Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ไมเกรนเกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ไมเกรนด้วยตัวเอง และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ไมเกรนเกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ไมเกรนด้วยตัวเอง และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

อาการปวดหัวไม่ใช่เรื่องแปลกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากมีอาการปวดตุบ ๆ เป็นจังหวะ ปวดข้างเดียว หรือมีอาการคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียงร่วมด้วย อาจไม่ใช่อาการปวดศีรษะทั่วไป แต่เป็น “ไมเกรน” โรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยในคนวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ


แม้ไมเกรนจะไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิตในทันที แต่หากเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการรุนแรง ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และสุขภาพจิตได้ไม่น้อย หลายคนจึงสงสัยว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร ทำไมบางครั้งอาการเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนและเมื่อมีอาการไมเกรนแล้ว จะมี วิธีแก้ แบบใดที่ช่วยบรรเทาอาการได้ด้วยตัวเอง


การเข้าใจสาเหตุของไมเกรน อาการที่ควรสังเกต และวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการได้ในระยะยาว



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ




ไมเกรนเกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย


ไมเกรนเกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย


แม้ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนได้ทั้งหมด แต่แพทย์เชื่อว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท สารสื่อประสาทในสมอง และการตอบสนองของหลอดเลือดสมองร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนในแต่ละบุคคลแตกต่างกัน


ความผิดปกติของระบบประสาทและสารเคมีในสมอง

หนึ่งในคำอธิบายที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือ ไมเกรนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Serotonin ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมความเจ็บปวด อารมณ์ และการทำงานของหลอดเลือด


เมื่อระดับสารดังกล่าวเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทและหลอดเลือดบริเวณสมอง จนนำไปสู่อาการปวดไมเกรน


พันธุกรรมและประวัติครอบครัว

ไมเกรนเป็นโรคที่พบความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมค่อนข้างชัดเจน หากคนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นไมเกรน โอกาสที่สมาชิกคนอื่นจะเป็นโรคนี้ก็มีมากขึ้นเช่นกัน แต่จะเกิดอาการหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่มากระทบตัวผู้เป็น


ความเครียดสะสม

ความเครียดเป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อยที่สุดในคนวัยทำงาน เมื่อร่างกายเผชิญความกดดันต่อเนื่อง ฮอร์โมนความเครียดจะถูกหลั่งออกมา ส่งผลต่อระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ง่ายขึ้น


หลายคนสังเกตว่าอาการไมเกรนมักเกิดในช่วงที่ทำงานหนัก นอนน้อย หรือมีความกังวลสะสม


พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับมีความสำคัญต่อสมองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก นอนน้อย นอนหลับไม่สนิท หรือแม้แต่นอนมากเกินไป ล้วนเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้รักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอในแต่ละวัน


ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง

ไมเกรนพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน ระหว่างมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน


แม้ปัจจัยกระตุ้นของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่การสังเกตพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับอาการไมเกรน จะช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันและลดโอกาสเกิดอาการซ้ำได้ดีขึ้น



อาการไมเกรนเป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนที่ควรรู้


อาการไมเกรนเป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนที่ควรรู้


ไมเกรนไม่ได้มีเพียงอาการปวดหัวเท่านั้น แต่ยังมีอาการร่วมอีกหลายรูปแบบ ซึ่งบางคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับไมเกรนอยู่ การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้สามารถรับมือกับอาการได้เร็วขึ้น


ปวดศีรษะตุบ ๆ เป็นจังหวะ

ลักษณะเด่นของไมเกรนคืออาการปวดแบบตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร มักปวดบริเวณข้างเดียวของศีรษะ แต่ในบางรายอาจปวดทั้งสองข้างได้ ความรุนแรงมีตั้งแต่ปวดระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้


คลื่นไส้ อาเจียน

ผู้ป่วยไมเกรนจำนวนมากมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย บางรายอาจอาเจียนจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามปกติ อาการดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร


แพ้แสงและแพ้เสียง

ขณะมีอาการไมเกรน หลายคนจะรู้สึกไม่สบายเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีแสงจ้าหรือเสียงดัง จึงมักต้องการอยู่ในห้องมืดและเงียบเพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น


อาการนำก่อนปวดศีรษะ (Aura)

ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเตือนก่อนปวดศีรษะ เช่น

  • เห็นแสงวูบวาบ
  • เห็นภาพซ้อน
  • ชาบริเวณใบหน้าหรือแขน
  • พูดลำบากชั่วคราว


อาการเหล่านี้มักเกิดก่อนปวดศีรษะประมาณ 5-60 นาที


สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

แม้ไมเกรนส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรพบแพทย์ทันที

  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
  • แขนขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด
  • หมดสติ
  • มองเห็นผิดปกติอย่างเฉียบพลัน
  • มีไข้ร่วมกับปวดศีรษะ


การรู้จักลักษณะอาการของไมเกรนช่วยให้สามารถแยกความแตกต่างจากอาการปวดศีรษะทั่วไป และช่วยให้เข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น


แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นบ่อยแล้วไม่หาย ที่ไม่ใช่ไมเกรนซึ่งอาจเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เพราะโรคความดันโลหิตสูงไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น วัยไหนก็สามารถเป็นได้ และถือว่าเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวต่อร่างกาย อาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายตามมา ไม่ว่าจะเป็น ภาวะหัวใจวาย โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น



ไมเกรน วิธีแก้ และวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดอาการในระยะยาว


ไมเกรน วิธีแก้ และวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดอาการในระยะยาว


เมื่อเริ่มมีอาการไมเกรน หลายคนต้องการวิธีบรรเทาอาการอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็อยากลดโอกาสเกิดอาการซ้ำในอนาคต แม้ไมเกรนจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม


พักในห้องที่เงียบและแสงน้อย

เมื่อเริ่มมีอาการ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น

  • แสงจ้า
  • เสียงดัง
  • หน้าจอคอมพิวเตอร์
  • โทรศัพท์มือถือ


การพักในห้องที่เงียบและมีแสงสลัวสามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการได้


ประคบเย็นบริเวณศีรษะและต้นคอ

การใช้ผ้าเย็นหรือเจลประคบบริเวณหน้าผาก ขมับ และต้นคอ สามารถช่วยลดอาการปวดและทำให้รู้สึกสบายขึ้น หลายคนพบว่าอาการดีขึ้นภายใน 15-30 นาทีหลังประคบ


ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ภาวะขาดน้ำเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยไมเกรน การจิบน้ำอย่างสม่ำเสมอระหว่างวันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการได้


จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

การฝึกผ่อนคลาย เช่น

  • นั่งสมาธิ
  • โยคะ
  • การฝึกหายใจลึก
  • เดินออกกำลังกายเบา ๆ


สามารถช่วยลดโอกาสเกิดไมเกรนในระยะยาวได้


ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว วิ่งเบา ๆ ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ มีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและลดความเครียด จึงอาจช่วยลดความถี่ของอาการไมเกรนได้


พบแพทย์เมื่ออาการเกิดบ่อย

หากมีอาการไมเกรนมากกว่า 4-5 ครั้งต่อเดือน หรืออาการรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อพิจารณาการรักษาและการใช้ยาป้องกันไมเกรนอย่างเหมาะสม


แม้ไมเกรนจะเป็นโรคที่อาจเกิดซ้ำได้ แต่การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องและการจัดการปัจจัยกระตุ้นอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้อย่างมาก



ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไมเกรน ที่หลายคนอาจยังไม่รู้


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไมเกรน ที่หลายคนอาจยังไม่รู้


แม้ไมเกรนจะเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโรคนี้อยู่ไม่น้อย บางคนเข้าใจว่าปวดหัวทุกครั้งคือไมเกรน บางคนคิดว่าไมเกรนเกิดเฉพาะในผู้หญิง หรือเชื่อว่ากินยาแล้วต้องหายทันที ความเข้าใจเหล่านี้อาจทำให้ดูแลตัวเองไม่ถูกต้องและส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว


ปวดหัวทุกแบบไม่ได้แปลว่าเป็นไมเกรน

อาการปวดศีรษะมีหลายชนิด เช่น ปวดศีรษะจากความเครียด ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อคอและบ่า ปวดจากไซนัสอักเสบ หรือปวดจากโรคอื่น ๆ ซึ่งอาจมีอาการคล้ายไมเกรนได้ การวินิจฉัยไมเกรนจึงต้องอาศัยลักษณะอาการและการประเมินโดยแพทย์ ไม่สามารถสรุปได้จากอาการปวดศีรษะเพียงอย่างเดียว


ไมเกรนไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้หญิง

แม้สถิติจะพบว่าไมเกรนเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชาย เด็ก หรือผู้สูงอายุก็สามารถเป็นไมเกรนได้เช่นกัน ดังนั้นหากมีอาการเข้าข่าย ไม่ควรมองข้ามเพียงเพราะคิดว่าเป็นโรคของผู้หญิงเท่านั้น


ตัวกระตุ้นไมเกรนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หลายคนเข้าใจว่าผู้ป่วยไมเกรนทุกคนต้องแพ้แสงแดด อดนอน หรือเครียดเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง ปัจจัยกระตุ้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนมีอาการเมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ขณะที่บางคนอาจมีอาการในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงหรือเมื่อเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด


กินยาแล้วไม่หาย ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ไมเกรน

การตอบสนองต่อยาของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดยา ขนาดยา ระยะเวลาที่เริ่มรับประทานยา รวมถึงความรุนแรงของอาการในแต่ละครั้ง การที่ยาไม่สามารถบรรเทาอาการได้ทันที จึงไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นไมเกรน


การรักษาไมเกรนไม่ได้มีแค่การกินยา

นอกจากการใช้ยาแล้ว การสังเกตปัจจัยกระตุ้น การจัดการความเครียด การนอนหลับให้เพียงพอ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนได้


การทำความเข้าใจโรคไมเกรนอย่างถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพราะนอกจากจะช่วยให้รับมือกับอาการได้อย่างเหมาะสมแล้ว ยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาที่ไม่ถูกต้องหรือการใช้ยาเกินความจำเป็นอีกด้วย 



ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อย โดยมีปัจจัยกระตุ้นแตกต่างกันในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว การรู้ว่าไมเกรนเกิดจากอะไร รวมถึงสังเกตปัจจัยกระตุ้นของตัวเอง จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการและควบคุมโรคได้ดีขึ้น


หากมีอาการไมเกรนบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วม เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม


และการมีประกันสุขภาพที่เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น ด้วยประกันสุขภาพ ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน* 


*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด 

**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล


- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง



ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 22/06/69

🔖โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) 

🔖คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

🔖โรงพยาบาลกรุงเทพ

🔖Rama Channel 

🔖โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 

🔖MedUMORE 

🔖Chulalongkornhospital

A: ไมเกรนมักมีอาการปวดตุบ ๆ ร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียง ซึ่งต่างจากอาการปวดศีรษะทั่วไป

บทความที่น่าสนใจ