วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568 สรุปแบบเข้าใจง่าย ก่อนยื่นภาษีช่วงต้นปี 2569
ดีเดย์กันมาตั้งแต่ปีใหม่ สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปี 2568 ที่เริ่มยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งการยื่นภาษีด้วยตัวเองแบบกระดาษ สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และสำหรับการยื่นภาษีออนไลน์จะเปิดให้ยื่นได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ซึ่งวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ 2568 นั้นเป็นวิธีที่รวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลาไปที่สรรพากรด้วยตัวเอง ใครที่กำลังเตรียมตัวยื่นเสียภาษีหรือเพิ่งยื่นเป็นครั้งแรก ลองไปดูกันว่าเอกสารที่ต้องเตรียมยื่นภาษีออนไลน์ มีอะไรบ้าง รวมถึงวิธียื่นภาษีออนไลน์ มีขั้นตอนเป็นยังไงไปดูกัน!
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?
- ใครต้องยื่นภาษีบ้าง?
- เอกสารที่ต้องเตรียมลดหย่อนภาษีออนไลน์ 2568 มีอะไรบ้าง?
- วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568 ทำอย่างไร?
- ได้รับผลการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วต้องทำอย่างไร?
- ผ่อนชำระภาษีได้ไหม?
- ใครไม่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาบ้าง?
- ยื่นภาษีออนไลน์ได้ถึงวันไหน?
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หมายถึง ภาษีที่รัฐจัดเก็บจากรายได้ของบุคคลธรรมดาทั่วไป หรือหน่วยภาษีที่มีกฎหมายกำหนดขึ้นเป็นพิเศษ หากบุคคลนั้นมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะต้องนำรายได้ดังกล่าวมาคำนวณภาษีและยื่นแบบแสดงรายการให้กับกรมสรรพากร
โดยปกติการจัดเก็บจะเป็นแบบรายปี กล่าวคือ รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่ง จะต้องนำมายื่นแสดงรายการภาษีในช่วงต้นปีถัดไป ซึ่งกำหนดระยะเวลาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลที่มีรายได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเพื่อเป็นรายได้เข้าสู่รัฐในการพัฒนาประเทศ
ใครต้องยื่นภาษีบ้าง?
การยื่นภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาตาม สถานะโสดหรือสมรส ดังนี้
- ผู้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 (รายได้จากเงินเดือน) [H3]
- โสด : รายได้ตั้งแต่ 10,000 บาท/เดือน หรือ 120,000 บาท/ปี
- สมรส : รายได้ตั้งแต่ 18,333 บาท/เดือน หรือ 220,000 บาท/ปี
- ผู้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 (รายได้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน) [H3]
- โสด : รายได้ตั้งแต่ 5,000 บาท/เดือน หรือ 60,000 บาท/ปี
- สมรส : รายได้ตั้งแต่ 10,000 บาท/เดือน หรือ 120,000 บาท/ปี

เอกสารที่ต้องเตรียมลดหย่อนภาษีออนไลน์ 2568 มีอะไรบ้าง?
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ภ.ง.ด. 91 สำหรับผู้ที่มีเงินได้จากการจ้างงานเพียงอย่างเดียว เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส และ ภ.ง.ด. 90 สำหรับผู้ที่มีเงินได้จากการจ้างงานเพียงอย่างเดียว หรือมีเงินได้ประเภทอื่นด้วย โดยสามารถยื่นภาษีออนไลน์ได้ที่ efiling.rd.go.th กดเลือก “ยื่นแบบออนไลน์” ซึ่งสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 และก่อนยื่นภาษีทุกครั้งควรเตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อม ได้แก่ เอกสารการขอหักลดหย่อนภาษีดังนี้
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) โดยเป็นเอกสารที่แสดงถึงรายได้รวมทั้งปี หลังจากหักชำระกองทุน หรือเงินทุนสำรองต่าง ๆ
- ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากการซื้อขายสินค้า
- รายการลดหย่อนภาษีที่รวบรวมไว้ทั้งปี เช่น ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา ค่าเลี้ยงดูบุตร เป็นต้น
- เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษีเพื่อประกอบการกรอกแบบฟอร์มยื่นภาษี เช่น จำนวนเงินที่ซื้อกองทุน เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าหรือบริการ เป็นต้น
สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หัดยื่นภาษีและยังไม่แน่ใจว่า เอกสารแต่ละอย่างต้องไปเอามาจากตรงไหน แนะนำให้อ่านบทความนี้เพิ่มเติม ยื่นภาษี ขอเอกสารลดหย่อนภาษีได้จากไหน?

วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568 ทำอย่างไร?
- ขั้นตอนที่ 1: เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากรและเลือกยื่นแบบออนไลน์ มือใหม่ที่ยังไม่มีบัญชีให้กดสมัครสมาชิกก่อน จากนั้นระบบจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) วันเดือนปีเกิด เลขหลังบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ อีเมล พร้อมสร้างรหัสผ่านเพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบ E-filing สำหรับยื่นภาษีออนไลน์
- ขั้นตอนที่ 2: เข้าสู่ระบบ E-filing ของกรมสรรพากร
เข้าสู่ระบบ E-filing โดยการกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนในช่องชื่อผู้ใช้งาน พร้อมกรอกรหัสผ่าน และกด “ตกลง” จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ ระบบจะส่งรหัส OTP มายังเบอร์ที่ใช้ในปัจจุบัน หากมีการเปลี่ยนเบอร์ให้ระบุเบอร์โทรศัพท์ใหม่ จากนั้นกดขอรหัส OTP
- ขั้นตอนที่ 3: เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91
อ่านและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร จากนั้นกด “เข้าสู่ระบบ” และเลือก “ยื่นแบบ” ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91
- ขั้นตอนที่ 4: กรอกข้อมูลผู้เสียภาษี
ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสถานที่ติดต่อ จากนั้นเลือกสถานะ จากนั้นกด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 5: กรอกเงินได้
กรอกข้อมูลรายได้โดยนำข้อมูลมาจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) พร้อมกรอกเลขผู้จ่ายเงินได้ (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทที่เราทำงานอยู่)
สำหรับคนที่เปลี่ยนที่ทำงานระหว่างปีให้ขอหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) กับที่ทำงานเก่าเพื่อนำมากรอกข้อมูลยื่นภาษีเงินได้ หากใครมีรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเงินได้จากการจ้างานเช่น รายได้จากฟรีแลนซ์ รับจ้างทั่วไป และวิชาชีพอิสระ, รายได้จากทรัพย์สิน และการทำธุรกิจ, รายได้จากการลงทุน และรายได้จากมรดกหรือได้รับมา ให้กรอกข้อมูลลงไปด้วย หลังจากกรอกข้อมูลเงินได้เรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”
ขั้นตอนที่ 6: กรอกค่าลดหย่อน
กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่มี เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา ค่าลดหย่อนบุตร เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ จำนวนเงินที่ซื้อกองทุน SSF RMF กองทุน Thai ESG และเงินบริจาค เป็นต้น หลังจากกรอกข้อมูลค่าลดหย่อนเรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”
ขั้นตอนที่ 7: ตรวจสอบข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อนทั้งหมดที่ได้กรอกไป โดยระบบจะทำการคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้อัตโนมัติ ซึ่งหากมีการชำระภาษีไปแล้วระบบจะแจ้งยอดที่ชำระเกิน โดยสามารถขอคืนภาษีที่ชำระเกินได้ รวมถึงนำเงินภาษีที่ชำระเกินไปอุดหนุนพรรคการเมืองได้หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”
ขั้นตอนที่ 8: ยืนยันการยื่นแบบ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว กด “ยืนยันการยื่นแบบ” เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นอันจบครบถ้วน
ได้รับผลการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วต้องทำอย่างไร?
กรณีไม่มีภาษีต้องชำระ
- ระบบจะแสดงผลการยื่นแบบพร้อม หมายเลขอ้างอิง
- ออกเอกสาร แบบแสดงรายการ และ ใบเสร็จรับเงิน ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
กรณีชำระภาษีไว้เกิน (ขอคืนภาษี)
- กรมสรรพากรจะดำเนินการ อนุมัติคืนภาษี เมื่อยื่นเสร็จ
- วิธีรับเงินคืน: พร้อมเพย์ หรือ บัญชีธนาคารกรุงไทย
- สามารถติดตามสถานะการคืนเงินได้ทางเว็บไซต์กรมสรรพากร
กรณี มีภาษีต้องชำระเพิ่ม
- ช่องทางชำระเงิน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
- QR Code / E-Payment / Internet Credit Card / ATM on Internet / บัตรภาษี
- ช่องทางอื่น ๆ เช่น Pay-In Slip (เคาน์เตอร์เซอร์วิส), โทรแบงก์กิ้ง ฯลฯ
ผ่อนชำระภาษีได้ไหม?
- ถ้ายอดภาษี ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผ่อนชำระได้ สูงสุด 3 งวดเท่า ๆ กัน
- ไม่มีดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม หากชำระ ตรงเวลา ตามกำหนดที่ระบบแจ้ง
- ชำระล่าช้า คิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของยอดภาษี งวดที่เหลือ
- ระบบจะแสดง ยอดและกำหนดชำระทั้ง 3 งวด และมี SMS แจ้งเตือน เมื่อครบกำหนด

ใครไม่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาบ้าง?
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขึ้นอยู่กับรายได้สุทธิ และประเภทของรายได้ โดยสามารถแบ่งกลุ่มคนที่ ไม่ต้องเสียภาษี และ ต้องเสียภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามนี้
บุคคลที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- เป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในการเสียภาษี: สำหรับพนักงานเงินเดือนทั่วไปในปีภาษี 2568 หากรายได้สุทธิทั้งปี (หลังหักค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษีต่าง ๆ) ต่ำกว่า 150,000 บาท จะไม่ต้องเสียภาษี
บุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- บุคคลที่มีรายได้เกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด : ผู้ที่มีรายได้รวมทั้งปีเกิน 150,000 บาท หรือมีฐานเงินเดือนประมาณ 26,583.33 บาทต่อเดือนขึ้นไป จะต้องยื่นแบบและเสียภาษี (ขึ้นอยู่กับค่าลดหย่อนที่นำไปใช้ด้วย)
- บุคคลที่มีรายได้จากหลายแหล่ง : เช่น รายได้จากการทำงานและรายได้พิเศษจากธุรกิจส่วนตัว หรือการขายของออนไลน์ โดยรายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์หรือธุรกิจส่วนตัวที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีจะต้องนำมาคำนวณรวมกับรายได้หลัก
-
ผู้มีรายได้พิเศษที่ไม่เข้าข่ายยกเว้นภาษี : เช่น รายได้จากการเช่าทรัพย์สิน ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย และรายได้จากการลงทุนต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการยกเว้น
ในกรณีที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดหรือมีรายได้หลายประเภท ควรยื่นภาษีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการค้างภาษีและเสียดอกเบี้ยในการชำระภาษีย้อนหลัง

ยื่นภาษีออนไลน์ได้ถึงวันไหน?
-
โดยทั่วไป การยื่นภาษีทำได้ปีละ 1 ครั้ง ครอบคลุมรายได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษีที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้
- การยื่นภาษีออนไลน์ (ภ.ง.ด. 91) : สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 256 9 - 8 เมษายน 256 9 โดยสามารถยื่นแบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- การยื่นภาษีด้วยตัวเองแบบกระดาษ (ภ.ง.ด. 91) : สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 256 9 - 31 มีนาคม 256 9
-
สำหรับผู้ที่มีรายได้จาก ธุรกิจ การพาณิชย์ การให้เช่า วิชาชีพอิสระ หรือการรับเหมา (ภ.ง.ด. 94) ต้องยื่นภายใน เดือนกันยายน ของทุกปี
ถ้าไม่ยื่นภาษีจะเกิดอะไรขึ้น
สำหรับใครที่ยื่นภาษีไม่ทันตามกำหนดยื่นของทุกปี ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร แต่สามารถขอลดค่าปรับได้ ในกรณีมีเงินภาษีต้องชำระ ต้องไปยื่นแบบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ และค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35
ก่อนสิ้นปี 2568 ตั้ง Noti เตือนไว้เลยว่า อย่าลืมเตรียมตัว เตรียมเอกสาร และสิทธิลดหย่อนภาษี ต่าง ๆ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับได้วางแผนทางด้านการเงินของเราด้วย ซึ่งสิทธิในรายการลดหย่อนปีภาษี 2568 นี้ ประกันลดหย่อนภาษี ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่เพียงแค่ช่วยจัดการเรื่องภาษีให้มีประสิทธิภาพ แต่ยังมอบความอุ่นใจในเรื่องของความคุ้มครอง สุขภาพ ชีวิต และการเงิน ผ่านประกันที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของแต่ละไลฟ์สไตล์
-
ประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี อายุ 20–55 ปี ที่ต้องการลดความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลใช้ได้ทั้ง เพศชาย – เพศหญิงเหมาะกับ: คนวัยทำงาน, ฟรีแลนซ์, ผู้มีรายได้สม่ำเสมอที่ต้องยื่นภาษีทุกปี
- ประกันชีวิต และ ประกันออมทรัพย์ ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปีอายุ 25–60 ปี ที่ต้องการลดหย่อนพร้อมวางแผนการเงินใช้ได้ทั้ง เพศชาย – เพศหญิง (ค่าเบี้ยขึ้นกับอายุเป็นหลัก) เหมาะกับ: ผู้เริ่มวางแผนการเงิน, คนมีครอบครัว, ผู้ต้องการผลตอบแทนระยะยาว
- ประกันบำนาญ มอบสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาทต่อปี อายุที่แนะนำ 30–55 ปี (ยิ่งเริ่มเร็ว เบี้ยยิ่งถูก และผลตอบแทนช่วงเกษียณยิ่งสูง) ใช้ได้ทั้ง เพศชาย – เพศหญิง เหมาะกับ: ผู้วางแผนเกษียณ, มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สูงและต้องการลดหย่อนจำนวนมาก
เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย ของเมืองไทยประกันชีวิต
ได้ทั้งความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และลดหย่อนภาษี
✅ แอดมิตเหมาจ่าย วงเงินเลือกได้ 2 แสน - 100 ล้านบาท
✅ คุ้มครองโรคร้ายแรง โรคทั่วไป
🔥ซื้อวันนี้! ผ่อนเบี้ย 0% สบาย ๆ สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ใหม่แบบรายปีเท่านั้น
เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
☑️ โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ สนใจติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต หรือ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทุกสาขา
- เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
- ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
- เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
- เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด
- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 25/09/68
🔖 finnomena (ข้อมูล ณ วันที่ 30/11/66)
🔖 efiling
🔖 ฐานเศรษฐกิจ (ข้อมูล ณ วันที่ 16/01/67)