ปลาแซลมอนมีประโยชน์อย่างไร? และทำไมปลาแซลมอนถึงเป็นซูเปอร์ฟู้ด
ปลาแซลมอนมีประโยชน์อย่างไร? และทำไมปลาแซลมอนถึงเป็นซูเปอร์ฟู้ด
ถ้าให้นึกถึงอาหารที่ "อร่อยและดีต่อสุขภาพ" ไปพร้อมกัน ปลาแซลมอนคือหนึ่งในตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด เนื้อสีชมพูส้มสวยงาม รสชาติละมุน และที่สำคัญคืออัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ไม่แปลกเลยที่ปลาแซลมอนได้รับสมญานามว่า "ซูเปอร์ฟู้ดจากท้องทะเล" และได้รับความนิยมจากผู้รักสุขภาพทั่วโลก
วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ ปลาแซลมอนประโยชน์ อย่างละเอียดทั้ง 7 ข้อ พร้อมเปรียบเทียบแซลมอนธรรมชาติกับแซลมอนเลี้ยง วิธีกินที่ได้ประโยชน์สูงสุด และข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- รู้จักปลาแซลมอน ซูเปอร์ฟู้ดจากท้องทะเลลึก
- คุณค่าทางโภชนาการของปลาแซลมอน ดีกว่าที่คิด
- ประโยชน์ของปลาแซลมอน 7 ข้อ ที่คนรักสุขภาพไม่ควรมองข้าม
- แซลมอนธรรมชาติ vs แซลมอนเลี้ยง เลือกแบบไหนดีกว่า?
- กินปลาแซลมอนอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
- ข้อควรระวังในการกินปลาแซลมอน
- กินปลาแซลมอนสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพให้ครบวงจร
รู้จักปลาแซลมอน ซูเปอร์ฟู้ดจากท้องทะเลลึก
ปลาแซลมอนเป็นปลาน้ำเย็นที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก มีลักษณะเด่นคือเนื้อสีชมพูส้มเข้มที่ได้จากสารแคโรทีนอยด์ชื่อ Astaxanthin ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สีสวยงาม แต่ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังด้วย ปลาแซลมอนถูกนำมาบริโภคในหลากหลายรูปแบบทั้งแบบดิบอย่างซาชิมิ ปรุงสุกด้วยการย่าง อบ หรือนึ่ง และเป็นที่นิยมในทุกวัฒนธรรมอาหารทั่วโลก
คุณค่าทางโภชนาการของปลาแซลมอน ดีกว่าที่คิด
ก่อนจะไปดู ประโยชน์ของปลาแซลมอน มาทำความเข้าใจก่อนว่าในเนื้อปลาแซลมอน 100 กรัมนั้นมีสารอาหารอะไรบ้างที่ทำให้มันได้รับสถานะซูเปอร์ฟู้ด
- โอเมก้า 3 (EPA และ DHA): สูงถึง 2,150-2,506 มิลลิกรัม ซึ่งครอบคลุมปริมาณที่แนะนำต่อวันได้มากกว่า 4 เท่า
- โปรตีน: ปลาแซลมอน 85 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 17 กรัม โดยมีโครงสร้างที่ละเอียดกว่าเนื้อสัตว์ ย่อยและดูดซึมได้ดีกว่า
- วิตามิน: วิตามินดี วิตามินบีรวม (B1, B2, B3, B6, B12) และวิตามินเอ
- แร่ธาตุสำคัญ: โพแทสเซียม ซีลีเนียม ไอโอดีน และสังกะสี
- Astaxanthin: สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ให้สีชมพูส้มเฉพาะตัวของเนื้อปลา

ประโยชน์ของปลาแซลมอน 7 ข้อ ที่คนรักสุขภาพไม่ควรมองข้าม
เมืองไทยประกันชีวิตรวบรวม ประโยชน์ปลาแซลมอน ที่สำคัญและได้รับการยืนยันจากงานวิจัยทางการแพทย์มาไว้ครบในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมว่าทำไมปลาชนิดนี้จึงได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพทั่วโลก
บำรุงหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคร้าย
ประโยชน์ของปลาแซลมอนที่โดดเด่นที่สุดคือการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โอเมก้า 3 ทั้ง EPA และ DHA ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด
บำรุงสมองและความจำ ป้องกันสมองเสื่อม
DHA ในปลาแซลมอนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์สมอง มีบทบาทโดยตรงต่อความจำ การแก้ปัญหา และการทำงานของสมองส่วน Executive Function ตลอดทุกช่วงวัย การกินปลาแซลมอนสม่ำเสมอยังช่วยลดภาวะ Oxidative Stress และรักษาความแข็งแรงของ Blood-Brain Barrier ซึ่งเป็นกำแพงปกป้องสมอง ช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ในระยะยาว
ต้านการอักเสบในร่างกาย
EPA ในปลาแซลมอนมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่โดดเด่น ช่วยลดการผลิตสารที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ประโยชน์ปลาแซลมอนข้อนี้มีความหมายมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบ โรคข้อเสื่อม หรือภาวะอักเสบเรื้อรัง การกินปลาแซลมอนอย่างสม่ำเสมออาจช่วยบรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของข้อได้
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ปลาแซลมอนประโยชน์ด้านภูมิคุ้มกันมาจากหลายส่วนพร้อมกัน โอเมก้า 3 ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันผ่านกลไกการลดการอักเสบ ในขณะที่ซีลีเนียมช่วยสนับสนุนการทำงานของเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นด่านหน้าในการต้านเชื้อโรค และวิตามินดีที่อุดมสมบูรณ์ในปลาแซลมอนก็มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันด้วย
บำรุงผิวพรรณและชะลอวัย
สาร Astaxanthin ในปลาแซลมอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดและมลภาวะ ชะลอการเกิดริ้วรอย ในขณะเดียวกันโอเมก้า 3 ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว ลดปัญหาผิวแห้งและผิวอักเสบ ทำให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน
บำรุงดวงตา
DHA ไม่ได้ดีต่อสมองเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของจอประสาทตา การกินปลาแซลมอนสม่ำเสมอช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ตาแห้ง และต้อกระจก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้สายตาเยอะในการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ และผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลสุขภาพดวงตาในระยะยาว
แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
โปรตีนในปลาแซลมอนให้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และมีโครงสร้างที่ละเอียดกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ทำให้ย่อยและดูดซึมได้ดีกว่า นอกจากนี้โปรตีนยังมีบทบาทในการสร้างฮอร์โมน เอนไซม์ แอนติบอดี และช่วยขนส่งโมเลกุลต่าง ๆ ในร่างกาย จึงเหมาะสำหรับทั้งคนที่ออกกำลังกายและคนทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ

แซลมอนธรรมชาติ vs แซลมอนเลี้ยง เลือกแบบไหนดีกว่า?
คำถามที่คนที่รู้จัก ประโยชน์ของปลาแซลมอน แล้วมักถามต่อคือ "ควรเลือกแซลมอนธรรมชาติหรือแซลมอนเลี้ยง?" เมืองไทยประกันชีวิตสรุปข้อมูลเปรียบเทียบมาให้ดังนี้
แซลมอนธรรมชาติ (Wild-Caught)
แซลมอนจากธรรมชาติมีแร่ธาตุสูงกว่า ทั้งโพแทสเซียม สังกะสี และเหล็ก มีสารปนเปื้อน PCBs ในระดับต่ำกว่า และถือว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการเลี้ยงในบ่อ แต่มักหาซื้อยากกว่าและราคาสูงกว่า
แซลมอนเลี้ยง (Farm-Raised)
แซลมอนเลี้ยงมีไขมันรวมสูงกว่า ซึ่งหมายความว่ามีปริมาณโอเมก้า 3 มากกว่าเล็กน้อย แต่ก็มาพร้อมกับไขมันอิ่มตัวและแคลอรีที่สูงกว่าด้วย ข้อดีคือหาซื้อได้ง่ายกว่าและราคาเข้าถึงได้มากกว่า ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการกินปลาแซลมอนสม่ำเสมอ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุตรงกันว่า ไม่ว่าจะเลือกแซลมอนชนิดใดก็ตาม ปลาแซลมอนยังคงเป็นแหล่งโปรตีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ และยังได้ ประโยชน์ปลาแซลมอน ครบถ้วนในทั้งสองแบบ
กินปลาแซลมอนอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
การรู้จัก ปลาแซลมอนประโยชน์ แล้วต้องรู้วิธีกินที่ถูกต้องด้วย เพราะวิธีปรุงที่แตกต่างกันอาจส่งผลต่อปริมาณสารอาหารที่ได้รับได้
- ความถี่แนะนำ: กินปลาแซลมอนหรือปลาที่มีไขมันดีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
- ปริมาณโอเมก้า 3 ที่แนะนำต่อวัน: 250-500 มิลลิกรัมสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป
- วิธีปรุงที่ดีที่สุด: นึ่ง อบ หรือย่าง เพื่อรักษาโอเมก้า 3 และสารอาหารไว้ให้มากที่สุด
- หลีกเลี่ยงการทอดน้ำมันมาก เพราะจะเพิ่มไขมันไม่ดีและทำลายโอเมก้า 3 บางส่วน
- เมนูแนะนำ: แซลมอนย่าง แซลมอนอบซอสมิโซะ สลัดแซลมอน โพเก้โบวล์แซลมอน หรือข้าวปั้นแซลมอน
ข้อควรระวังในการกินปลาแซลมอน
แม้ ประโยชน์ของปลาแซลมอน จะมีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังบางอย่างที่ควรรู้เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับบางกลุ่มคน
- สารปรอท: ปลาแซลมอนมีระดับปรอทต่ำกว่าปลาชนิดอื่นหลายชนิด เช่น ทูน่าครีบเหลืองหรือปลาฉลาม จึงค่อนข้างปลอดภัยสำหรับการกินเป็นประจำ
- ผู้แพ้อาหารทะเล: ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง
- หญิงตั้งครรภ์: สามารถกินได้แต่ควรเลือกแซลมอนที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น และจำกัดปริมาณที่ 2-3 เสิร์ฟต่อสัปดาห์ตามคำแนะนำ
- การกินดิบ (ซาชิมิ): ควรเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้และผ่านกระบวนการแช่แข็งตามมาตรฐานเพื่อกำจัดพยาธิก่อนนำมาบริโภค

กินปลาแซลมอนสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพให้ครบวงจร
ปลาแซลมอนประโยชน์ครอบคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งบำรุงหัวใจ สมอง ผิวพรรณ ดวงตา ระบบภูมิคุ้มกัน และกล้ามเนื้อ ด้วยโอเมก้า 3 สูง โปรตีนคุณภาพดี และสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลาย ทำให้ปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในอาหารที่คุ้มค่าที่สุดที่ควรมีในเมนูประจำสัปดาห์
การกินอาหารที่ดีอย่างปลาแซลมอนเป็นการลงทุนในสุขภาพระยะยาวที่ชาญฉลาด และเมืองไทยประกันชีวิตเชื่อว่าการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรต้องประกอบด้วยทั้งการกินที่ดี การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการมีหลักประกันสุขภาพที่เชื่อถือได้
เมืองไทยประกันชีวิต แนะนำให้ทุกคนพิจารณาทำ ประกันสุขภาพ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพและการเงิน เพราะแม้จะดูแลตัวเองด้วยอาหารที่ดีแค่ไหน ความไม่แน่นอนของชีวิตก็ยังคงมีอยู่ การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจะช่วยให้คุณรับมือกับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างสบายใจ
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 13/03/69
🔖 Cosmina
🔖 HD Mall