Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

6 งานวิ่งเทรล ปลายปี 2026 เส้นทางสวย อากาศดี สายธรรมชาติต้องลอง

6 งานวิ่งเทรล ปลายปี 2026 เส้นทางสวย อากาศดี สายธรรมชาติต้องลอง

ถ้าการวิ่งบนถนนเริ่มคุ้นเคยเกินไป ลองเปลี่ยนเส้นทางจากพื้นเรียบเข้าสู่ป่าและภูเขาดูสักครั้ง เพราะเสน่ห์ของ วิ่งเทรล ไม่ได้มีแค่การทำเวลา แต่คือการได้เจอเส้นทางที่เปลี่ยนไปตลอดทาง

บางช่วงวิ่ง บางช่วงต้องเดินขึ้นเนิน บางช่วงต้องค่อย ๆ วางเท้าผ่านดิน หิน หรือรากไม้ ก่อนจะได้เจอวิวที่มองไม่เห็นจากถนนสายหลัก

โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว หลายพื้นที่มีงานวิ่งท่ามกลางธรรมชาติให้เลือก ใครกำลังเปิด ตารางงานวิ่ง 2569 เพื่อหาสนามปลายปี ลองเก็บ 6 งานนี้ไว้เป็นตัวเลือก ตั้งแต่น่าน เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ ไปจนถึงนครสวรรค์


Key Takeaway

  • วิ่งเทรล แตกต่างจากวิ่งถนน เพราะต้องรับมือทั้งความชันและพื้นผิวธรรมชาติ
  • ปลายปี 2569 มีหลายสนามน่าสนใจ เช่น Nan Mountain Trail, Pong Yaeng Trail, น้ำหนาวจีโอพาร์คเทรล, THEP SADET TRAIL และ HOKA Chiang Mai Thailand by UTMB
  • มือใหม่ควรเลือกระยะตามประสบการณ์ ไม่ควรเทียบระยะเทรลกับระยะวิ่งถนนโดยตรง
  • การ เดินป่า หรือ เดินเทรล ช่วยสร้างความคุ้นเคยกับพื้นธรรมชาติก่อนลงสนามได้
  • รองเท้า น้ำ อาหาร อุปกรณ์บังคับ และสภาพอากาศ เป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนการแข่งขันทุกครั้ง

ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 ทำไมวิ่งเทรลถึงเป็นอีกประสบการณ์ที่สายธรรมชาติต้องลอง?

ทำไมวิ่งเทรลถึงเป็นอีกประสบการณ์ที่สายธรรมชาติต้องลอง?

วิ่งเทรลอาจดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนจากถนนมาอยู่บนภูเขา แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เปลี่ยนมีมากกว่านั้น เพราะเส้นทางธรรมชาติทำให้เราไม่สามารถรักษาจังหวะเดิมได้ตลอด ต้องเรียนรู้ที่จะวิ่ง เดิน และปรับตัวไปตามพื้นที่ตรงหน้า

ไม่จำเป็นต้องวิ่งตลอดเส้นทาง

คำว่า “วิ่งเทรล” ไม่ได้หมายความว่าต้องวิ่งตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงเส้นชัย เมื่อเจอทางชัน นักวิ่งจำนวนมากเลือกเปลี่ยนเป็นการเดินเร็วเพื่อประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการแข่งขันระยะไกล ส่วนทางราบหรือทางที่วิ่งได้สะดวกจึงค่อยกลับมาเพิ่มความเร็วอีกครั้ง

จังหวะของเทรลจึงต่างจากการวิ่งถนนอย่างชัดเจน เราไม่ได้มองแค่ Pace แต่ต้องมองทั้งความชัน พื้นผิว สภาพอากาศ และพลังงานที่เหลืออยู่ด้วย

สำหรับคนที่ชอบ เดินป่า อยู่แล้ว การเริ่มจากเดินเทรลก่อนก็เป็นพื้นฐานที่ดี เพราะช่วยให้คุ้นเคยกับการขึ้นลงเนิน การทรงตัว และการอยู่บนเส้นทางธรรมชาตินาน ๆ

หากกำลังคิดจะลงสนามแรก สามารถเตรียมพื้นฐานเพิ่มเติมจาก คู่มือวิ่งเทรลสำหรับมือใหม่ เตรียมตัวอย่างไรก่อนออกวิ่ง

วิ่งหนึ่งครั้ง เหมือนได้ออกเดินทางหนึ่งทริป

อีกเสน่ห์ของเทรลคือเราไม่ได้เห็นวิวเดิมตลอดทาง จากจุดเริ่มต้นอาจผ่านชุมชน ก่อนเข้าสู่ป่า ขึ้นเนิน เจอทิวเขา หรือออกไปยังจุดที่มองเห็นธรรมชาติในมุมกว้างขึ้น บางสนามเริ่มตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และใช้เวลาหลายชั่วโมงจนเห็นบรรยากาศเปลี่ยนไปตลอดวัน

จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนเลือกสนามจาก “สถานที่ที่อยากไป” พอ ๆ กับระยะทางที่อยากวิ่ง

หากยังไม่พร้อมลงแข่งขัน การออกไปเดินเส้นทางธรรมชาติก่อนก็เป็นอีกทางเลือก ลองดู เส้นทางเดินป่าในไทย ช่วงหน้าฝนถึงหน้าหนาว แล้วเริ่มจากเส้นทางที่เหมาะกับประสบการณ์ของตัวเอง

สุดท้ายแล้ว ความสนุกของเทรลอาจไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “วันนี้วิ่งเร็วแค่ไหน” แต่อยู่ที่ว่า “เส้นทางนี้จะพาเราไปเห็นอะไรบ้าง”

 เปิดตารางงานวิ่ง 2569 กับ 6 งานวิ่งเทรลน่าไปสัมผัส

เปิดตารางงานวิ่ง 2569 กับ 6 งานวิ่งเทรลน่าไปสัมผัส

ถ้าอยากใช้ช่วงปลายปีออกไปสัมผัสภูเขา ป่า และอากาศที่แตกต่างจากในเมือง นี่คือ 6 สนามที่น่าสนใจ แต่ละงานมีทั้งสถานที่ ระยะทาง และบรรยากาศต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับประสบการณ์ของตัวเอง


1. Nan Mountain Trail 2026 จ.น่าน

วันจัดงาน: 10–11 ตุลาคม 2569
สถานที่: อ.นาน้อย จ.น่าน
ระยะ: 9 / 20 / 30 / 60 / 100 กิโลเมตร

เริ่มต้นด้วยสนามท่ามกลางภูเขาของจังหวัดน่าน โดย Nan Mountain Trail มีระยะตั้งแต่ 9 กิโลเมตร ไปจนถึงอัลตร้า 100 กิโลเมตร จึงเปิดโอกาสให้ทั้งคนที่อยากลองระยะไม่ไกลมาก และนักวิ่งที่ต้องการความท้าทายมากขึ้น

พื้นที่จัดงานอยู่บริเวณอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และคอนเซปต์ของสนามเน้นประสบการณ์บนเส้นทางภูเขาและธรรมชาติ โดยข้อมูลของงานยังพูดถึงบรรยากาศลมเย็นของขุนสถานและวิวป่าเขา

สำหรับมือใหม่ ระยะ 9 หรือ 20 กิโลเมตรอาจดูเข้าถึงง่ายกว่าระยะอัลตร้า แต่ก็ควรตรวจสอบความชันและรายละเอียดเส้นทางก่อนสมัคร เพราะระยะทางบนเทรลไม่สามารถเทียบกับระยะเดียวกันบนถนนได้โดยตรง

เหมาะกับ: คนที่อยากสัมผัสเทรลภูเขาของน่าน และต้องการระยะให้เลือกหลายระดับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Nan Mountain Trail 2026


2. Pong Yaeng Trail 2026 จ.เชียงใหม่

วันจัดงาน: 17–18 ตุลาคม 2569
สถานที่: โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ระยะ: 20 / 30 / 50 / 70 / 100 กิโลเมตร

เชียงใหม่เป็นอีกจังหวัดที่สายเทรลน่าจะคุ้นชื่อ และ Pong Yaeng Trail ก็เป็นหนึ่งในสนามช่วงเดือนตุลาคมที่น่าสนใจ

การแข่งขันจัดในพื้นที่โป่งแยง อำเภอแม่ริม มีระยะเริ่มต้นตั้งแต่ 20 กิโลเมตร ไปจนถึง 100 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานการวิ่งและอยากเพิ่มความท้าทายด้วยเส้นทางภูเขา

ถึงจะเคยวิ่งฮาล์ฟมาราธอนบนถนนมาแล้ว ก็ไม่ควรคิดว่าเทรล 20 กิโลเมตรจะใช้แรงใกล้เคียงกัน เพราะความชันและพื้นธรรมชาติสามารถเพิ่มทั้งเวลาและพลังงานที่ต้องใช้ได้มาก

ช่วงวันจัดงาน ข้อมูลสถิติย้อนหลังของพื้นที่ระบุอุณหภูมิกลางวันเฉลี่ยประมาณ 27°C และกลางคืนประมาณ 20°C แต่ยังมีความชื้นสูงและมีโอกาสพบฝน จึงควรตรวจพยากรณ์จริงอีกครั้งก่อนวันแข่งขัน

เหมาะกับ: คนที่มีพื้นฐานการวิ่งและอยากสัมผัสสนามภูเขาในเชียงใหม่

ข้อมูลเพิ่มเติม: Pong Yaeng Trail 2026


3. น้ำหนาวจีโอพาร์คเทรล 2026 จ.เพชรบูรณ์

วันจัดงาน: 25 ตุลาคม 2569
สถานที่: อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
ระยะ: 13 / 23 / 37 / 56 กิโลเมตร

ถ้าชอบบรรยากาศป่าและภูเขา “น้ำหนาว” เป็นอีกชื่อที่น่าเก็บไว้ในลิสต์ น้ำหนาวจีโอพาร์คเทรลจัดในอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ มีระยะให้เลือกตั้งแต่ 13 ถึง 56 กิโลเมตร และพานักวิ่งเข้าสู่บรรยากาศธรรมชาติของพื้นที่

ระยะ 13 กิโลเมตรอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่เริ่มมีประสบการณ์ แต่ก่อนสมัครควรดูทั้งความสูงสะสม ความชัน และเวลาตัดตัวประกอบ ไม่ควรพิจารณาจากระยะทางอย่างเดียว

สำหรับคนที่ชอบ เดินป่า อยู่แล้ว สนามลักษณะนี้อาจช่วยเปลี่ยนประสบการณ์จากการค่อย ๆ เดินชมธรรมชาติ มาเป็นการเรียนรู้วิธีบริหารแรงและเวลาในสนามเทรลจริง

เหมาะกับ: คนที่ชอบบรรยากาศป่าและภูเขา และต้องการสนามที่มีระยะกลางให้เลือกหลายระดับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: น้ำหนาวจีโอพาร์คเทรล 2026


4. THEP SADET TRAIL 2026 จ.เชียงใหม่

วันจัดงาน: 31 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569
สถานที่: ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
ระยะ: 15 / 30 / 50 / 100 กิโลเมตร

จากแม่ริมขยับมาที่ดอยสะเก็ด กับ THEP SADET TRAIL อีกสนามของเชียงใหม่ที่จัดในช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงต้นพฤศจิกายน สนามมีระยะเริ่มต้น 15 กิโลเมตร และขยับไปถึง 100 กิโลเมตร ทำให้คนที่เริ่มมีพื้นฐานเทรลสามารถเลือกระยะได้ตามประสบการณ์ ขณะที่สายอัลตร้าก็มีระยะใหญ่ให้ท้าทายตัวเอง

ข้อมูลสถิติอากาศย้อนหลังบริเวณงานระบุอุณหภูมิกลางวันเฉลี่ยประมาณ 26°C และกลางคืนประมาณ 19°C แต่ช่วงดังกล่าวยังมีโอกาสพบฝน จึงควรเตรียมรับมือกับพื้นเปียกหรือโคลนด้วย

ตรงนี้เองที่ “รองเท้า” เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เพราะพื้นเทรลต่างจากถนนทั้งเรื่องการยึดเกาะและความมั่นคง หากกำลังหาคู่แรก สามารถอ่าน วิธีเลือกรองเท้าวิ่งเทรลให้เหมาะกับเส้นทาง เพิ่มเติมได้

เหมาะกับ: คนที่อยากสัมผัสเส้นทางภูเขาของเชียงใหม่ช่วงปลายฝนต่อฤดูหนาว

ข้อมูลเพิ่มเติม: THEP SADET TRAIL 2026


5. Nakhonsawan Speed Trail 2026 จ.นครสวรรค์

วันจัดงาน: 22 พฤศจิกายน 2569
สถานที่: จ.นครสวรรค์
ระยะ: 5 / 11 / 25 / 40 กิโลเมตร

ถ้ายังไม่พร้อมเริ่มต้นด้วยเทรลหลักสิบกิโลเมตรยาว ๆ สนามนี้มีตัวเลือกที่เป็นมิตรขึ้น เพราะมีระยะเริ่มต้นตั้งแต่ 5 และ 11 กิโลเมตร Nakhonsawan Speed Trail จึงเหมาะกับคนที่อยากทดลองบรรยากาศการแข่งขันเทรลก่อนขยับไปหาระยะที่ไกลขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ต้องซ้อม เพราะพื้นต่างระดับ ทางขึ้นลง และการวางเท้าบนพื้นธรรมชาติยังแตกต่างจากถนน การฝึกกล้ามเนื้อขา ฝึกขึ้นเนิน และทดลองวิ่งบนพื้นธรรมชาติก่อนวันจริงจะช่วยให้ร่างกายพร้อมมากขึ้น

เหมาะกับ: มือใหม่ที่อยากเริ่มจากระยะ 5–11 กิโลเมตร หรือคนที่อยากลองสนามเทรลโดยยังไม่ขยับไปถึงระยะอัลตร้า

ข้อมูลเพิ่มเติม: Nakhonsawan Speed Trail 2026


6. HOKA Chiang Mai Thailand by UTMB® – Doi Inthanon จ.เชียงใหม่

วันจัดงานที่ดอยอินทนนท์: 27–29 พฤศจิกายน 2569
สถานที่: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่
ระยะหลัก: INTHANON 20 และ PAGODA 50 ทั้งรอบกลางวันและกลางคืน

ปิดท้ายด้วยหนึ่งใน Destination Trail ที่โดดเด่นของไทย กับการวิ่งบน ดอยอินทนนท์ ภายใต้งาน HOKA Chiang Mai Thailand by UTMB® ซึ่งปี 2569 จัดการแข่งขันออกเป็น 2 สัปดาห์ โดยสัปดาห์แรกวันที่ 27–29 พฤศจิกายน ใช้พื้นที่ดอยอินทนนท์เป็นสนามแข่งขัน

ความพิเศษคือการได้วิ่งท่ามกลางป่าบนพื้นที่สูงของยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยผู้จัดอธิบายเส้นทางของสัปดาห์นี้ด้วยบรรยากาศป่าหมอกและอากาศเย็นบนภูเขา

สำหรับคนที่ยังไม่ต้องการไปถึงระยะใหญ่ มี INTHANON 20 ระยะ 20 กิโลเมตร ขณะที่คนที่ต้องการความท้าทายมากขึ้นสามารถเลือก PAGODA 50 ซึ่งระยะจริงประมาณ 57 กิโลเมตร และมีทั้งรอบกลางวันและกลางคืน

อย่างไรก็ตาม สนามบนพื้นที่สูงต้องเตรียมตัวมากกว่าเรื่องระยะทาง ทั้งอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป อุปกรณ์บังคับ ความชัน และระยะเวลาที่อยู่บนเส้นทาง จึงควรศึกษากติกาจากผู้จัดโดยตรงก่อนสมัคร

เหมาะกับ: คนที่อยากสัมผัสงานเทรลระดับนานาชาติและบรรยากาศดอยอินทนนท์ช่วงปลายปี

ข้อมูลเพิ่มเติม: HOKA Chiang Mai Thailand by UTMB®

ทั้ง 6 สนามมีเสน่ห์ต่างกัน ตั้งแต่ระยะสั้นสำหรับเริ่มต้น ไปจนถึงสนามอัลตร้าบนภูเขา สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เลือกสนามที่ดูยากที่สุด แต่คือ เลือกสนามที่เหมาะกับประสบการณ์และความพร้อมของตัวเองที่สุด

 ก่อนออกไปวิ่งเทรล ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนออกไปวิ่งเทรล ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

วิวสวยและอากาศเย็นอาจทำให้อยากกดสมัครทันที แต่เทรลมีตัวแปรมากกว่าการวิ่งถนน ทั้งพื้นผิว ความชัน อากาศ และระยะเวลาที่อยู่บนเส้นทาง การเตรียมตัวจึงเป็นส่วนสำคัญพอ ๆ กับการฝึกวิ่ง

เลือกระยะจากความพร้อม ไม่ใช่แค่ตัวเลขกิโลเมตร

10 กิโลเมตรบนถนนกับ 10 กิโลเมตรบนภูเขาอาจให้ความรู้สึกต่างกันมาก

ก่อนสมัครจึงควรดูทั้งระยะทาง ความสูงสะสมหรือ Elevation Gain, Cut-off Time, จุดบริการ และลักษณะพื้น ไม่ควรเลือกระยะเพราะเห็นว่าเคยวิ่งบนถนนได้ไกลกว่านั้น

หากยังเป็นมือใหม่ อาจเริ่มจากสนามระยะสั้น แล้วค่อยเพิ่มระยะเมื่อเริ่มเข้าใจว่าร่างกายของตัวเองรับมือกับทางขึ้นและทางลงได้แค่ไหน

ฝึกวิ่งควบคู่กับเดินขึ้น-ลงเนิน

บนเส้นทางจริงเราไม่ได้วิ่งตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อเจอเนินชัน การเปลี่ยนมาเดินเร็วสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้

การซ้อมจึงควรมีทั้งการวิ่ง การเดินขึ้นเนิน การฝึกลงเนิน รวมถึงสร้างความแข็งแรงของขาและแกนกลางลำตัว

หากไม่มีภูเขาใกล้บ้าน สามารถใช้บันไดหรือลู่วิ่งปรับความชันช่วยฝึกได้ และเมื่อมีโอกาสจึงค่อยออกไป เดินเทรล หรือเดินป่าบนพื้นที่จริง เพื่อให้คุ้นกับพื้นดิน หิน และรากไม้

เลือกรองเท้าให้เหมาะกับเส้นทาง

รองเท้าวิ่งเทรลมีหน้าที่มากกว่าเรื่องความสบาย เพราะต้องช่วยเรื่องการยึดเกาะและการเคลื่อนไหวบนพื้นที่ไม่เรียบ

หากมี รองเท้าเดินป่า อยู่แล้ว ไม่ควรคิดว่าจะใช้แทนกันได้ทุกกรณี เพราะรองเท้าเดินป่าและรองเท้าวิ่งเทรลออกแบบมาเพื่อรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ต่างกัน

ก่อนวันแข่งควรนำรองเท้า ถุงเท้า เสื้อผ้า Running Vest และอุปกรณ์ที่จะใช้จริงไปทดลองระหว่างการซ้อม เพื่อเช็กว่ามีจุดเสียดสีหรือไม่ และใช้งานได้สะดวกแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเลือกรองเท้าวิ่งเทรล คู่แรกควรเลือกอย่างไร 

เตรียมน้ำ อาหาร และอุปกรณ์ให้ครบ

สำหรับเทรลระยะไกล อย่าคำนวณอาหารและน้ำจากระยะทางเพียงอย่างเดียว แต่ควรคิดจากเวลาที่คาดว่าจะอยู่บนเส้นทางด้วย เพราะ 20 กิโลเมตรบนภูเขาอาจใช้เวลานานกว่าการวิ่งบนถนนหลายชั่วโมง

ก่อนวันจริงควรตรวจตำแหน่งจุดบริการ วางแผนน้ำและอาหาร รวมถึงทดลองกินระหว่างการซ้อมมาก่อน อีกสิ่งสำคัญคือ Mandatory Gear หรืออุปกรณ์บังคับ ซึ่งแต่ละสนามกำหนดไม่เหมือนกัน เช่น ภาชนะบรรจุน้ำ โทรศัพท์ ไฟฉาย นกหวีด หรือเสื้อกันฝน จึงควรเช็กรายการล่าสุดจากผู้จัดทุกครั้ง

และถึงงานจะจัดในช่วงปลายปี ก็ไม่ควรคิดว่าอากาศจะเย็นและแห้งตลอดวัน พื้นที่ภูเขามีโอกาสเจอทั้งแดด ฝน ลม และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ควรตรวจพยากรณ์อากาศอีกครั้งใกล้วันแข่งขัน เตรียมพร้อมไม่ได้ทำให้ภูเขาง่ายลง แต่ช่วยให้เรามีพลังเหลือพอที่จะสนุกกับมันได้ตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงเส้นชัย


เลือกสนามที่ใช่ แล้วออกไปเจอธรรมชาติในอีกมุม

การ วิ่งเทรล ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วย 50 หรือ 100 กิโลเมตร บางคนอาจเริ่มจาก 5 กิโลเมตรที่นครสวรรค์ บางคนเลือก 9 กิโลเมตรที่น่าน หรือบางคนมีประสบการณ์มากพอที่จะตั้งเป้ากับสนามภูเขาของเชียงใหม่

หากยังไม่พร้อมลงแข่งขัน การเริ่มจาก เดินป่า หรือ เดินเทรล ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะช่วยให้ร่างกายคุ้นกับพื้นธรรมชาติ ก่อนค่อยเพิ่มระยะและความเร็วตามความพร้อม

ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สิ่งสำคัญคือฝึกซ้อมให้เหมาะกับตัวเอง เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และดูแลสุขภาพก่อนออกเดินทาง เพราะกิจกรรมกลางแจ้งย่อมมีทั้งความสนุกและเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง การวางแผนดูแลสุขภาพ รวมถึงเลือกความคุ้มครองด้านสุขภาพและอุบัติเหตุให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยให้เราออกไปทำสิ่งที่ชอบได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เพราะบางครั้งเป้าหมายของการวิ่ง อาจไม่ใช่การไปให้เร็วกว่าเดิม แต่อาจเป็นการได้ไปเห็น สถานที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยสองเท้าของเราเอง


ที่มาสืบค้นเมื่อวันที่ 2/10/69

A: ไม่มีระยะที่เหมาะกับทุกคน เพราะควรพิจารณาทั้งพื้นฐานร่างกาย ความชัน สภาพเส้นทาง และ Cut-off Time หากไม่เคยวิ่งเทรลมาก่อน อาจเริ่มจากระยะประมาณ 5–15 กิโลเมตร และลองเดินหรือวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติก่อนลงสนามจริง

บทความน่าสนใจ