มะเร็งหายแล้วก็ต้องดูแลต่อ Content Desktop1440 X390

มะเร็ง หายแล้วก็ต้องดูแลต่อ

02 กุมภาพันธ์ 2565

5 นาที

แม้ว่ามะเร็งจะเป็นโรคร้ายมีอาการที่รุนแรงและต้องรักษาอย่างต่อเนื่องแล้วแต่ระยะของโรค แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการรักษาที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากโรคมากขึ้นและร่างกายไม่บอบช้ำจากผลข้างเคียงของการรักษามากจนเกินไป แต่ถึงจะรักษามะเร็งหายแล้วก็ตาม ผู้ป่วยก็ยังต้องดูแลสุขภาพร่างกายหลังจากนั้นต่อเพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูและไม่เสี่ยงกลับไปเป็นมะเร็งซ้ำอีกครั้งนั่นเอง


มะเร็งหายแล้วก็ต้องดูแลต่อ Blog1

มะเร็งคืออะไร?


มะเร็ง คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย โดยเซลล์นั้นจะเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อและลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ผ่านระบบเลือด หรือระบบทางเดินน้ำเหลือง โดยปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเกิดจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ


  • ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม ยารักษาโรค เป็นต้น รวมถึงการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิดอย่างพยาธิใบไม้ตับ โดยคนที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งจากปัจจัยนี้ ได้แก่ คนที่สูบบุหรี่และดื่มเหล้าเป็นประจำ คนที่ชอบกินอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสเค็มจัด อาหารที่มีดินประสิว สารอัลฟาทอกซิลซึ่งเป็นเชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร เช่น ถั่ว และอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม รวมถึงคนที่ต้องตากแดดจัดเป็นประจำ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้มากขึ้น    
  • ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน และภาวะทุพโภชนา เป็นต้น โดยคนที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งจากปัจจัยนี้ ได้แก่ ครอบครัวมีประวัติโรคมะเร็ง คนที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ไวรัสเอดส์ เป็นต้น


แม้ว่าจะรักษาหายแล้ว แต่มะเร็งสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หากมีปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกหรือภายในร่างกาย ระยะของโรค การรักษา หรือสภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง ล้วนมีผลทำให้มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำได้อีก


มะเร็งหายแล้วก็ต้องดูแลต่อ Blog2

อาการข้างเคียงหลังรักษามะเร็ง


การรักษาโรคมะเร็งนั้นมีเป้าหมายเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ตอนที่ทำการรักษาก็อาจทำให้เซลล์ที่ปกติบางส่วนถูกทำลายไปด้วย ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงหลังจากการรักษาได้ โดยความรุนแรงของอาการข้างเคียงจะแตกต่างกันขึ้นกับหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ชนิดของมะเร็ง ส่วนของร่างกายที่ถูกรักษา และปริมาณของการรักษา ซึ่งอาการข้างเคียงส่วนมากมักหายไปหลังเสร็จสิ้นการรักษา แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยยังต้องใส่ใจและดูแลสุขภาพให้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยอาการข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง มีดังนี้


  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักเปลี่ยนแปลง (เพิ่มหรือลดลง)
  • เจ็บปากและคอ ปากแห้ง
  • มีปัญหาบริเวณฟันและเหงือก
  • การรับรสชาติและกลิ่นเปลี่ยนไป
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย หรือท้องผูก
  • แพ้น้ำตาลแลกโตส (พบได้ในนมวัว)
  • อ่อนเพลีย หรือซึมเศร้า


มะเร็งหายแล้วก็ต้องดูแลต่อ Blog3

3 ปัจจัย ดูแลตัวเองหลังรักษามะเร็ง


หลังจากรักษาโรคมะเร็ง ร่างกายของผู้ป่วยจะอ่อนแอและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น หากผู้ป่วยดูแลตัวเองหลังจากการรักษาอย่างดีจะช่วยให้การรักษาโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสหายขาดจากโรคมะเร็งอีกด้วย
 

  • ดูแลเรื่องอาหาร : ควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ถูกหลักอนามัย เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายที่ถูกทำลายไป เช่น เนื้อปลา นม และไข่ไก่ต้มสุก ดื่มน้ำให้เพียงพอ 6-8 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ ควรเลี่ยงกินอาหารที่ค้างคืน อาหารหมักดอง หรือรมควัน อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ลดอาหารประเภทไขมัน เกลือ น้ำตาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงมลพิษ : ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ ที่อาจไปกระตุ้นการทำงานของมะเร็ง เช่น อยู่ในมลภาวะไอเสียรถยนต์ การสูบบุหรี่หรือรับควันบุหรี่ ซึ่งมีสารกระตุ้นเซลล์มะเร็ง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนไข้ที่อยู่ในสภาวะภูมิคุ้มกันต่ำได้
  • ระวังอาการข้างเคียง : อาการข้างเคียงจากการรักษามะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ส่วนมากมักหายไปหลังเสร็จสิ้นการรักษา ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาป้องกันอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นให้เพื่อช่วยบรรเทาอาการให้กับผู้ป่วยในช่วงพักฟื้น หากมีอาการผิดปกติต่างๆ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการต่อไป


นอกจากดูแลในเรื่องอาหารการกินแล้ว ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เดินระยะสั้นเพื่อออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายตามปกติ และดูแลสภาพจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ พูดคุยหรือทำกิจกรรมที่ชอบร่วมกับครอบครัว ก็จะช่วยให้ทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจฟื้นฟูหลังจากการรักษามะเร็งได้ รวมถึงลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งซ้ำได้อีกด้วย


โรคมะเร็ง โรคร้ายที่ใครก็มีโอกาสเป็นได้ หากเป็นแล้วต้องรักษาอย่างต่อเนื่องและมีค่าใช้จ่ายที่สูง ดังนั้น การซื้อประกันสุขภาพเอาไว้ก่อนเจ็บป่วยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งทำให้เราเข้าถึงการรักษาได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น 


เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต
คุ้มครองโควิด 19 ทุกสายพันธุ์ รวมถึงโรคระบาด โรคร้ายแรง และโรคทั่วไป
วงเงินเลือกได้ตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท อายุรับประกันสูงสุด 80 ปี ดูแลต่อเนื่องยาว ๆ สูงสุดถึงอายุ 99 ปี*


*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ และ ดี เฮลท์

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (waiting period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา: สืบค้นเมื่อวันที่ 19/11/64
🔖 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 
🔖 Chulacancer
🔖 รพ. ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ (ข้อมูล ณ วันที่ 07/12/63)
🔖 รพ. พญาไท (ข้อมูล ณ วันที่ 27/03/63) 

สนใจแบบประกัน

ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นของข้าพเจ้าเพื่อติดต่อข้าพเจ้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ ข้าพเจ้าสนใจหรือที่บริษัทฯ เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ ข้าพเจ้าได้โดยข้าพเจ้าให้ถือเอาการทำเครื่องหมาย ในช่องสี่เหลี่ยมเป็นการแสดงเจตนา ยินยอมของข้าพเจ้าแทน การลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ก่อนการแสดงเจตนาดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าได้อ่านและรับทราบเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวแล้ว

บทความน่าสนใจ