมากขึ้น



การดูแลผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนทั้งกายและใจ กับเมืองไทยประกันชีวิต


10 วิธีดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ 


หลังจากที่เราเข้าใจพื้นฐานของการดูแลผู้สูงอายุแล้ว ตอนนี้มาดู 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุ แบบเจาะลึกกัน ว่าเราควรทำอย่างไรในแต่ละด้านเพื่อให้คนที่เรารักมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ


1. ทำความเข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุ ดูแลอย่างไรให้ตรงจุด


นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการดูแลผู้สูงอายุเลย ทุกคนไม่เหมือนกัน แม้จะอายุเท่ากัน แต่ความต้องการก็อาจจะต่างกัน

แอดมินแนะนำว่าเราควรนั่งคุยกับผู้สูงอายุอย่างจริงจังก่อน ถามว่าท่านต้องการอะไร รู้สึกอย่างไรกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน มีอะไรที่ไม่สบายใจหรือเปล่า บางครั้งท่านอาจไม่บอกตรงๆ ก็ต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมประกอบด้วย


2. เลือกอาหารที่เหมาะสมและควบคุมน้ำหนัก 


  • เลือกอาหารที่เหมาะสม - เลือกโปรตีนจากปลา ไก่ เต้าหู้ ลดเนื้อแดงและเนื้อที่มีไขมันสูง คาร์โบไฮเดรตควรเลือกแบบซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต เพราะจะช่วยให้น้ำตาลในเลือดไม่พุ่งขึ้นเร็ว
  • ลดเกลือ น้ำตาล และไขมันไม่ดี - สิ่งเหล่านี้เป็นศัตรูของผู้สูงอายุ พยายามปรุงอาหารรสชาติจืดๆ ถ้าจะให้รสชาติ ใช้สมุนไพร เครื่องเทศ หรือมะนาวแทน
  • ดื่มน้ำเพียงพอ - ผู้สูงอายุมักจะรู้สึกกระหายน้ำน้อยลง แต่ร่างกายยังคงต้องการน้ำ ควรดื่มอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ถ้าท่านลืม เราก็ต้องคอยเตือนและเสิร์ฟน้ำให้บ่อยๆ
  • ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม - น้ำหนักมากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็ไม่ดีทั้งคู่ ควรตรวจสอบ BMI และปรับอาหารให้เหมาะสม


3. ส่งเสริมการออกกำลังกาย เช่น เดิน โยคะ ยืดเหยียดแบบง่าย


  • เดินเร็ว - เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดและดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ เดินในที่ๆ ปลอดภัย มีพื้นเรียบ ไม่ลื่น วันละ 20-30 นาที ถ้าไปเดินในสวนสาธารณะก็จะได้ทั้งออกกำลังกายและสัมผัสธรรมชาติ ยิ่งดีใหญ่เลย
  • โยคะหรือไทเก๊ก - เหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุเพราะเป็นการออกกำลังกายที่นุ่มนวล ช่วยยืดกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น และฝึกการหายใจ ทำให้จิตใจสงบด้วย  
  • การยืดเหยียดแบบง่าย - ถ้าท่านไม่สะดวกออกไปไหน ก็สามารถบริหารร่างกายที่บ้านได้ ยืดแขน ยืดขา หมุนข้อมือ หมุนข้อเท้า ยกแขนขึ้น-ลง ทำวันละ 10-15 นาที ก็จะช่วยให้ข้อไม่ติด เลือดหมุนเวียนดีแล้ว


4. จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ 


  • พื้นบ้าน - ปูพรมกันลื่นหรือติดแผ่นกันลื่น ไม่ควรมีพรมหนาๆ หรือขอบที่ทำให้สะดุดได้ สายไฟต้องเก็บเข้าร่องให้เรียบร้อย อย่าให้พาดไปมาบนพื้น
  • ห้องน้ำ - ติดราวจับในห้องน้ำ พื้นห้องน้ำต้องใช้แผ่นกันลื่น ถ้าใช้โถส้วมนั่งราบ ควรเปลี่ยนเป็นโถส้วมสูงหรือใช้ที่รองนั่งเพิ่มความสูง  
  • แสงสว่าง - ติดไฟให้เพียงพอทุกจุดในบ้าน โดยเฉพาะตามทางเดิน บันได และห้องน้ำ ควรมีไฟฉุกเฉินหรือไฟกลางคืนตามทางเดินด้วย
  • บันได - ถ้าบ้านมีบันได ต้องติดราวจับทั้งสองข้าง ติดแถบสะท้อนแสงที่ขอบบันไดเพื่อให้มองเห็นชัดเจน และไม่ควรเก็บของไว้บนบันได
  • เฟอร์นิเจอร์ - จัดวางให้มีพื้นที่เดินสะดวก ไม่แออัด มีเก้าอี้ที่มีพนักพิงและที่วางแขน เพื่อให้ท่านนั่งลุกได้ง่าย  
  • อุปกรณ์ช่วยเหลือ - ถ้าท่านเดินไม่ค่อยมั่นคง ควรให้ท่านใช้ไม้เท้าหรือ walker  


5. ดูแลสุขอนามัยและการใช้ยาอย่างปลอดภัย


  • สุขอนามัยส่วนบุคคล - ช่วยเตือนและช่วยเหลือท่านในการรักษาความสะอาดส่วนตัว เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน หวีผม ตัดเล็บ 
  • การดูแลช่องปาก - สำคัญมาก เพราะปัญหาเหงือกและฟันจะส่งผลต่อการรับประทานอาหารและสุขภาพโดยรวม แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ถ้าใส่ฟันปลอม ต้องถอดออกทำความสะอาดทุกวัน และตรวจฟันปีละ 1-2 ครั้ง
  • จัดระบบการทานยา - ใช้กล่องแบ่งยาตามเวลา มีสีสันหรือเขียนเวลาไว้ชัดเจน จะได้ไม่สับสน และไม่ลืมทานยา
  • ทานยาตรงเวลา - ตั้งนาฬิกาปลุกหรือใช้แอปฯ เตือนเวลาทานยา บางชนิดต้องทานก่อนอาหาร บางชนิดทานหลังอาหาร ต้องทำตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด


6. พูดคุยหาเวลาอยู่ร่วมกัน


  • หาเวลาพูดคุยทุกวัน - แม้จะเพียงแค่ 15-30 นาที แต่ถ้าทำทุกวัน จะมีความหมายมาก ถามว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรที่อยากทำไหม เล่าเรื่องราวในครอบครัว ให้ท่านได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะทำให้ท่านรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง
  • รับฟังอย่างตั้งใจ - การที่เราตั้งใจฟัง สบตา ตอบสนอง จะทำให้ท่านรู้สึกว่าเราให้ความสำคัญกับสิ่งที่ท่านพูด
  • ระวังอาการซึมเศร้า - ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้ามาก ถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ต้องรีบพาพบจิตแพทย์ 
  • ส่งเสริมให้มีเพื่อนและสังคม - การมีเพื่อนและสังคมจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและโรคสมองเสื่อม ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น


7. หากิจกรรมสร้างสรรค์และงานอดิเรกใหม่ๆ ให้ผู้สูงอายุ


  • งานอดิเรกเดิมที่ท่านชอบ - ลองดูว่าเมื่อก่อนท่านชอบทำอะไร อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ฟังเพลง ดูหนัง ลองส่งเสริมให้ท่านกลับมาทำอีกครั้ง 
  • กิจกรรมใหม่ๆ - ลองชวนท่านทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง เช่น ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด การเล่นบอร์ดเกมส์ การทำสวน การทำอาหารหรือขนม 
  • การเรียนรู้สิ่งใหม่ - อย่าคิดว่าอายุมากแล้วเรียนไม่ได้ เพราะในปัจจุบันมีคลาสเรียนสำหรับผู้สูงอายุมากมาย การเรียนรู้สิ่งใหม่จะช่วยกระตุ้นสมองและเพิ่มความมั่นใจ


8. ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมและรู้สึกมีคุณค่าในครอบครัว 


  • ขอคำปรึกษาและฟังความคิดเห็น - เวลาครอบครัวจะตัดสินใจเรื่องอะไร ลองขอคำปรึกษาจากท่านดูบ้าง แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ เช่น จะซื้อของอะไรดี จะทำอาหารอะไร จะไปเที่ยวที่ไหน การที่ท่านได้แสดงความคิดเห็น จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีความสำคัญ
  • ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว - งานเลี้ยง งานฉลอง วันเกิด วันสำคัญต่างๆ อย่าลืมชวนท่านร่วมด้วยนะ แม้ท่านจะดูไม่ค่อยสนใจ แต่จริงๆ แล้วท่านก็อยากอยู่กับครอบครัว อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
  • เล่าเรื่องและขอคำแนะนำ - ลองให้ท่านเล่าเรื่องในอดีต เล่าประสบการณ์ชีวิต บอกเล่าความรู้และภูมิปัญญา การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นหลังจะทำให้ท่านรู้สึกภูมิใจและมีคุณค่า


9. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและดูแลการพักผ่อน


  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ - ถ้าท่านยังมีนิสัยเหล่านี้อยู่ ควรพยายามลด หรือหยุดเลยจะดีที่สุด เพราะจะทำให้โรคประจำตัวรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของโรคอื่นๆ
  • การเดินคนเดียวในที่มืดหรือทางลื่น - ควรหลีกเลี่ยง ถ้าจำเป็นต้องออกไป ควรมีคนไปด้วยหรือใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
  • สร้างกิจวัตรการนอน - นอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายปรับจังหวะได้ดี
  • สร้างบรรยากาศห้องนอนที่ดี - ห้องควรมืด เงียบ อากาศเย็นสบาย เตียงและหมอนต้องสบาย
  • ไม่นอนดึก - ควรเข้านอนก่อนเวลา 22.00 น. เพราะฮอร์โมนและการซ่อมแซมร่างกายจะทำงานดีที่สุดช่วงเที่ยงคืน


10. ตรวจสุขภาพประจำปี


  • การไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำสำคัญมาก ผู้สูงวัยควรเข้ารับการตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หากทำได้ก็ควรไปทุกปี แต่ถ้าไม่สะดวกก็อาจเว้นเป็น 2 ปีครั้ง
  • การตรวจประจำนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงของโรคต่างๆ ได้ทันท่วงที บางโรคถ้าพบเร็วก็รักษาได้ผลดี โดยเฉพาะโรคที่พบบ่อยในวัยนี้ อย่างหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ความดันสูง หรือแม้แต่มะเร็งบางชนิด การรู้ผลตรวจแต่เนิ่นๆ ทำให้วางแผนดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยเกษียณ



การดูแลผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนทั้งกายและใจ กับเมืองไทยประกันชีวิต


ดูแลผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนทั้งกายและใจ กับเมืองไทยประกันชีวิต


การดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งหัวใจและความรู้ การที่เราเข้าใจและปฏิบัติตาม 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุที่แอดมินแนะนำไป จะช่วยให้คนที่เรารักมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ และที่สำคัญคือมีความสุขในช่วงวัยทองของชีวิต


และอย่าลืมเตรียมความพร้อมด้านการเงินด้วยการมีประกันสุขภาพที่เหมาะสม จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์


แอดหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่กำลังดูแลผู้สูงอายุหรือกำลังเตรียมตัวที่จะดูแลนะ ขอให้ทุกคนและคนที่คุณรักมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไปนะ


ที่สำคัญอย่าลืมวางแผนอนาคตด้วยประกันชีวิตผู้สูงอายุ ทั้งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่า และเป็นการสร้างหลักประกันให้กับชีวิตและครอบครัวของคุณ


รายละเอียดเพิ่มเติม 

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด  24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 21/10/68

🔖modernformhealthcare

🔖nakornthon

บทความน่าสนใจ