ใครเหนื่อยง่ายต้องอ่าน! วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง อย่าปล่อยจนป่วย
คุณเคยรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ทั้งที่ก็ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่หรือไม่? หากคำตอบคือ “ใช่” นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ามีบางอย่างไม่ปกติ อาการเหล่านี้หากปล่อยไว้นานโดยไม่หาสาเหตุหรือวิธีรับมือ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพเรื้อรังหลายอย่างได้ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความอ่อนเพลีย และแชร์วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูพลังงานให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสดชื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร
- พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- กินอะไรดี ให้รู้สึกมีแรง?

1. ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร
อาการร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นอาการทั่วไปที่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเกิดจากโรคใดโรคหนึ่งโดยตรง ซึ่งหมายความว่าอาการนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยทางร่างกาย ไปจนถึงปัจจัยทางจิตใจ โดยสาเหตุของอาการเหล่านี้ มักจะพบได้มากในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้
- ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
- โรคเบาหวาน
- โรคหัวใจ ปอด ตับ หรือไต
หากคุณไม่ได้มีอาการของโรคตามที่กล่าวมา ก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลจนเกินไป เพราะจริง ๆ แล้ว อาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือเหนื่อยง่าย อาจมาจากพฤติกรรมบางอย่างของคุณ ที่อาจใช้งานร่างกายอย่างหนักจนเกินไป จึงทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ซึ่งจะอธิบายในลำดับถัดไป

2. พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันอาจเป็นตัวการที่ทำให้ร่างกายของคุณเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่าพฤติกรรมแบบไหนบ้างที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และควรปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อให้กลับมาสดชื่นมีพลังอีกครั้ง
นอนไม่พอ
การนอนไม่หลับส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง สมาธิลดลง และอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย หากเป็นเรื้อรังอาจกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจในระยะยาว
ความเครียดสะสม
ความเครียดสะสมส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และฟื้นตัวช้าลง
ขาดสารอาหาร
การขาดสารอาหาร หรือทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย และรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี หรือโปรตีน
น้ำหนักเกิน
ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะของโรคอ้วน จะทำให้ร่างกายต้องแบกรับภาระมากขึ้น ส่งผลให้เคลื่อนไหวช้าลง เหนื่อยง่าย และรู้สึกอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน
การดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนในปริมาณมากหรือต่อเนื่องอาจรบกวนการนอนหลับ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ส่วนคาเฟอีนแม้จะช่วยกระตุ้นชั่วคราว แต่เมื่อฤทธิ์หมดลงก็อาจทำให้ยิ่งรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น
อาการเจ็บป่วยบางอย่าง
อาการเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น เบาหวาน โลหิตจาง หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ อาจทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นในการต่อสู้กับโรค รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่ส่งผลกระทบกับระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และไม่มีแรง แม้ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก

3. วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
เชื่อว่าไม่มีใครอยากอ่อนเพลียหรือดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอด หากอยากกลับมาสดชื่น มีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ คุณสามารถปรับพฤติกรรมบางอย่างเพื่อช่วยฟื้นฟูพลังงานให้กลับมาได้ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และทำให้คุณรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- หาวิธีผ่อนคลายความเครียด
- ทานอาหารที่มีประโยชน์
- ทานอาหารที่มีแมกนีเซียม และโปรตีน ให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ/วัน
- เลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูป หรือขนมหวาน ในปริมาณมาก
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- หากอ่อนเพลียเนื่องจากเป็นผลข้างเคียงของอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

4. กินอะไรดี ให้รู้สึกมีแรง?
นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว อาหารก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเติมพลังให้คุณได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ แอดหาคำตอบมาให้แล้วว่า "กินอะไรดี" ถึงจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีแรง มาดูกันเลย
กล้วย
ผลไม้ที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามินบี6 และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยรักษาสมดุลของกล้ามเนื้อและระบบประสาท รสชาติอร่อยและทานง่าย
อัลมอนด์
อัลมอนด์ เป็นถั่วที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี วิตามินอี และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างพลังงานให้ร่างกายและบำรุงระบบประสาท การกินอัลมอนด์จึงช่วยลดความรู้สึกอ่อนเพลีย และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้ โดยไม่เพิ่มปริมาณไขมันไม่ดีให้ร่างกาย
ไข่ไก่
แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง อุดมด้วยกรดอะมิโน วิตามินบี และธาตุเหล็ก ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างพลังงานและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จึงช่วยให้ร่างกายรู้สึกแข็งแรง ลดอาการอ่อนเพลียและไม่มีแรงได้ สำหรับคนทั่วไป ใน 1 วัน ควรทานไข่ไก่ 1 ฟอง เพื่อช่วยเสริมโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกาย
อาหารที่มีวิตามินซี
อาหารที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ หรือผักที่มีปริมาณวิตามินซีสูง เช่น บร็อกโคลี่ ผักคะน้า อาหารที่มีวิตามินซีเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพลังงาน การกินอาหารที่มีวิตามินซีจึงช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี
ข้าวโอ๊ต
แหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงาน อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความรู้สึกอ่อนเพลียและลดความอยากอาหารที่เกินจำเป็น อิ่มนานโดยไม่ทำให้พลังงานตก
เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน/เนื้อปลา
เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและเนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และช่วยในการสร้างพลังงาน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี ธาตุเหล็ก และกรดไขมันโอเมก้า 3 (ในเนื้อปลา) ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริโภคอาหารกลุ่มนี้เป็นประจำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ช่วยเสริมความแข็งแรง และทำให้รู้สึกสดชื่น มีแรงมากขึ้นในแต่ละวัน
หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมกับความอ่อนเพลียหรือไม่มีแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด อย่าละเลยสัญญาณจากร่างกายของตัวเอง เพราะบางครั้งอาการเล็กน้อยอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ และเพื่อให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลีย ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นดูแลจิตใจให้ผ่อนคลาย แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากการใส่ใจตัวเองในทุก ๆ วัน
เพิ่มตัวช่วยดูแลสุขภาพอีกแรง ด้วย ประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต เสริมความมั่นใจ ให้คุณได้ใช้ชีวิตในแต่วันได้อย่างเต็มที่
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต/ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา สืบค้น ณ วันที่ 16/05/68
🔖BNH