Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ใครเหนื่อยง่ายต้องอ่าน! วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง อย่าปล่อยจนป่วย

ใครเหนื่อยง่ายต้องอ่าน! วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง อย่าปล่อยจนป่วย

คุณเคยรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ทั้งที่ก็ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่หรือไม่? หากคำตอบคือ “ใช่” นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ามีบางอย่างไม่ปกติ อาการเหล่านี้หากปล่อยไว้นานโดยไม่หาสาเหตุหรือวิธีรับมือ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพเรื้อรังหลายอย่างได้ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความอ่อนเพลีย และแชร์วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูพลังงานให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสดชื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


  1. ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร
  2. พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  3. วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  4. กินอะไรดี ให้รู้สึกมีแรง?



ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร



1. ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร


อาการร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นอาการทั่วไปที่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเกิดจากโรคใดโรคหนึ่งโดยตรง ซึ่งหมายความว่าอาการนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยทางร่างกาย ไปจนถึงปัจจัยทางจิตใจ โดยสาเหตุของอาการเหล่านี้ มักจะพบได้มากในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ ปอด ตับ หรือไต


หากคุณไม่ได้มีอาการของโรคตามที่กล่าวมา ก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลจนเกินไป เพราะจริง ๆ แล้ว อาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือเหนื่อยง่าย อาจมาจากพฤติกรรมบางอย่างของคุณ ที่อาจใช้งานร่างกายอย่างหนักจนเกินไป จึงทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ซึ่งจะอธิบายในลำดับถัดไป



พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง


2. พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง


พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันอาจเป็นตัวการที่ทำให้ร่างกายของคุณเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่าพฤติกรรมแบบไหนบ้างที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และควรปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อให้กลับมาสดชื่นมีพลังอีกครั้ง


นอนไม่พอ

การนอนไม่หลับส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง สมาธิลดลง และอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย หากเป็นเรื้อรังอาจกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจในระยะยาว


ความเครียดสะสม

ความเครียดสะสมส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และฟื้นตัวช้าลง


ขาดสารอาหาร

การขาดสารอาหาร หรือทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย และรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี หรือโปรตีน


น้ำหนักเกิน

ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะของโรคอ้วน จะทำให้ร่างกายต้องแบกรับภาระมากขึ้น ส่งผลให้เคลื่อนไหวช้าลง เหนื่อยง่าย และรู้สึกอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ


เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน

การดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนในปริมาณมากหรือต่อเนื่องอาจรบกวนการนอนหลับ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ส่วนคาเฟอีนแม้จะช่วยกระตุ้นชั่วคราว แต่เมื่อฤทธิ์หมดลงก็อาจทำให้ยิ่งรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น


อาการเจ็บป่วยบางอย่าง

อาการเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น เบาหวาน โลหิตจาง หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ อาจทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นในการต่อสู้กับโรค รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่ส่งผลกระทบกับระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และไม่มีแรง แม้ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก



วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง


3. วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง


เชื่อว่าไม่มีใครอยากอ่อนเพลียหรือดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอด หากอยากกลับมาสดชื่น มีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ คุณสามารถปรับพฤติกรรมบางอย่างเพื่อช่วยฟื้นฟูพลังงานให้กลับมาได้ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และทำให้คุณรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หาวิธีผ่อนคลายความเครียด
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ทานอาหารที่มีแมกนีเซียม และโปรตีน ให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ/วัน
  • เลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูป หรือขนมหวาน ในปริมาณมาก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หากอ่อนเพลียเนื่องจากเป็นผลข้างเคียงของอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด



กินอะไรดี ให้รู้สึกมีแรง?


4. กินอะไรดี ให้รู้สึกมีแรง?


นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว อาหารก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเติมพลังให้คุณได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ แอดหาคำตอบมาให้แล้วว่า "กินอะไรดี" ถึงจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีแรง มาดูกันเลย


กล้วย

ผลไม้ที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามินบี6 และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยรักษาสมดุลของกล้ามเนื้อและระบบประสาท รสชาติอร่อยและทานง่าย


อัลมอนด์

อัลมอนด์ เป็นถั่วที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี วิตามินอี และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างพลังงานให้ร่างกายและบำรุงระบบประสาท การกินอัลมอนด์จึงช่วยลดความรู้สึกอ่อนเพลีย และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้ โดยไม่เพิ่มปริมาณไขมันไม่ดีให้ร่างกาย


ไข่ไก่

แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง อุดมด้วยกรดอะมิโน วิตามินบี และธาตุเหล็ก ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างพลังงานและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จึงช่วยให้ร่างกายรู้สึกแข็งแรง ลดอาการอ่อนเพลียและไม่มีแรงได้ สำหรับคนทั่วไป ใน 1 วัน ควรทานไข่ไก่ 1 ฟอง เพื่อช่วยเสริมโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกาย


อาหารที่มีวิตามินซี

อาหารที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ หรือผักที่มีปริมาณวิตามินซีสูง เช่น บร็อกโคลี่ ผักคะน้า อาหารที่มีวิตามินซีเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพลังงาน การกินอาหารที่มีวิตามินซีจึงช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี


ข้าวโอ๊ต

แหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงาน อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความรู้สึกอ่อนเพลียและลดความอยากอาหารที่เกินจำเป็น อิ่มนานโดยไม่ทำให้พลังงานตก


เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน/เนื้อปลา

เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและเนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และช่วยในการสร้างพลังงาน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี ธาตุเหล็ก และกรดไขมันโอเมก้า 3 (ในเนื้อปลา) ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริโภคอาหารกลุ่มนี้เป็นประจำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ช่วยเสริมความแข็งแรง และทำให้รู้สึกสดชื่น มีแรงมากขึ้นในแต่ละวัน


หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมกับความอ่อนเพลียหรือไม่มีแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด อย่าละเลยสัญญาณจากร่างกายของตัวเอง เพราะบางครั้งอาการเล็กน้อยอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ และเพื่อให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลีย ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นดูแลจิตใจให้ผ่อนคลาย แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากการใส่ใจตัวเองในทุก ๆ วัน


เพิ่มตัวช่วยดูแลสุขภาพอีกแรง ด้วย ประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต เสริมความมั่นใจ ให้คุณได้ใช้ชีวิตในแต่วันได้อย่างเต็มที่



รายละเอียดเพิ่มเติม


☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต/ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา สืบค้น ณ วันที่  16/05/68

🔖CH9AirportHospital

🔖Sikarin

🔖Medpark

🔖BNH

🔖Siamca

บทความน่าสนใจ