Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

เช็กให้ชัวร์! อาการโควิด vs อาการไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

เช็กให้ชัวร์! อาการโควิด vs อาการไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

ตื่นมาแล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ มีน้ำมูก ไอ หรือเริ่มมีไข้ หลายคนอาจคิดว่า นี่เราเป็นโควิดหรือเปล่า แต่พอลองเช็กอาการ ก็พบว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับโควิด เพราะ อาการไข้หวัดใหญ่ ก็มีหลายอย่างที่คล้ายกันจนบางครั้งแทบแยกไม่ออก

แล้วเราจะสังเกตอย่างไรว่า อาการโควิด กับ อาการไข้หวัดใหญ่ มีอะไรเหมือนหรือต่างกัน ถ้าเริ่มรู้สึกไม่สบายควรตรวจโควิดก่อนหรือไม่ ดูแลตัวเองอย่างไร และมีอาการแบบไหนที่ไม่ควรรอดูอาการอยู่ที่บ้าน มาลองแยกอาการของทั้งสองโรคให้ชัดขึ้น เพื่อให้รับมือได้อย่างเหมาะสมเมื่อเริ่มรู้สึกว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง


Key Takeaway

  • อาการโควิดและอาการไข้หวัดใหญ่มีความคล้ายกันหลายอย่าง เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย จึงอาจแยกโรคจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก
  • อาการของโควิดที่พบในปัจจุบันส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย
  • ไข้หวัดใหญ่มักทำให้มีอาการป่วยค่อนข้างชัด เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ แต่ความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคน
  • หากเริ่มมีอาการป่วย ควรพักผ่อน ลดการใกล้ชิดผู้อื่น สวมหน้ากากเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น และพิจารณาตรวจหรือพบแพทย์ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
  • หากมีอาการหายใจลำบาก เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก ซึมลง หรืออาการทรุดลง ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการด้วยตัวเอง


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


อาการโควิด มีอาการอย่างไร? ทำไมบางครั้งเหมือนไข้หวัดทั่วไป

อาการโควิด มีอาการอย่างไร? ทำไมบางครั้งเหมือนไข้หวัดทั่วไป

แม้เราจะคุ้นเคยกับโควิด 19 มาหลายปี แต่คำถามว่า “อาการโควิดเป็นอย่างไร?” ยังคงเกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกไม่สบาย เพราะอาการของผู้ป่วยแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน และหลายอาการก็ทับซ้อนกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดอื่น ดังนั้น การรู้จักอาการที่พบได้ รวมถึงสังเกตอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน จึงมีประโยชน์มากกว่าการพยายามสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว

อาการของโควิดที่พบได้ มีอะไรบ้าง?

โควิด 19 เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ โดย อาการของโควิด ที่พบได้ในปัจจุบันส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายโรคติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • มีไข้
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • มีน้ำมูกหรือคัดจมูก
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยง่าย
  • หายใจลำบากในบางราย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ ถ่ายเหลว หรือความผิดปกติของการรับกลิ่นและรส แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องมีอาการเหล่านี้

อาการโควิดไม่ได้มีอาการใดอาการหนึ่งที่สามารถใช้ระบุชี้ชัดได้ทันที เช่น หากตื่นมาแล้วเจ็บคอ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโควิด หรือหากไม่มีไข้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตัดความเป็นไปได้ของโรคออกไปได้ทั้งหมด

จึงควรมองอาการโดยรวม เช่น เจ็บคอพร้อมมีน้ำมูกและไอ หรือมีไข้ร่วมกับปวดเมื่อย อ่อนเพลีย และมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย มากกว่าการดูอาการเพียงข้อเดียว

เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก แบบนี้เป็นโควิดไหม?

ทั้งสามอาการสามารถพบได้ในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโควิด 19 ไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดทั่วไป หากเริ่มจากเจ็บคอเล็กน้อยแล้วตามมาด้วยน้ำมูก ไอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย หรืออ่อนเพลีย จึงยังไม่ควรสรุปว่าเป็นโรคใดจากลำดับอาการเพียงอย่างเดียว

ควรสังเกตอาการโดยรวม และเพิ่มความระมัดระวังเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังคนรอบตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การระมัดระวังตั้งแต่เริ่มมีอาการย่อมดีกว่ารอจนทราบแน่ชัดว่าเป็นโรคอะไรแล้วจึงเริ่มป้องกัน

ดังนั้น เมื่อเริ่มมีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นโควิด สิ่งที่ควรทำคือ สังเกตความรุนแรงของอาการ ดูแลตัวเอง และลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น


อาการไข้หวัดใหญ่ เป็นอย่างไร ต่างจากไข้หวัดธรรมดาหรือไม่?

อาการไข้หวัดใหญ่ เป็นอย่างไร ต่างจากไข้หวัดธรรมดาหรือไม่?

อีกโรคที่มักทำให้เกิดความสับสนเมื่อมีอาการคล้ายโควิดก็คือ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และสามารถพบได้ในคนทุกวัย

แม้ชื่อจะมีคำว่าไข้หวัดเหมือนกัน แต่ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่เพียงไข้หวัดธรรมดาที่มีอาการมากขึ้นเล็กน้อย เพราะผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการค่อนข้างมากและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง

อาการไข้หวัดใหญ่ มีอะไรบ้าง?

อาการไข้หวัดใหญ่ มีอาการบางส่วนที่คล้ายกับโควิดอย่างมาก โดยอาการที่พบได้ เช่น

  • มีไข้ หรือไข้สูง
  • หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและร่างกาย
  • อ่อนเพลีย
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • คัดจมูกหรือมีน้ำมูก
  • เบื่ออาหาร
  • รู้สึกเหนื่อยหรือไม่มีแรง

ในบางคนอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็ก แต่อาการและความรุนแรงสามารถแตกต่างกันไปตามอายุ สุขภาพ และภูมิคุ้มกันของแต่ละคน

ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้รู้สึก “ป่วยขึ้นมาอย่างชัดเจน” เช่น มีไข้ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียจนอยากนอนพัก แต่ลักษณะดังกล่าวไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้แยกจากโควิดได้อย่างเด็ดขาด

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B อาการต่างกันไหม?

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในคนมีหลายชนิด โดยสายพันธุ์ A และ B เป็นกลุ่มสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดตามฤดูกาล หลายคนจึงอาจเคยได้ยินคำว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A” หรือ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B” หลังจากเข้ารับการตรวจ

อาการของทั้งสองสายพันธุ์สามารถมีความคล้ายกัน เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย จึงไม่ควรพยายามแยกสายพันธุ์ด้วยตัวเองจากอาการเพียงอย่างเดียว

หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น อาจพิจารณาการตรวจเพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยและเลือกแนวทางดูแลรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการมากหรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา

อีกเรื่องที่ควรทำความเข้าใจคือ “ไข้หวัด” และ “ไข้หวัดใหญ่” ไม่ใช่โรคเดียวกัน แม้อาการบางอย่างจะคล้ายกัน ไข้หวัดธรรมดามักมีอาการเด่นบริเวณระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จาม น้ำมูก คัดจมูก เจ็บคอ หรือไอ และอาการโดยรวมมักไม่รุนแรงมาก ขณะที่ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้มีไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย และรู้สึกไม่สบายทั่วร่างกายได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรงหรือผิดปกติ ไม่ควรใช้ความรู้สึกว่า “น่าจะเป็นแค่หวัด” เป็นเหตุผลในการชะลอการพบแพทย์ เพราะโรคทางเดินหายใจหลายชนิดสามารถเริ่มต้นด้วยอาการที่ดูไม่รุนแรงได้

และอย่าชะล่าใจ เพราะหากใครเคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาก่อนแล้ว ไข้หวัดใหญ่ มีโอกาสเป็นซ้ำได้ พร้อมวิธีป้องกัน


อาการโควิด vs อาการไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร? เช็กก่อนสับสน


อาการโควิด vs อาการไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร? เช็กก่อนสับสน

เมื่อดูแยกกันอาจรู้สึกว่าอาการของทั้งสองโรคค่อนข้างชัด แต่พอนำมาเปรียบเทียบกันจริง ๆ จะพบว่า อาการโควิดและอาการไข้หวัดใหญ่มีส่วนที่ทับซ้อนกันมาก จนไม่สามารถใช้เพียง “มีไข้หรือไม่” หรือ “เจ็บคอหรือเปล่า” เพื่อแยกโรคได้อย่างแม่นยำ

ตารางเปรียบเทียบอาการโควิด vs อาการไข้หวัดใหญ่

อาการ โควิด 19 ไข้หวัดใหญ่
ไข้ พบได้ พบได้ และอาจมีไข้สูง
ไอ พบได้ พบได้
เจ็บคอ พบได้ พบได้
น้ำมูก/คัดจมูก พบได้ พบได้
ปวดศีรษะ พบได้ พบได้
ปวดเมื่อยตามร่างกาย พบได้ พบได้ และอาจค่อนข้างชัด
อ่อนเพลีย พบได้ พบได้
หนาวสั่น อาจพบได้ พบได้
หายใจลำบาก อาจพบได้ โดยเฉพาะเมื่ออาการรุนแรง อาจพบได้ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน
สูญเสียการรับกลิ่นหรือรส อาจพบได้ในบางราย ไม่ใช่อาการเด่นโดยทั่วไป

จากตารางจะเห็นว่าแทบทุกอาการสำคัญสามารถพบได้ทั้งในโควิดและไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น การไม่มีอาการบางอย่างก็ไม่ได้หมายความว่าจะตัดโรคใดโรคหนึ่งออกได้ทันที เช่น ไม่มีอาการสูญเสียการรับกลิ่นก็ยังสามารถเป็นโควิดได้ ในทางกลับกัน การมีไข้สูงและปวดเมื่อยมาก แม้อาจทำให้นึกถึงไข้หวัดใหญ่ ก็ไม่ควรใช้เป็นข้อสรุปโดยไม่พิจารณาอาการและปัจจัยอื่นร่วมด้วย

ทำไมดูจากอาการอย่างเดียวถึงแยกยาก?

เหตุผลสำคัญคือทั้งโควิด 19 และไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ร่างกายจึงสามารถตอบสนองต่อการติดเชื้อด้วยอาการคล้ายกัน เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อย หรืออ่อนเพลีย

นอกจากนี้ ความรุนแรงของอาการยังขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล คนหนึ่งอาจติดโควิดแล้วมีเพียงเจ็บคอและน้ำมูกเล็กน้อย ขณะที่อีกคนอาจมีไข้และอ่อนเพลียมาก ส่วนไข้หวัดใหญ่ก็เช่นเดียวกัน บางคนอาจมีอาการไม่มาก ขณะที่บางคนมีไข้สูงและปวดเมื่อยจนทำกิจวัตรประจำวันได้ยาก

โควิดกับไข้หวัดใหญ่ ดูจากอาการแล้วแยกได้ไหม?
เราสามารถใช้ลักษณะอาการเพื่อประกอบการสังเกตเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจหรือการวินิจฉัย

ถ้ามีไข้ ไอ เจ็บคอ ควรตรวจโควิดก่อนไหม?

หากมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรือปวดเมื่อย และสงสัยว่าอาจเป็นโควิด การตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจที่เหมาะสมสามารถช่วยประกอบการประเมินเบื้องต้นได้ โดยควรใช้และอ่านผลตามคำแนะนำของชุดตรวจอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่สามารถยืนยันได้ ควรพิจารณาร่วมกับระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ และอาการของผู้ป่วย หากผลตรวจไม่พบเชื้อแต่อาการยังคงอยู่หรือแย่ลง ไม่ควรสรุปทันทีว่า “ไม่เป็นอะไร” เพราะยังมีโรคทางเดินหายใจชนิดอื่น รวมถึงไข้หวัดใหญ่ที่สามารถทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้

หากเป็นกลุ่มเสี่ยง มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ สูงอายุ มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีอาการมาก การปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการประเมินและพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมมากกว่าเฝ้าดูอาการด้วยตัวเองเป็นเวลานาน

เริ่มไม่สบาย ควรทำอย่างไรก่อน?

ไม่ว่าจะสงสัยว่าเป็นโควิด ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น หากเริ่มมีอาการป่วย สิ่งแรกที่ควรทำคือ พักและลดการใกล้ชิดกับผู้อื่น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้หรือรับประทานอาหารได้น้อย
  • สังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง เช่น ไข้สูงขึ้นหรือไม่ หายใจเหนื่อยขึ้นหรือไม่ รับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติหรือไม่
  • สวมหน้ากากเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อต้องใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง
  • ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือพื้นที่อากาศถ่ายเทไม่ดีในช่วงที่ยังมีอาการ
  • พิจารณาตรวจหรือพบแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้น มีความเสี่ยง หรือไม่แน่ใจว่าอาการเกิดจากอะไร

อาการแบบไหนไม่ควรรอดูอาการอยู่ที่บ้าน?

ควรรีบไปพบแพทย์หากมีอาการ เช่น

  • หายใจลำบาก
  • เหนื่อยหอบผิดปกติ
  • แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก
  • ซึมลง สับสน หรือรู้สึกตัวผิดปกติ
  • อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • ไข้สูงต่อเนื่องหรืออาการไม่ดีขึ้น
  • รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อยมาก
  • มีอาการผิดปกติอื่นที่สร้างความกังวล

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และเด็กเล็ก ควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนทั่วไป

สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ช่วงแรกของการเจ็บป่วยยังมีความสำคัญ เพราะโรคติดเชื้อบางชนิดมีแนวทางการรักษาที่แพทย์อาจพิจารณาตามระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ อายุ โรคประจำตัว และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

ถ้าสงสัยว่าเป็น อาการโควิดหรืออาการไข้หวัดใหญ่ อย่าเพิ่งกังวลกับการแยกโรคด้วยตัวเองจนเกินไป สิ่งที่ควรทำมากกว่าคือพัก สังเกตอาการ ลดการแพร่เชื้อ และเข้ารับการตรวจหรือพบแพทย์เมื่อมีข้อบ่งชี้


ป่วยโควิดหรือไข้หวัดใหญ่ ประกันสุขภาพคุ้มครองไหม?

เมื่อป่วยเป็นโควิดหรือไข้หวัดใหญ่ หลายคนอาจสงสัยว่า หากต้องไปพบแพทย์หรือนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ประกันสุขภาพจะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายหรือไม่? คำตอบขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแบบประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองที่แต่ละคนมีอยู่

โดยทั่วไป ประกันสุขภาพ อาจให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ค่ารักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) หรือผู้ป่วยนอก (OPD) หากมีความคุ้มครองส่วนดังกล่าว รวมถึงต้องเป็นไปตามความจำเป็นทางการแพทย์ วงเงินความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเงื่อนไขอื่น ๆ ของแต่ละแบบประกัน


หากมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ก่อนเข้ารับการรักษา หรือสอบถามบริษัทประกันเพื่อเช็กสิทธิและเงื่อนไขความคุ้มครองให้ชัดเจน ส่วนผู้ที่กำลังวางแผนทำประกันสุขภาพ การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่สุขภาพยังแข็งแรง ก็เป็นอีกทางเลือกในการวางแผนรับมือค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต วางแผนเรื่องค่ารักษาพยาบาลไว้ล่วงหน้าด้วย ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*


*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด

**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล

  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 2/09/69

🔖 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
🔖 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
🔖 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก
🔖 โรงพยาบาลเพชรเวช
🔖 โรงพยาบาลศิครินทร์
🔖 โรงพยาบาลกรุงเทพ
🔖 Kapook Health

A: อาการของทั้งสองโรคมีความคล้ายกันมาก เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย จึงไม่สามารถใช้เพียงอาการใดอาการหนึ่งเพื่อแยกโรคได้อย่างแน่นอน ผู้ป่วยโควิดบางรายอาจมีความผิดปกติของการรับกลิ่นหรือรสร่วมด้วย แต่ไม่ได้พบในผู้ป่วยทุกคน หากสงสัยควรพิจารณาการตรวจและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ตามความเหมาะสม

บทความน่าสนใจ