Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

Plant Based คืออะไร พร้อมไอเดียอาหารแพลนต์เบส เพื่อสุขภาพดีและเยาว์วัย 02

Plant Based คืออะไร? พร้อมไอเดียอาหารแพลนต์เบส เพื่อสุขภาพดีและเยาว์วัย

เทรนด์การกินอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารแบบ Plant Based หรือแพลนต์เบส ที่เน้นพืชเป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย บทความนี้ แอดมินจะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาหารแพลนต์เบสอย่างเข้าใจง่าย พร้อมเคล็ดลับการเริ่มต้นและไอเดียเมนูสุดอร่อย


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


1. Plant Based คืออะไร?

2. ประโยชน์ต่อสุขภาพของอาหารจากพืช

3. แหล่งอาหาร Plant Based มีอะไรบ้าง?

4. แจกเมนูอาหาร Plant Based ที่คุณทำตามได้

5. วิธีเริ่มต้นกินอาหารแพลนต์เบสง่ายๆ

6. ข้อควรรู้ในการรับประทานอาหารแพลนต์เบสให้สมดุล

7. ข้อดีของการทานอาหาร plant-based คืออะไร?

8. สุขภาพดีเริ่มต้นที่จาน อาหารแพลนต์เบสเพื่อชีวิตที่สดใส




Plant Based คืออะไร?


แพลนต์เบส หรือ Plant Based คือรูปแบบการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก แต่ไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด อาหารแพลนต์เบสให้ความสำคัญกับการบริโภคผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืชเป็นส่วนใหญ่ของมื้ออาหาร โดยลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และอาหารแปรรูป


แพลนต์เบสแตกต่างจากมังสวิรัติและวีแกนตรงที่


  • มังสวิรัติ งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด แต่อาจรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง
  • วีแกน งดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด รวมถึงนม ไข่ น้ำผึ้ง
  • เฟล็กซิแทเรียน รับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก แต่อาจมีการรับประทานเนื้อสัตว์บางครั้ง
  • แพลนต์เบสเน้นอาหารจากพืช แต่ไม่ได้งดเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด เพียงแต่ลดปริมาณลงและให้เป็นส่วนเสริมในอาหารเท่านั้น


อาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มแพลนต์เบส ได้แก่ ผักและผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช น้ำมันจากพืช และอาจรวมถึงเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในปริมาณน้อย



ประโยชน์ต่อสุขภาพของอาหารจากพืช


ประโยชน์ต่อสุขภาพของอาหารจากพืช


อาหารแพลนต์เบสอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย


  • ไฟเบอร์: พืชเป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นเยี่ยม ช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันท้องผูก ลดคอเลสเตอรอล และทำให้รู้สึกอิ่มนาน
  • โอเมก้า-3: พบได้ในเมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท ช่วยลดการอักเสบและบำรุงสมอง
  • แอนติออกซิแดนต์: ผักและผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และป้องกันโรคเรื้อรัง
  • วิตามินและแร่ธาตุ: อุดมด้วยวิตามิน A, C, E, โฟเลต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม


การรับประทานอาหารแพลนต์เบสช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ


  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากมีไขมันอิ่มตัวต่ำและไม่มีคอเลสเตอรอล
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากมีโซเดียมต่ำและโพแทสเซียมสูง
  • มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เพราะอาหารพืชมักมีแคลอรีต่ำแต่ไฟเบอร์สูง


นอกจากนี้ ไฟเบอร์จากพืชยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ช่วยส่งเสริมสุขภาพระบบทางเดินอาหาร ลดการอักเสบ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน



แหล่งอาหาร Plant Based มีอะไรบ้าง?


แหล่งอาหาร Plant Based มีอะไรบ้าง?


ถั่วเมล็ดแห้ง: ถั่วเลนทิล ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่ เป็นแหล่งโปรตีนและไฟเบอร์ชั้นเยี่ยม อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ เช่น เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม


ถั่วเปลือกแข็ง: อัลมอนด์ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นแหล่งไขมันดี โปรตีน และวิตามินอี ช่วยบำรุงหัวใจและสมอง แต่ควรระวังปริมาณเนื่องจากมีแคลอรีสูง


เมล็ดพืช: เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง อุดมด้วยโอเมก้า-3 ไฟเบอร์ และแร่ธาตุ สามารถโรยบนอาหารหรือเพิ่มในสมูทตี้


ธัญพืชเต็มเมล็ด: ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ควินัว บัควีท ข้าวฟ่าง เป็นแหล่งพลังงานที่มีไฟเบอร์สูง วิตามินบี และแร่ธาตุสำคัญ


ผักและผลไม้


  • ผักใบเขียว: คะน้า ผักโขม ผักกาดหอม อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ผักหลากสี: แครอท มะเขือเทศ พริกหวาน บร็อคโคลี่ มีวิตามินสูงและสารไฟโตนิวเทรียนท์หลากหลาย
  • ผลไม้: เบอร์รี่ ส้ม แอปเปิ้ล กล้วย มะละกอ ให้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร


ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์: เต้าหู้ เทมเป้ มิโซะ นมถั่วเหลือง เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่ดี และอุดมด้วยไอโซฟลาโวน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ



แจกเมนูอาหาร Plant Based ที่คุณทำตามได้


แจกเมนูอาหาร Plant Based ที่คุณทำตามได้


เมนูอาหารแพลนต์เบสมีความหลากหลายและน่าสนใจ ทั้งยังทำได้ง่ายและให้รสชาติอร่อย ต่อไปนี้คือตัวอย่างเมนูที่สามารถทำตามได้


วันที่ 1


  • เช้า: แซนด์วิชไส้แพลนต์เบส หมูสับ (ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง) ผัดกับน้ำสลัดงาญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมนมถั่วเหลือง
  • กลางวัน: ข้าวกล้องราดผัดคะน้าหมูกรอบแพลนต์เบส (ใช้เทมเป้หรือเห็ดหอมแทนหมู)
  • เย็น: แกงมัสมั่นไก่แพลนต์เบส ใส่มันฝรั่ง (ใช้เต้าหู้หรือซีตันแทนไก่) เสิร์ฟกับข้าวกล้อง


วันที่ 2


  • เช้า: ออมเล็ตเต้าหู้ใส่เห็ด หอมใหญ่ซอย มะเขือเทศซอย เสิร์ฟคู่กับนมพิสตาชิโอ
  • กลางวัน: ข้าวกล้องราดผักบุ้งผัดกับโปรตีนจากพืชแทนหมู เพิ่มพริกและกระเทียมเพื่อความเข้มข้น
  • เย็น: สลัดควินัวกับไก่แพลนต์เบส (ใช้เทมเป้หรือถั่วเลนทิล) ใส่ผักร็อคเก็ต อะโวคาโด มะเขือเทศเชอรี่ และพริกหวานย่าง ราดด้วยน้ำสลัดเลมอน


วันที่ 3


  • เช้า: ข้าวปั้นห่อสาหร่ายไส้ทูน่าแพลนต์เบส (ทำจากถั่วลูกไก่บดผสมสาหร่ายและน้ำมันมะกอก) เสิร์ฟพร้อมนมอัลมอนด์
  • กลางวัน: ข้าวหน้าแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแพลนต์เบส ใส่ผักหลากชนิด เช่น แครอท มันฝรั่ง และถั่วลันเตา
  • เย็น: ข้าวกล้องกับแซลมอนย่างแพลนต์เบส (ใช้เต้าหู้หมักซอสเทอริยากิ) เสิร์ฟพร้อมสลัดผัก ราดน้ำสลัดน้ำมันมะกอก


ของว่าง


  • ถั่วคั่วรสต่างๆ
  • สมูทตี้ผักและผลไม้ผสมเมล็ดเจีย
  • แอปเปิ้ลหรือกล้วยทาเนยถั่ว
  • ฮัมมัสกับแครกเกอร์โฮลเกรนหรือแครอทสด
  • โยเกิร์ตถั่วเหลืองโรยด้วยกราโนล่าโฮมเมดและผลไม้สด


เมนูเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบและวัตถุดิบที่มี โดยยังคงหลักการของอาหารแพลนต์เบสที่เน้นพืชเป็นหลักและมีโปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์



วิธีเริ่มต้นกินอาหารแพลนต์เบสง่ายๆ


การเปลี่ยนมาทานอาหารแพลนต์เบสไม่จำเป็นต้องทำทันที คุณสามารถค่อยๆ ปรับเปลี่ยนได้ด้วยวิธีต่อไปนี้


  • เริ่มจาก Meatless Monday: กำหนดให้มีวันที่ไม่ทานเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 1 วัน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนวัน
  • กฎ 2:1: ใส่ผักในจานเป็นสองเท่าของเนื้อสัตว์ เช่น แทนที่จะกินข้าวกับไก่ 1 ส่วนและผัก 1 ส่วน ให้เปลี่ยนเป็นข้าวกับไก่ 1 ส่วนและผัก 2 ส่วน
  • ลองทดแทนโปรตีนจากพืช: แทนที่เนื้อสัตว์ด้วยโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ เทมเป้ ซีตัน ถั่วเมล็ดแห้ง หรือเบอร์เกอร์ผัก
  • สร้างความหลากหลาย: ลองใช้วัตถุดิบใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ เช่น ควินัว เทมเป้ หรือผักชนิดใหม่ที่ไม่เคยลอง
  • หันมาทำอาหารเอง: การทำอาหารเองช่วยให้คุณควบคุมส่วนผสมและปรับรสชาติให้ถูกปาก
  • ปรับเมนูที่คุ้นเคย: ดัดแปลงอาหารที่คุณชอบให้เป็นแบบแพลนต์เบส เช่น พิซซ่าหน้าผัก ลาซานญ่าผัก หรือแกงเขียวหวานเต้าหู้


ข้อควรรู้ในการรับประทานอาหารแพลนต์เบสให้สมดุล


  • ปริมาณที่เหมาะสม: ครึ่งหนึ่งของจานควรเป็นผักหลากสี หนึ่งในสี่เป็นโปรตีนจากพืช และอีกหนึ่งในสี่เป็นธัญพืชไม่ขัดสี
  • ระวังการขาดสารอาหาร: ให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีน วิตามินบี12 เหล็ก สังกะสี และแคลเซียม
  • อย่าลืมไขมันดี: เพิ่มไขมันดีจากน้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่ว และเมล็ดพืช
  • ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ: ไม่จำเป็นต้องเป็นแพลนต์เบส 100% ให้เริ่มจากสิ่งที่ทำได้และค่อยๆ ปรับเพิ่ม


ข้อดีของการทานอาหาร Plant Based คืออะไร?


1. ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรค

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 
  • ลดโอกาสเป็นมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด


2. ช่วยควบคุมน้ำหนักให้ง่ายขึ้น

  • อาหารจากพืชมักมีแคลอรีและไขมันต่ำกว่าอาหารจากสัตว์
  • ไฟเบอร์สูงช่วยให้รู้สึกอิ่มนานและควบคุมความอยากอาหาร


3. ช่วยป้องกันโรค

  • ป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม
  • ช่วยรักษาสุขภาพไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง


4. ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน

  • ไฟเบอร์ในพืชย่อยช้า ทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่า
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการหิวกระหายระหว่างมื้อ
  • ให้พลังงานคงที่ตลอดวัน แทนที่จะเกิดอาการพลังงานขึ้นลงหลังทานอาหาร


5. ประโยชน์อื่นๆ

  • ช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น เนื่องจากได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มพลังงานและความกระปรี้กระเปร่า
  • ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการผลิตอาหารจากสัตว์



สุขภาพดีเริ่มต้นที่จาน อาหารแพลนต์เบสเพื่อชีวิตที่สดใส


สุขภาพดีเริ่มต้นที่จาน อาหารแพลนต์เบสเพื่อชีวิตที่สดใส


การเลือกรับประทานอาหารแพลนต์เบสเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับสุขภาพในระยะยาว เพียงเพิ่มพืชผักให้มากขึ้นในแต่ละมื้อ คุณก็สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่สดใส พลังงานที่เพิ่มขึ้น หรือความเสี่ยงโรคที่ลดลง


เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เรามีแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเมื่อต้องการ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย คลิก 


แอดหวังว่าบทความนี้จะช่วยจุดประกายให้คุณเริ่มต้นเส้นทางสู่สุขภาพที่ดีด้วยอาหารแพลนต์เบส ลองเริ่มต้นจากเมนูง่ายๆ และค่อยๆ ปรับเปลี่ยน เพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน!


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 16/09/68

🔖 Harvard Health Publishing, Harvard Medical School

🔖 Wikipedia

บทความน่าสนใจ