วางแผนเกษียณอย่างไร ให้เงินพอใช้ในยุค Longevity
ทุกวันนี้หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งการเลือกกินอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะต่างก็อยากมีชีวิตที่ยืนยาว ได้ใช้เวลากับคนที่รัก และทำสิ่งที่ชอบให้นานที่สุด
แต่เคยคิดไหมว่า หากวันหนึ่งเราอายุยืนถึง 90 หรือ 100 ปี เงินที่เตรียมไว้จะเพียงพอสำหรับชีวิตที่ยาวนานขึ้นหรือไม่? เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาของชีวิตที่มากขึ้น แต่ยังรวมถึงค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเองที่อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แนวคิด Longevity จึงไม่ได้พูดถึงเพียงการมีอายุยืนยาว แต่ยังชวนให้เรามองถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านสุขภาพ ความสัมพันธ์ และความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะการ วางแผนเกษียณ ที่ต้องคิดให้ไกลกว่าวันสุดท้ายของการทำงาน
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด WEALTHSPAN ที่ให้ความสำคัญกับการมีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอสำหรับดูแลชีวิตได้ตลอดช่วงอายุ เพื่อให้ทุกปีที่เพิ่มขึ้นเป็นช่วงเวลาที่เราเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างอุ่นใจ
Key Takeaway
- Longevity คือแนวคิดการมีชีวิตยืนยาว ซึ่งทำให้การวางแผนการเงินต้องครอบคลุมระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น
- Longevity Risk คือความเสี่ยงที่เราอาจมีชีวิตยืนยาวกว่าเงินเกษียณที่เตรียมไว้ จนเกิดปัญหาเงินไม่เพียงพอในอนาคต
- WEALTHSPAN คือแนวคิดการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ครอบคลุมตลอดช่วงชีวิต ไม่ใช่เพียงมีเงินก้อนในวันเกษียณ
- การวางแผนเกษียณควรเริ่มตั้งแต่วัยทำงาน ทั้งการออม การลงทุน และการเตรียมรับมือค่ารักษาพยาบาลที่อาจกระทบเงินเก็บ
- ชีวิตหลังเกษียณมีความต้องการใช้เงินแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย จึงควรวางแผนให้มีทั้งเงินสำรอง เงินลงทุน และรายได้ที่เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายระยะยาว
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

Longevity เมื่อชีวิตยาวขึ้น เงินเกษียณก็ต้องอยู่ได้นานขึ้น
การมีอายุยืนยาวอาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายของใครหลายคน แต่เมื่อชีวิตมีแนวโน้มยาวนานขึ้น วิธีคิดเรื่องการวางแผนเกษียณแบบเดิมก็อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะเราไม่ได้กำลังเตรียมเงินไว้ใช้เพียงไม่กี่ปีหลังหยุดทำงาน แต่อาจต้องเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตอีกหลายสิบปี
Longevity Risk ความเสี่ยงที่เงินอาจหมดก่อนชีวิต
ลองจินตนาการว่าเราเริ่มทำงานตอนอายุ 25 ปี เกษียณตอนอายุ 60 ปี และวางแผนใช้เงินเก็บไปจนถึงอายุ 80 ปี เท่ากับว่าเรามีเวลาสะสมเงินประมาณ 35 ปี เพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณอีก 20 ปี
แต่ถ้าเราอายุยืนถึง 95 ปีขึ้นมาล่ะ?
นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินสำหรับดูแลตัวเองหลังเกษียณถึง 35 ปี ซึ่งยาวนานเกือบเท่ากับช่วงเวลาที่ทำงานสะสมเงินมาเลยทีเดียว
สถานการณ์นี้เรียกว่า Longevity Risk หรือความเสี่ยงจากการมีชีวิตยืนยาวกว่าเงินที่เตรียมไว้ โดยเฉพาะเมื่อเงินออมต้องรับภาระทั้งค่าใช้จ่ายประจำวัน เงินเฟ้อ และค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมด้านรายได้ โดยผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งยังต้องพึ่งพารายได้จากบุตรหลานเป็นหลัก ขณะที่รายได้จากบำเหน็จบำนาญและเงินออมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชากรเพียงบางส่วน
สิ่งเหล่านี้ทำให้คำถามสำคัญของการวางแผนเกษียณเปลี่ยนไป จากเดิมที่เราอาจถามว่า ต้องเก็บเงินเท่าไหร่ถึงจะเกษียณได้ กลายเป็นคำถามว่า เงินที่มีจะดูแลเราได้นานแค่ไหน
เพราะแม้เราจะมีเงินเก็บจำนวนมากในวันที่หยุดทำงาน แต่หากไม่ได้วางแผนการใช้เงินอย่างเหมาะสม เงินก้อนนั้นก็อาจลดลงเร็วกว่าที่คาด โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ประจำหยุดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังคงเกิดขึ้นทุกเดือน
อ่านบทความเพิ่มเติม LONGEVITY อยากมีชีวิตที่ดี ต้องเริ่มแบบไหน?
WEALTHSPAN คืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับชีวิตที่ยืนยาว?
WEALTHSPAN เป็นแนวคิดที่มองความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการมีเงินและทรัพยากรเพียงพอสำหรับดูแลค่าใช้จ่าย ความต้องการ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หาก Longevity คือการมองว่าเราจะมีชีวิตยืนยาวได้เพียงใด WEALTHSPAN ก็เป็นการตั้งคำถามต่อว่า เราจะมีความพร้อมทางการเงินรองรับชีวิตที่ยืนยาวนั้นได้อย่างไร
เพราะชีวิตหลังเกษียณไม่ได้มีเพียงค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าเดินทาง แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายด้านที่อาจเปลี่ยนไปตามอายุ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ ค่าปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับการใช้ชีวิต และค่าดูแลระยะยาวในวันที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้เต็มที่
WEALTHSPAN จึงไม่ใช่แค่การสะสมเงินให้ได้มากที่สุด แต่เป็นการออกแบบแผนการเงินให้ตอบโจทย์ชีวิตในแต่ละช่วง ทั้งการรักษาเงินต้น การบริหารความเสี่ยง การสร้างโอกาสให้เงินเติบโต และการเตรียมรายได้สำหรับอนาคต
ตัวอย่างเช่น คนที่มีเงินเกษียณ 5 ล้านบาท อาจรู้สึกว่าเป็นเงินจำนวนมาก แต่หากต้องใช้เงินเดือนละ 25,000 บาท เงินจำนวนนี้จะรองรับค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 16 ปี 8 เดือนเท่านั้น หากไม่มีรายได้หรือผลตอบแทนเพิ่มเติม และยังไม่รวมผลกระทบจากเงินเฟ้อหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ดังนั้น การวางแผนการเงินจึงต้องมองทั้งจำนวนเงินที่มี ระยะเวลาที่ต้องใช้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง เพื่อให้เงินเกษียณสามารถดูแลชีวิตได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เมื่อชีวิตมีโอกาสยืนยาวขึ้น การมี WEALTHSPAN ที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะความมั่นคงทางการเงินช่วยให้เรามีทางเลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาทำสิ่งที่รัก การดูแลสุขภาพ หรือการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระโดยไม่ต้องกังวลกับรายจ่ายทุกวัน

วางแผนการเงินตั้งแต่วัยทำงาน ปกป้องเงินเก็บในอนาคต
เมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณ หลายคนอาจเริ่มจากการคิดว่าจะต้องออมเงินเดือนละเท่าไหร่ หรือลงทุนอะไรเพื่อให้มีเงินก้อนเพียงพอในวันที่หยุดทำงาน แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้การสะสมเงิน คือการป้องกันไม่ให้เงินที่ตั้งใจเก็บไว้สำหรับอนาคตต้องถูกนำมาใช้ก่อนเวลา
ค่ารักษาพยาบาล ความเสี่ยงที่อาจกระทบเงินเกษียณโดยไม่รู้ตัว
แม้เราจะดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี แต่ความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุก็ยังเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ และบางครั้งค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลอาจสูงกว่าที่วางแผนไว้
คนวัยทำงานจำนวนมากมีสิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ หรือประกันสุขภาพกลุ่มที่นายจ้างจัดให้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อจำกัดแตกต่างกัน บางกรณีอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ต้องรับผิดชอบเอง เช่น ค่าห้องพักที่สูงกว่าสิทธิ ค่ายาบางประเภท ค่าใช้จ่ายที่เกินวงเงิน หรือการเข้ารับบริการนอกเครือข่ายที่กำหนด
นอกจากนี้ รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 4 ปี 2568 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก WTW ยังสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราแนวโน้มต้นทุนทางการแพทย์ของไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 10.8%
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาในการวางแผนการเงินระยะยาว แม้อัตราการเพิ่มขึ้นจริงของค่ารักษาจะแตกต่างกันไปตามโรค โรงพยาบาล และประเภทบริการ
ลองคิดดูว่า หากวันหนึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน และค่าใช้จ่ายเกินกว่าสวัสดิการที่มี เงินออมที่ตั้งใจเก็บไว้สำหรับเกษียณก็อาจต้องถูกนำออกมาใช้ก่อนเวลา
หากเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวอาจยังพอรับมือได้ แต่สำหรับโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องหรือมีค่าใช้จ่ายสูงเป็นระยะเวลานาน ผลกระทบต่อแผนการเงินก็อาจมากขึ้นตามไปด้วย
การเตรียมพร้อมเรื่องค่ารักษาพยาบาลจึงไม่ได้เป็นเพียงการดูแลสุขภาพในวันนี้ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
วางแผนเกษียณให้มั่นคง ต้องมีทั้งเงินออมและความคุ้มครอง
การสร้าง WEALTHSPAN ที่ดีควรเริ่มจากการจัดการความเสี่ยงควบคู่กับการสะสมความมั่งคั่ง เพราะต่อให้เรามีวินัยในการออมมากเพียงใด หากเกิดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่โดยไม่คาดคิด ก็อาจส่งผลต่อเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ได้ แนวทางสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
- เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน : ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างน้อยประมาณ 3–6 เดือน หรือมากกว่านั้นตามความมั่นคงของรายได้และภาระครอบครัว เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ทำให้รายได้หยุดชะงัก
- ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่ : ทำความเข้าใจว่าสิทธิประกันสังคม สวัสดิการบริษัท หรือประกันสุขภาพที่มีอยู่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใด และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
- พิจารณาประกันสุขภาพเพิ่มเติมตามความจำเป็น : เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้น โดยเลือกวงเงินและความคุ้มครองให้เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการ
- แยกเงินออมระยะสั้นและระยะยาว : เพื่อไม่ให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินกระทบเงินที่ตั้งใจเก็บไว้สำหรับเกษียณ
- ทบทวนแผนการเงินสม่ำเสมอ : โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนงาน รายได้เพิ่มขึ้น มีภาระครอบครัว หรือเริ่มมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น
สำหรับประกันสุขภาพ แม้จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาล แต่ก็ควรพิจารณาเงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย การต่ออายุ และความสามารถในการชำระเบี้ยระยะยาวประกอบกัน
เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่การมีประกันให้มากที่สุด แต่คือการมีความคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อให้เงินออมยังสามารถทำหน้าที่ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้
การวางแผนการเงินที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการทำให้เงินเพิ่มขึ้น แต่ต้องช่วยปกป้องเงินที่มีอยู่ด้วย เพื่อให้เราเดินไปถึงวันเกษียณโดยไม่ต้องเริ่มต้นสะสมเงินใหม่จากเหตุการณ์ที่ไม่ได้เตรียมรับมือ

วางแผนเกษียณแบบ WEALTHSPAN ให้เงินดูแลชีวิตได้ในทุกช่วงวัย
เมื่อเข้าสู่ชีวิตหลังเกษียณ รูปแบบการใช้ชีวิตและค่าใช้จ่ายของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน บางคนอยากเดินทางท่องเที่ยว บางคนอยากใช้เวลากับครอบครัว ขณะที่บางคนยังเลือกทำงานหรือสร้างรายได้จากสิ่งที่รักต่อไป
การวางแผนเกษียณจึงไม่ควรมองเพียงจำนวนเงินก้อนที่ต้องมีในวันหยุดทำงาน แต่ควรมองไปถึงความต้องการใช้เงินในแต่ละช่วงของชีวิตด้วย
3 ช่วงชีวิตหลังเกษียณ กับค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปตามอายุ
แนวคิดหนึ่งที่ใช้ในการวางแผนการเงินหลังเกษียณ คือการแบ่งช่วงชีวิตออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Go-Go, Slow-Go และ No-Go ซึ่งช่วยให้มองเห็นรูปแบบการใช้ชีวิตและค่าใช้จ่ายที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามวัย
1. Go-Go Years ช่วงอายุประมาณ 60–70 ปี: ช่วงเวลาของการใช้ชีวิต
เป็นช่วงที่หลายคนยังมีสุขภาพแข็งแรง สามารถเดินทาง ทำกิจกรรม และใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัว บางคนเลือกท่องเที่ยวต่างประเทศ เรียนรู้สิ่งใหม่ หรือทำกิจกรรมที่เคยไม่มีเวลาทำในช่วงวัยทำงาน
ค่าใช้จ่ายในช่วงนี้จึงอาจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว งานอดิเรก การเข้าสังคม และกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต
แม้รายจ่ายด้านสุขภาพอาจยังไม่สูงมากสำหรับบางคน แต่การใช้เงินกับกิจกรรมต่าง ๆ ก็อาจมากกว่าที่คาด จึงควรจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตในช่วงแรกของการเกษียณกระทบเงินที่ต้องใช้ในระยะยาว
2. Slow-Go Years ช่วงอายุประมาณ 70–80 ปี: ช่วงเวลาของการดูแลตัวเอง
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น บางคนอาจเริ่มลดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากหรือเดินทางไกลน้อยลง แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจสุขภาพ ค่ายาประจำ ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ หรือค่าปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต เช่น การติดราวจับในห้องน้ำ การปรับพื้นเพื่อลดความเสี่ยงในการหกล้ม หรือการจัดพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้สะดวก
ในช่วงนี้การมีรายได้ที่สม่ำเสมอและเงินสำรองสำหรับค่ารักษาพยาบาลจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายมากเกินไป
3. No-Go Years ช่วงอายุ 80 ปีขึ้นไป: ช่วงเวลาที่อาจต้องการการดูแลมากขึ้น
สำหรับบางคน เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายของชีวิต อาจเริ่มมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวหรือทำกิจวัตรประจำวัน และอาจต้องการความช่วยเหลือจากครอบครัว ผู้ดูแล หรือบุคลากรทางการแพทย์
ค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมพร้อมจึงอาจรวมถึงค่าผู้ดูแล ค่าบริการดูแลระยะยาว ค่าที่พักในสถานดูแลผู้สูงอายุ หรือค่ารักษาพยาบาลสำหรับโรคเรื้อรัง
นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ควรมีการพูดคุยกับครอบครัวเกี่ยวกับความต้องการด้านการดูแลสุขภาพ และอาจพิจารณาจัดทำหนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้าย หรือ Living Will ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ช่วงอายุทั้งสามเป็นเพียงกรอบแนวคิดสำหรับการวางแผน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีสุขภาพหรือความสามารถในการใช้ชีวิตเหมือนกัน เพราะบางคนอายุ 80 ปีก็ยังเดินทางและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่
สิ่งสำคัญคือการเตรียมแผนการเงินให้ยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับรูปแบบชีวิตที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
สร้างรายได้หลังเกษียณอย่างไร ให้เงินอยู่กับเราได้นานขึ้น?
เมื่อเงินเดือนประจำหยุดลง รายได้หลังเกษียณอาจมาจากหลายแหล่ง เช่น เงินบำเหน็จบำนาญ เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินออม ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือรายได้จากการทำงานบางส่วน แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ รายได้เหล่านี้จะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตหรือไม่
การวางแผน WEALTHSPAN จึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสเงินสดที่เหมาะสม และกระจายเงินไว้ในเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์เป้าหมายแตกต่างกัน เช่น
- เงินฝากและสินทรัพย์สภาพคล่องสูง: เหมาะสำหรับเงินสำรองและค่าใช้จ่ายระยะสั้น เพื่อให้สามารถนำเงินมาใช้ได้เมื่อจำเป็น
- พันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้: เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้จากดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของตราสาร โดยต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านเครดิต อัตราดอกเบี้ย และสภาพคล่อง
- กองทุนรวมและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว: ช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโต แต่ต้องยอมรับความผันผวนและความเสี่ยงจากการลงทุนได้
- ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์: ช่วยวางแผนสะสมเงินและรับเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ พร้อมความคุ้มครองชีวิต
- ประกันบำนาญ: เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนรับเงินเป็นงวดในช่วงเกษียณ ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด
- ประกันชีวิตควบการลงทุน: ผสานความคุ้มครองชีวิตกับโอกาสลงทุนในกองทุนที่เลือก โดยมูลค่าการลงทุนมีความผันผวนและไม่ได้รับประกันผลตอบแทน
การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ควรพิจารณาให้เหมาะกับเป้าหมาย ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ระยะเวลาการใช้เงิน และความสามารถในการออมของแต่ละคน
สำหรับคนที่ยังอยู่ในวัยทำงาน การเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ยังช่วยเพิ่มระยะเวลาในการสะสมเงินและเปิดโอกาสให้ผลตอบแทนจากการลงทุนทำงานได้ยาวนานขึ้น ขณะที่ผู้ที่ใกล้เกษียณอาจต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการเตรียมเงินสำหรับใช้จ่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ การมี WEALTHSPAN ที่เหมาะสมไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดทำงานเมื่อถึงอายุ 60 ปีเสมอไป เพราะบางคนอาจยังมีความสุขกับการทำงาน และเลือกสร้างรายได้จากความรู้หรือประสบการณ์ที่มีต่อไปได้
การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและพัฒนาทักษะที่ช่วยให้สามารถทำงานได้นานขึ้น จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินในยุค Longevity เช่นกัน เพราะเป้าหมายของการวางแผนเกษียณ ไม่ใช่แค่การมีเงินพอสำหรับวันที่หยุดทำงาน แต่คือการมีอิสระในการเลือกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่เราไม่จำเป็นต้องทำงานอีกต่อไป
ชีวิตที่ยืนยาวจะดีแค่ไหน ถ้ามีแผนการเงินที่พร้อมดูแลเรา
เราอาจไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะมีชีวิตยืนยาวถึงอายุเท่าไหร่ สุขภาพในอนาคตจะเป็นอย่างไร หรือจะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมากน้อยเพียงใด
แต่สิ่งหนึ่งที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ คือการวางแผนการเงินให้พร้อมสำหรับชีวิตที่อาจยาวนานกว่าที่เคยคิดไว้
แนวคิด Longevity ชวนให้เราดูแลสุขภาพเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาว ขณะที่ WEALTHSPAN ชวนให้เรามองต่อไปถึงความพร้อมทางการเงินที่จะช่วยรองรับทุกช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่วันที่ยังทำงาน ไปจนถึงวันที่ต้องการพักผ่อนและใช้เวลากับสิ่งที่รัก
การวางแผนเกษียณจึงควรมีทั้งการออม การลงทุน การเตรียมรายได้หลังเกษียณ และการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพควบคู่กัน เพราะเงินที่เตรียมไว้ไม่ควรมีหน้าที่เพียงพอจ่ายค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แต่ควรช่วยให้เรามีทางเลือกในการใช้ชีวิตด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความมั่นคงให้แผนการเงิน การเลือกประกันสุขภาพเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาล รวมถึงประกันสะสมทรัพย์หรือประกันบำนาญเพื่อเตรียมเงินและรายได้ในอนาคต ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถพิจารณาให้เหมาะสมกับความต้องการและกำลังทางการเงินของตัวเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพอาจช่วยให้เราอยู่ได้นานขึ้น แต่การมีแผนการเงินที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราใช้ชีวิตที่ยืนยาวนั้นได้อย่างอุ่นใจ
GO LONGEVITY WITH MTL ชีวิตดี...ในเวอร์ชันคุณ
ที่มา สืบค้นเมื่อวันที่ 11/10/69
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Investnow)
- Techsauce
- Muang Thai Life