Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น รวมสรรพคุณและประโยชน์ที่หลายคนไม่เคยรู้

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น รวมสรรพคุณและประโยชน์ที่หลายคนไม่เคยรู้

ในยุคที่เทรนด์การดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติบำบัดกำลังมาแรง "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น" (Virgin Coconut Oil) กลายเป็นไอเทมสามัญประจำบ้านที่แทบทุกบ้านต้องมีติดไว้ แต่ทราบหรือไม่ว่าน้ำมันใสๆ กลิ่นหอมละมุนนี้ มีดีมากกว่าแค่การใช้ทาผิวหรือหมักผม วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสรรพคุณ มหัศจรรย์ และ ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่คุณอาจคาดไม่ถึง



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ



1. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คืออะไร?
2. ส่อง 7 ประโยชน์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ด้านสุขภาพและการลดน้ำหนัก
3. ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ในด้านความงาม
4. วิธีเลือกซื้อและวิธีเก็บรักษา



น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คืออะไร?


1. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คืออะไร?


น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นคือน้ำมันที่ได้จากเนื้อมะพร้าวสด โดยไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีและไม่ใช้ความร้อนสูงในการสกัด (Cold Process) ทำให้สารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะกรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง (MCTs) ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที



 ส่อง 7 ประโยชน์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ด้านสุขภาพและการลดน้ำหนัก


2. ส่อง 7 ประโยชน์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ด้านสุขภาพและการลดน้ำหนัก



1. เร่งกระบวนการเผาผลาญ (Metabolism Boost)

กรดลอริก (Lauric Acid) ในน้ำมันมะพร้าวจะถูกส่งตรงไปที่ตับเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานทันที ไม่สะสมเป็นไขมันส่วนเกิน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ทำให้นักทานคีโตหรือคนที่คุมน้ำหนักนิยมทานเพื่อลดสัดส่วน


2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสรรพคุณ ที่โดดเด่นคือการต้านเชื้อโรค เนื่องจากกรดลอริกมีคุณสมบัติคล้ายกับน้ำนมแม่ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสในร่างกาย


3. บำรุงหัวใจและหลอดเลือด

แม้จะเป็นไขมันอิ่มตัว แต่การวิจัยพบว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและช่วยปรับสมดุลคอเลสเตอรอลในเลือด


4. ดีท็อกซ์ลำไส้และระบบขับถ่าย

การรับประทาน ประโยชน์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหารเช้า จะช่วยหล่อลื่นลำไส้ ทำให้การขับถ่ายคล่องตัวขึ้น และช่วยกำจัดพยาธิหรือเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีในระบบทางเดินอาหาร


5. บำรุงสมองและป้องกันอัลไซเมอร์

สารคีโตนที่ได้จากการย่อยไขมันในน้ำมันมะพร้าว เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่ดีมากสำหรับเซลล์สมอง ช่วยฟื้นฟูระบบประสาทและเพิ่มสมาธิในการทำงาน


6. ช่วยให้อิ่มนาน ลดอาการกินจุกจิก

กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน Peptide YY และ Leptin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งสัญญาณบอกสมองว่า "อิ่มแล้ว" การทานน้ำมันมะพร้าวเข้าไปเล็กน้อยก่อนมื้ออาหาร จึงช่วยลดความอยากอาหารและคุมแคลอรีในแต่ละวันได้ดีขึ้นมาก 


7. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่หลายคนไม่รู้คือ ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ทำให้ร่างกายจัดการกับน้ำตาลในกระแสเลือดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดอาการ "น้ำตาลตก" ที่ทำให้เราหิวโซหรืออ่อนเพลียระหว่างวัน เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาล 



3. ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ในด้านความงาม 


3. ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ในด้านความงาม 


นอกจากการกินแล้ว ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ยังครอบคลุมถึงการดูแลรูปลักษณ์ภายนอกอย่างเห็นผล

  • ล้างเครื่องสำอางอย่างอ่อนโยน เช็ดเครื่องสำอางออกได้อย่างสะอาดหมดจด แม้แต่เครื่องสำอางกันน้ำ พร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไม่แห้งตึง
  • หมักผมเสียให้กลับมานุ่มสลวย ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียจากการทำสีและป้องกันรังแค เพียงหมักทิ้งไว้ 15-30 นาทีก่อนสระ
  • Oil Pulling (ออยล์พูลลิ่ง) การอมน้ำมันมะพร้าวแล้วกลั้วปาก ช่วยลดกลิ่นปาก ขจัดคราบหินปูน และทำให้เหงือกแข็งแรง
  • บำรุงผิวพรรณ ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ลดรอยแตกลาย และช่วยชะลอวัยลดเลือนริ้วรอย



วิธีเลือกซื้อและวิธีเก็บรักษา


4. วิธีเลือกซื้อและวิธีเก็บรักษา


เพื่อให้ได้รับ ประโยชน์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สูงสุด ควรพิจารณาดังนี้ 


  1. ต้องใสบริสุทธิ์ น้ำมันต้องไม่มีสี (ใสเหมือนน้ำ) และไม่มีตะกอน
  2. กลิ่นหอมอ่อนๆ ต้องเป็นกลิ่นมะพร้าวธรรมชาติ ไม่เหม็นหืน
  3. บรรจุภัณฑ์ ควรเป็นขวดแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูงที่ป้องกันแสงแดดได้
  4. การเก็บรักษา ไม่จำเป็นต้องแช่เย็น แต่หากอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา น้ำมันจะกลายเป็นไขสีขาว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพียงนำไปแช่น้ำอุ่นก็จะกลับมาใสเหมือนเดิม


น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสรรพคุณ นั้นมีมากมายมหาศาล ทั้งในแง่ของการดูแลสุขภาพจากภายในและการบำรุงความงามภายนอก อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 1-3 ช้อนโต๊ะต่อวัน) ควบคู่ไปกับการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน


ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพอื่น ๆ เพิ่มด้วย เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน โดยเฉพาะค่ารักษายามเจ็บป่วย การเตรียมตัวไว้ก่อน ด้วประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา



รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 27/01/69

🔖hdmall
🔖skinx
🔖watsons

A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ "ตอนเช้าหลังตื่นนอน" (ขณะท้องว่าง) ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพราะร่างกายจะดูดซึมกรดไขมันสายกลางไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีตลอดทั้งวัน

บทความน่าสนใจ