อัปเดต วิธีใส่หน้ากากอนามัย มั่นใจ แนบ ชิด แน่น

อัปเดต วิธีใส่หน้ากากอนามัย มั่นใจ แนบ ชิด แน่น

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าหน้ากากเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสโควิด 19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะเชื้อ 2 สายพันธ์ุหลัก เดลตา และเบตา ซึ่งมีความรุนแรง เพราะสามารถติดต่อกันง่ายและรวดเร็วมาก กรมควบคุมโรคจึงได้แนะนำประชาชนเคร่งครัดในการสวมใส่แมสก์ให้ถูกวิธี เพราะบางครั้งอาจสวมใส่แล้วหลวม ไม่พอดีกับหน้า เกิดช่องว่าง ทำให้มีโอกาสในการแพร่เชื้อ หรือเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย วันนี้เราขอพามาอัปเดตวิธีการสวมใส่หน้ากากอนามัย และหน้ากากแบบไหนที่สามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด



วิธีใส่หน้ากากอนามัย


สวมหน้ากากวิธีไหน เพิ่มประสิทธิภาพป้องกันสูงสุด


การเลือกใช้หน้ากากแบบไหนถึงสามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้เรามีคำตอบ อ้างอิงข้อมูลจาก United States Environmental Protection Agency (EPA) ซึ่งการสวมใส่หน้ากากอนามัยแต่ละแบบนั้นมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโควิด 19 ได้อย่างไร มาดูกัน


  • สวมหน้ากากตามปกติ ประสิทธิภาพการป้องกัน 38.5%
  • ไขว้สายคล้อง ประสิทธิภาพการป้องกัน 60.3%
  • ใช้สายเกี่ยวด้านหลัง แทนการคล้องหู ประสิทธิภาพการป้องกัน 61.7%
  • ใช้กิ๊บหนีบผม แทนการคล้องหู ประสิทธิภาพการป้องกัน 64.8%
  • ใช้หนังยางเส้นใหญ่รัดให้แน่นขึ้น ประสิทธิภาพการป้องกัน 78.2%
    ใช้ผ้ายืดซีทรูสวมทับชั้นที่

อย่างที่ทราบกันดีว่าการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี จะสามารถช่วยกรองเชื้อโรคได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และกรมควบคุมโรคได้ให้ข้อมูลไว้ว่า สำหรับวิธีการสวมหน้ากากอนามัยที่ดี คือ การสวม 2 ชั้น แต่ต้องเป็นการ "สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยเท่านั้น" จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและป้องกันเชื้อได้ดียิ่งขึ้น
 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ


ข้อห้ามที่ควรรู้ ในการสวมหน้ากากอนามัย



ข้อห้ามที่ควรรู้ ในการสวมหน้ากาก


นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามที่เราควรรู้สำหรับการสวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันเชื้อโควิด 19 ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนี้

  • ห้ามสวมหน้ากาก N95 ก่อน แล้วทับด้วยหน้ากากอื่น
  • ห้ามสวมหน้ากากผ้าก่อน แล้วทับด้วยหน้ากากอนามัย
  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรสวมหน้ากาก
  • ไม่สวมหน้ากากซ้ำ และควรเปลี่ยนทุก ๆ 6-8 ชั่วโมง
  • ห้ามดึงหน้ากากอนามัยไว้ใต้คาง
  • ห้ามใช้หน้ากากร่วมกับผู้อื่น


อย่าลืมว่าการสวมหน้ากากผิดประเภท หรือผิดวิธี อาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไปใช้ได้น้อยลง และการจับหน้ากากอนามัย หรือใช้ร่วมกับผู้อื่นนั้น ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญการสวมหน้ากากอนามัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน หรือวิธีใดก็ตาม ควรสวมให้แนบชิดกับใบหน้า แก้ม คาง หรือจมูก เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงที่สุด



เลือกใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรค




เลือกใส่หน้ากากให้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

 

เพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อจากตัวคุณไปสู่คนรอบตัว และเป็นการป้องกันการติดเชื้อในผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อด้วย ดังนั้นควรสวมหน้ากากตลอดเวลา ทั้งขณะอยู่ในบ้านและนอกบ้านจึงสำคัญ และการเลือกใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง ซึ่งกรมควบคุมโรคได้วางแนวปฎิบัติไว้ดังนี้

 

  • หากอาศัยอยู่ในบ้าน พื้นที่ปิด หรือมีคนน้อยไม่หนาแน่นสามารถใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย 1 ชั้นได้
  • หากไปแหล่งชุมชน ตลาดนัด ตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น หากมีความจำเป็นต้องไป ขอให้ใส่ 2 ชั้น โดยใส่หน้ากากทางการแพทย์ไว้ด้านใน และสวมหน้ากากผ้าไว้ด้านนอก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและป้องกันเชื้อได้ดียิ่งขึ้น


ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อยังสูงขึ้น ซึ่งหนึ่งในตัวเลขการติดเชื้อพบว่าผู้ติดเชื้อมาจากการสัมผัสมาชิกในครอบครัว หรือเกิดกับผู้ใกล้ชิด และหากเป็นไปได้ ขอให้ทุกคนในครอบครัวสวมหน้ากาก เมื่ออยู่ในบ้าน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน รวมถึงสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง


หน้ากากอนามัย ใช้แล้ว ทิ้งยังไง



หน้ากากอนามัย ใช้แล้ว ทิ้งยังไง

 

หน้ากากอนามัยใช้แล้ว ก็ต้องทิ้งให้ถูกวิธี ไม่ใช่ถอดปุ๊บทิ้งปั๊บ เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบยังมีอีกหลายคนหลังจากคุณทิ้งลงถังขยะ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เก็บขยะ หากสัมผัสหน้ากากที่ติดเชื้อขึ้นมาก็คงไม่ดีแน่ โดยวิธีการมีดังนี้


  • ล้างมือให้สะอาดก่อนถอดหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
  • จับสายรัด 2 ข้าง แล้วถอดหน้ากากอนามัยออกในแนวตรง ไม่ใช้มือสัมผัสด้านหน้าของหน้ากากอนามัย
  • จับที่ขอบหน้ากากแล้วพับครึ่ง เก็บส่วนที่สัมผัสร่างกายให้อยู่ด้านใน
  • พับครึ่งอีกครั้งหนึ่ง ให้สายรัดทั้ง 2 ฝั่งอยู่ด้านเดียวกัน แล้วใช้สายรัดพันให้แน่น
  • นำหน้ากากอนามัยใส่ถุงแล้วรัดปากถุงให้แน่น ป้องกันการกระจายของเชื้อ
  • เขียนกำกับบนถุงว่าขยะติดเชื้อ
  • ทิ้งลงถังรองรับหน้ากากอนามัยใช้แล้ว (ถังสีส้ม หรือสีแดง) เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
    ล้างมือให้สะอาดหลังทิ้งหน้ากากอนามัย


ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน หากเราระมัดระวังในการใช้ชีวิต สวมใส่หน้ากากตลอดเวลา และปฎิบัติตัวอย่างเคร่งครัดตามมาตรการของทางภาครัฐ ก็จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย


นอกจากนี้เพิ่มความอุ่นใจให้กับการใช้ชีวิตที่เหมาะสำหรับทุกเจเนเรชัน ด้วยแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม คุ้มครองทั้ง โรคโควิด 19 การแพ้วัคซีนโควิด 19 โรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็สามารถเข้าพักรักษาได้ทุกโรงพยาบาล เลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 200,000 – 100,000,000 บาท ต้องการแบบไหนก็เลือกได้ ดูแลสุขภาพยาว ๆ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 – 80 ปี จนถึงอายุ 99 ปี* เลือกประกันสุขภาพแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ หรือ โทร.1766


*สำหรับความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ และ ดีเฮลท์

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมเนื่องจากผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รับความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 11 พ.ค.- 31 ธ.ค 2564
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (Waiting Period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. - 31 ธ.ค. 2564
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 24/08/64


🔖 กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูล ณ วันที่ 21/08/64)

🔖 The Standard (ข้อมูล ณ วันที่ 04/08/64)

🔖 กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูล ณ วันที่ 08/07/64)

🔖 Thairath (ข้อมูล ณ วันที่ 19/08/64)

🔖 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูล ณ วันที่ 05/08/64)

🔖 สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร (ข้อมูล ณ วันที่ 01/06/64)

🔖 United States Environmental Protection Agency (EPA) (ข้อมูล ณ วันที่ 05/04/64)

สนใจแบบประกัน

ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นของข้าพเจ้าเพื่อติดต่อข้าพเจ้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ ข้าพเจ้าสนใจหรือที่บริษัทฯ เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ ข้าพเจ้าได้โดยข้าพเจ้าให้ถือเอาการทำเครื่องหมาย ในช่องสี่เหลี่ยมเป็นการแสดงเจตนา ยินยอมของข้าพเจ้าแทน การลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ก่อนการแสดงเจตนาดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าได้อ่านและรับทราบเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวแล้ว

บทความน่าสนใจ