ประกันไข้หวัดใหญ่คุ้มครองแค่ไหน พร้อมเงื่อนไขและค่ารักษาที่ต้องรู้
ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินข่าวไข้หวัดใหญ่ระบาดหนักและอาจกำลังสงสัยว่าประกันไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่คุ้มครองหรือเปล่า? หากต้องเข้าโรงพยาบาลจะเคลมได้ไหม? และค่ารักษาไข้หวัดใหญ่จริง ๆ แล้วแพงแค่ไหน?
บทความนี้ เมืองไทยประกันชีวิตจะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับความคุ้มครองประกันสุขภาพกรณีไข้หวัดใหญ่ พร้อมแนะนำประกันที่เหมาะสมเพื่อให้คุณอุ่นใจในช่วงที่โรคระบาด
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ระบาดในปัจจุบัน
- ไข้หวัดใหญ่คืออะไร? ทำไมช่วงนี้ระบาดหนัก
- อาการของไข้หวัดใหญ่ที่ควรระวัง
- ค่ารักษาไข้หวัดใหญ่แพงแค่ไหน?
- ประกันสุขภาพคุ้มครองไข้หวัดใหญ่ไหม?
- กรณีไหนที่ประกันอาจไม่คุ้มครอง
- ถ้าไม่มีประกัน ควรเตรียมตัวอย่างไร
- ประกันสุขภาพแบบไหนเหมาะกับการคุ้มครองไข้หวัดใหญ่?
- ทำไมกลุ่มเสี่ยงควรมีประกันสุขภาพ?
- วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ช่วงระบาด
- เตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่กับเมืองไทยประกันชีวิต
→ สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ระบาดในปัจจุบัน
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ระบาดเป็นประจำทุกปีในประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว จากข้อมูลกรมควบคุมโรคพบว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หลายแสนรายต่อปี และบางรายมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
สิ่งที่หลายคนกังวลคือค่ารักษาไข้หวัดใหญ่ที่อาจสูงกว่าที่คิด โดยเฉพาะหากต้องนอนโรงพยาบาลหรือมีภาวะแทรกซ้อน การมีประกันไข้หวัดใหญ่หรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
→ ไข้หวัดใหญ่คืออะไร? ทำไมช่วงนี้ระบาดหนัก
ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่ vs ไข้หวัดธรรมดา
หลายคนอาจสับสนระหว่างไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดา แต่ทั้งสองโรคนี้แตกต่างกันอย่างมาก ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส Influenza มีอาการรุนแรงกว่า ไข้สูง 38-40 องศา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก อ่อนเพลียหลายวัน และอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ส่วนไข้หวัดธรรมดาเกิดจากไวรัสหลายชนิด มีอาการเบากว่า เช่น น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ และหายได้เองภายใน 7-10 วัน
สายพันธุ์ที่พบบ่อย
ไข้หวัดใหญ่ที่พบในประเทศไทยมี 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ Influenza A ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ย่อย เช่น H1N1 และ H3N2 เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ได้ และ Influenza B ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าแต่ยังคงทำให้ป่วยหนักได้
สาเหตุการระบาด
การระบาดของไข้หวัดใหญ่มักเกิดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวที่อากาศเย็นและชื้น การรวมตัวของคนจำนวนมากในที่แออัด การเดินทางระหว่างประเทศที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย และภูมิคุ้มกันหมู่ที่ลดลงเมื่อคนไม่ได้ฉีดวัคซีน
→ อาการของไข้หวัดใหญ่ที่ควรระวัง

อาการทั่วไป
อาการของไข้หวัดใหญ่มักเริ่มอย่างรวดเร็วและรุนแรง ได้แก่ ไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย อ่อนเพลียมาก ไอแห้ง เจ็บคอ และน้ำมูกไหล
อาการรุนแรงที่ควรพบแพทย์ทันที
หากมีอาการต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่ หายใจลำบากหรือหายใจเร็ว เจ็บหน้าอก สับสน ซึม ไม่รู้สึกตัว อาเจียนรุนแรง ไข้สูงไม่ลดหลังรับประทานยา และริมฝีปากเขียวคล้ำ
กลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรง
กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้แก่ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
→ ค่ารักษาไข้หวัดใหญ่แพงแค่ไหน?
อาการทั่วไป
คำถามที่หลายคนอยากรู้คือค่ารักษาไข้หวัดใหญ่จริง ๆ แล้วเท่าไหร่ มาดูรายละเอียดกัน
กรณีรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD)
หากมีอาการต่อไปนี้สำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 1,500-4,000 บาทต่อครั้ง ประกอบด้วยค่าตรวจแพทย์ 500-1,500 บาท ค่าตรวจ Rapid Test หรือ PCR 500-2,500 บาท และค่ายาประมาณ 300-1,000 บาท
กรณีต้องนอนโรงพยาบาล (IPD)
หากอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลค่ารักษาไข้หวัดใหญ่จะสูงขึ้นอย่างมาก โดยค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 15,000-50,000 บาท หรือมากกว่านั้นหากมีภาวะแทรกซ้อน ประกอบด้วยค่าห้องพักวันละ 3,000-8,000 บาท ค่ายาต้านไวรัส (Oseltamivir) ประมาณ 1,500-3,000 บาท ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2,000-5,000 บาท และค่าแพทย์และพยาบาลดูแล
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีมีภาวะแทรกซ้อน
หากมีภาวะแทรกซ้อย เช่น ปอดอักเสบ ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึง 50,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา
→ ประกันสุขภาพคุ้มครองไข้หวัดใหญ่ไหม?
มาถึงคำถามสำคัญที่ว่าประกันไข้หวัดใหญ่หรือประกันสุขภาพที่มีอยู่คุ้มครองหรือไม่
ประกันสุขภาพทั่วไปคุ้มครองหรือไม่
คำตอบคือ คุ้มครอง ในกรณีส่วนใหญ่ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
กรณีผู้ป่วยนอก (OPD): หากประกันสุขภาพของคุณมีความคุ้มครอง OPD จะสามารถเบิกค่ารักษาไข้หวัดใหญ่แบบผู้ป่วยนอกได้ตามวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
กรณีผู้ป่วยใน (IPD): หากแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ประกันสุขภาพจะคุ้มครองค่าห้อง ค่ายา และค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์
กรณีไม่มีภาวะแทรกซ้อน: โดยทั่วไปสามารถเบิกได้ตามปกติ
กรณีมีภาวะแทรกซ้อน: เช่น ปอดอักเสบ ประกันจะคุ้มครองค่ารักษาเพิ่มเติมตามวงเงินที่มี
ไข้หวัดใหญ่ถือเป็นโรคระบาดหรือไม่
หลายคนอาจกังวลว่าไข้หวัดใหญ่จะถูกจัดเป็น "โรคระบาด" ที่ประกันไม่คุ้มครอง แต่ในความเป็นจริง ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Flu) ไม่ถือเป็นโรคระบาดร้ายแรงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงได้รับความคุ้มครองตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ควรอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ละเอียด เพราะบางกรมธรรม์อาจมีข้อยกเว้นสำหรับโรคระบาดที่รัฐบาลประกาศเป็นภัยพิบัติระดับชาติ
→ ประกันสุขภาพคุ้มครองไข้หวัดใหญ่ไหม?
มาถึงคำถามสำคัญที่ว่าประกันไข้หวัดใหญ่หรือประกันสุขภาพที่มีอยู่คุ้มครองหรือไม่
ประกันสุขภาพทั่วไปคุ้มครองหรือไม่
คำตอบคือ คุ้มครอง ในกรณีส่วนใหญ่ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
กรณีผู้ป่วยนอก (OPD): หากประกันสุขภาพของคุณมีความคุ้มครอง OPD จะสามารถเบิกค่ารักษาไข้หวัดใหญ่แบบผู้ป่วยนอกได้ตามวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
กรณีผู้ป่วยใน (IPD): หากแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ประกันสุขภาพจะคุ้มครองค่าห้อง ค่ายา และค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์
กรณีไม่มีภาวะแทรกซ้อน: โดยทั่วไปสามารถเบิกได้ตามปกติ
กรณีมีภาวะแทรกซ้อน: เช่น ปอดอักเสบ ประกันจะคุ้มครองค่ารักษาเพิ่มเติมตามวงเงินที่มี
ไข้หวัดใหญ่ถือเป็นโรคระบาดหรือไม่
หลายคนอาจกังวลว่าไข้หวัดใหญ่จะถูกจัดเป็น "โรคระบาด" ที่ประกันไม่คุ้มครอง แต่ในความเป็นจริง ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Flu) ไม่ถือเป็นโรคระบาดร้ายแรงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงได้รับความคุ้มครองตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ควรอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ละเอียด เพราะบางกรมธรรม์อาจมีข้อยกเว้นสำหรับโรคระบาดที่รัฐบาลประกาศเป็นภัยพิบัติระดับชาติ
→ กรณีไหนที่ประกันอาจไม่คุ้มครอง
แม้ว่าประกันไข้หวัดใหญ่จะคุ้มครองในกรณีส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางกรณีที่อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง
เป็นโรคก่อนทำประกัน (Pre-existing Condition)
หากคุณมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด และไม่ได้แจ้งตอนทำประกัน ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวเนื่องอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง
ยังไม่พ้นระยะรอคอย (Waiting Period)
ประกันสุขภาพส่วนใหญ่มีระยะรอคอยสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไปประมาณ 30 วัน หากป่วยก่อนพ้นระยะนี้จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้
ข้อยกเว้นอื่น ๆ
บางกรมธรรม์อาจมีข้อยกเว้นเฉพาะ เช่น ไม่คุ้มครองการรักษาที่ไม่จำเป็นทางการแพทย์ หรือการนอนโรงพยาบาลโดยไม่มีข้อบ่งชี้
→ ถ้าไม่มีประกัน ควรเตรียมตัวอย่างไร

ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับผู้ที่ไม่มีประกันสุขภาพ ควรเตรียมเงินสำรองไว้อย่างน้อยดังนี้ สำหรับการรักษา OPD ควรเตรียม 2,000-5,000 บาท และสำหรับกรณีต้องนอนโรงพยาบาลควรเตรียม 20,000-50,000 บาท
แนวทางวางแผนการเงินเบื้องต้น
ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย พิจารณาทำประกันสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน และศึกษาสิทธิการรักษาที่มีอยู่ เช่น ประกันสังคม บัตรทอง
ทางเลือกอื่น
ประกันไข้หวัดใหญ่ เจอจ่ายจบเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเฉพาะโรค หรือจะพิจารณาประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ครอบคลุมหลายโรคก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
→ ประกันสุขภาพแบบไหนเหมาะกับการคุ้มครองไข้หวัดใหญ่?
1. ประกันสุขภาพเหมาจ่าย
เป็นประกันที่จ่ายค่ารักษาตามจริงภายในวงเงินที่กำหนด ไม่จำกัดหมวดหมู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองครอบคลุมทั้งไข้หวัดใหญ่และโรคอื่น ๆ
2. ประกันสุขภาพแบบแยกหมวด
มีการกำหนดวงเงินแยกตามหมวดค่ารักษา เช่น ค่าห้อง ค่ายา ค่าแพทย์ เบี้ยประกันถูกกว่าแบบเหมาจ่ายแต่ต้องบริหารวงเงินแต่ละหมวดเอง
3. ประกันสุขภาพกลุ่ม
สำหรับผู้ที่ทำงานในองค์กรที่มีสวัสดิการประกันกลุ่ม ควรตรวจสอบว่าครอบคลุมค่ารักษาไข้หวัดใหญ่หรือไม่ และมีวงเงินเท่าไหร่
ทำไมกลุ่มเสี่ยงควรมีประกันสุขภาพ?
กลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ควรพิจารณาทำประกันไข้หวัดใหญ่หรือประกันสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสต้องนอนโรงพยาบาลสูงกว่าคนทั่วไป ค่ารักษาอาจสูงหากมีภาวะแทรกซ้อน และการมีประกันช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้ตัดสินใจรักษาได้ทันท่วงที
→ วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ช่วงระบาด
นอกจากการมีประกันไข้หวัดใหญ่แล้ว การป้องกันไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ฉีดวัคซีนประจำปี
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการหากติดเชื้อ ควรฉีดปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนเข้าฤดูระบาด
ล้างมือและสวมหน้ากาก
ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะหรือเมื่ออยู่ใกล้ผู้ป่วย และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
ดูแลสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกัน
สำหรับผู้ที่ทำงานในองค์กรที่มีสวัสดิการประกันกลุ่ม ควรตรวจสอบว่าครอบคลุมค่ารักษาไข้หวัดใหญ่หรือไม่ และมีวงเงินเท่าไหร่
ทำไมกลุ่มเสี่ยงควรมีประกันสุขภาพ?
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงความเครียด
→ เตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่กับเมืองไทยประกันชีวิต

เมื่อรู้แล้วว่าค่ารักษาไข้หวัดใหญ่อาจสูงกว่าที่คิด การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คุณอุ่นใจในช่วงที่โรคระบาด
เมืองไทยประกันชีวิต มีแผนประกันสุขภาพหลากหลายที่ครอบคลุมทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่หรือโรคอื่น ๆ พร้อมเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ เคลมง่าย และมีทีมงานดูแลลูกค้าพร้อมให้คำปรึกษาตลอด
ศึกษาข้อมูลแผนประกันสุขภาพเพิ่มเติมและเลือกแผนที่เหมาะกับคุณได้ที่ คลิก
หมายเหตุ: เงื่อนไขความคุ้มครองและการเคลมเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ ควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 23/01/68