Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

6 สัญญาณโรคไต ภัยเงียบที่ต้องระวัง! เช็กสาเหตุและวิธีป้องกันก่อนสาย

6 สัญญาณโรคไต ภัยเงียบที่ต้องระวัง! เช็กสาเหตุและวิธีป้องกันก่อนสาย

6 สัญญาณโรคไต ภัยเงียบใกล้ตัว ป้องกันได้ แค่สังเกตอาการเตือนเหล่านี้!



“กินเค็มระวังโรคไตถามหา” วลีนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป เพราะปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังสูงถึง 11.6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ความน่ากลัวคือโรคนี้มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก กว่าจะรู้ตัวอีกทีไตอาจจะเสื่อมไปกว่า 70-80% แล้ว



Key Takeaways: สรุปเน้นๆ เรื่องโรคไต

  • สัญญาณเตือน: สังเกตอาการบวม (ตา/ขา), ปัสสาวะเป็นฟอง หรือมีเลือดปน และปวดหลังช่วงล่าง
  • สาเหตุ: ไม่ใช่แค่กินเค็ม แต่รวมถึงโรคประจำตัว (เบาหวาน/ความดัน) การกินยาแก้ปวดต่อเนื่อง และพันธุกรรม
  • การรักษา: ไตวายเฉียบพลัน "รักษาหายได้" หากพบเร็ว แต่ถ้าเป็นไตเรื้อรัง "รักษาไม่หายขาด" ทำได้เพียงชะลอความเสื่อม
  • การป้องกัน: คุมอาหาร ดื่มน้ำสะอาด เลี่ยงบุหรี่ และควรมี ประกันโรคร้ายแรง เพื่อรองรับค่าฟอกไตที่สูงในระยะยาว



แต่ก่อนอื่นไม่ควรปล่อยให้ตัวเองมีอาการ แล้วค่อยมาดูแลสุขภาพทีหลัง มาดูกันว่า สาเหตุโรคไต เกิดจากอะไร ป้องกันได้หรือไม่ แล้วสัญาณเตือน โรคไต แบบไหนที่ควรระวัง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเลี่ยงโรคไตได้



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ




สาเหตุโรคไต เกิดจากอะไร? รู้ก่อนลดความเสี่ยง


สาเหตุโรคไต เกิดจากอะไร? รู้ก่อนลดความเสี่ยง


สาเหตุการเกิดโรคไต หรือปัจจัยเสี่ยง จากที่หลายคนรู้กันก็คงจะเป็นจากพฤติกรรมการกินอาหารจำพวก รสจัด รสเค็ม หรือการกินยาเยอะ ๆ แต่เพื่อความชัวร์ว่าทุกคนเข้าใจถูกต้องหรือไม่ ตามมาดูกันว่า โรคไต มีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง


  • โรคประจำตัวที่มีผลกระทบทำให้เกิดโรคไตเรื้อรังตามมา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ นิ่วในไต ไตอักเสบ โรคต่าง ๆ จะส่งผลให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเสื่อมลง
  • จากกรรมพันธุ์ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคไต
  • การใช้ยาผิดประเภท ใช้ยาเกินขนาด เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDS จะทำให้การทำงานของไตลดลง
  • มีประวัติการเป็นโรคไตอักเสบ หรือถุงน้ำในไต
  • การกินอาหารรสจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเผ็ดจัด
  • อายุมากกว่า 60 ปี เพราะอายุที่มากขึ้นการทำงานของไตก็ลดลง
  • ดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • มีความเครียด



เช็กด่วน! 6 สัญญาณโรคไต อาการแบบนี้ต้องระวัง


เช็กด่วน! 6 สัญญาณโรคไต อาการแบบนี้ต้องระวัง


การรู้ทันสัญญาณเตือนโรคไตตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ลดความเสี่ยง และทำให้เข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอาการนี้ โรคไตกำลังมาเยือน มาเช็กลิสต์กับ 6 สัญญาณเตือน โรคไตกัน


  • ปัสสาวะมีเลือดปน มีสีขุ่นกว่าปกติ
  • ปัสสาวะเป็นฟองจากการมีโปรตีนไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ
  • ปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะลำบาก และปัสสาวะในช่วงกลางคืนบ่อยกว่าปกติ
  • มีอาการบวมหลังตื่นนอน ทั้งใบหน้ารอบดวงตา ส่วนขากับเท้ามักจะบวมเวลายืนนาน ๆ
  • ปวดหลัง บริเวณบั้นเอวหรือชายโครงด้านหลัง และอาจปวดร้าวไปที่ท้องน้อย ต้นขาหรืออวัยวะเพศด้วย
  • บางรายน้ำหนักลด แต่บางรายอาจตัวบวม น้ำหนักขึ้นก็ได้



โรคไต รักษาหายไหม


โรคไต เป็นแล้วรักษาหายไหม


สำหรับใครที่ขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปเสี่ยงกับโรคไต แล้วกังวลว่าหากป่วยแล้ว โรคนี้จะรักษาหายหรือไม่ เพราะป่วยโรคไตค่ารักษาต่อเนื่องแทบจะตลอดชีวิตกันเลยทีเดียว สำหรับคนที่ป่วยโรคไต หากเป็นไตวายเฉียบพลันอาจรักษาให้หายขาด และสามารถฟื้นฟูการทำงานของไต ให้กลับมาหายเป็นปกติได้ แต่ต้องรู้ตัวเร็วและมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาไม่ควรช้าเกิน 3 เดือน หากปล่อยไว้นานไป อาจป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังได้ 


เมื่อป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะเนื้อเยื่อไตได้เสียหายไปแล้ว ทำให้เกิดพังผืดในไต การรักษาจึงทำได้เพียงแค่ช่วยชะลอความเสื่อมของไต เพื่อให้เข้าสู่ระยะการฟอกไต หรือ ปลูกถ่ายไต ให้ช้าที่สุด 



อาหารที่คนป่วยโรคไต


อาหารที่คนป่วยโรคไต "ควรทาน" และ "ควรเลี่ยง


โรคไตกับอาหารแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน ซึ่งจะมีทั้งกินอะไรได้ และ กินอะไรไม่ได้ ซึ่งอาหารที่คนป่วยโรคไตสามารถกินได้ คือ ไข่ขาว ปลา เนื้อหมู ไก่ (ที่ไม่ติดมัน) น้ำเต้าหู้ที่ทำสด ๆ น้ำนมข้าวที่ไม่ปรุงแต่ง ข้าวขาว เส้นหมี่ เส้นเล็ก วุ้นเส้น ผักสีอ่อน เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ฟัก มะเขือยาว มะเขือเปราะ มะระ ผักบุ้ง น้ำขิง ชาไม่ใส่นม ฯลฯ 


ส่วนอาหารที่คนป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยง คืออาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ไข่แดง เนื้อสัตว์ติดมัน ถั่วต่าง ๆ รวมถึงธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ข้าวกล้อง บะหมี่ ขนมปังโฮลวีต ผักสีเข้ม เช่น คะน้า บล็อกโคลี่ แครอท ผักโขม กะเพรา ขนม เบเกอรี่ต่าง ๆ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ขนมที่ทำจากไข่แดง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ



วิธีป้องกัน โรคไต และการวางแผนรับมือ


 

วิธีป้องกัน โรคไต และการวางแผนรับมือ


แม้โรคไต จะขึ้นชื่อว่าเป็นแล้วแทบไม่มีโอกาสหาย นอกจากจะรักษาแบบชะลอไม่ให้ไตเสื่อมเร็วแล้ว ยังต้องรักษาต่อเนื่อง แต่โรคไต ก็มีวิธีป้องกันก่อนป่วยได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า โรคไตมีปัจจัยเสี่ยงอยู่รอบตัว แต่หากเริ่มดูแลป้องกันตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้ห่างไกลแบบไตไม่สะเทือนได้ เช่น


  • เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก และ ผลไม้สด อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ถั่ว ปลาที่มีไขมันสูง จำกัดกากินเนื้อแดง และอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป รวมถึงพวกธัญพืชเต็มเมล็ด แทนธัญพืชที่ผ่านการขัดสีแล้ว
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น วันละ 6-8 แก้วต่อวัน ซึ่งการดื่มน้ำจะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ราบรื่น กรองสารพิษออกจากเลือด และ ขับสารพิษทางปัสสาวะ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะคนสูบบุหรี่ มีแนวโน้มที่จะเป็นภาวะไตวายมากถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวดต้านการอักเสบ โดยเฉพาะยาแก้ปวดต้านการอักเสบที่ต้องกินหลังอาหารทันที มักมีพิษต่อไต และการกินยาติดต่อกันเป็นเวลานาน จะเร่งให้การทำงานของไตเสื่อมลง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย จะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการกำจัดของเสียที่สะสมในเลือด และช่วยควบคุมความดันโลหิตได้อีกด้วย


เพราะโรคไตเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจส่งผลกระทบทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงและการรักษาที่ซับซ้อนทั้งก่อนและหลังการฟอกไต

การเตรียมพร้อมด้วยประกันสุขภาพจึงช่วยให้คุณมั่นใจและลดความกังวลในยามเจ็บป่วยได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้เท่าทันเพื่อป้องกันก่อนจะสายเกินไป เพราะโรคไตคือ 'ภัยเงียบ' ที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก

พร้อมชวนคุณมาหาคำตอบกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญในรายการ Go Healthier with MTL ที่จะสรุปทุกเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับไต ตั้งแต่พฤติกรรมทำร้ายไตที่หลายคนมองข้าม ไปจนถึงวิธีสังเกตสัญญาณเตือนและแนวทางป้องกันไตเสื่อมเพื่อให้คุณดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง


🎗️Care plus ดูแลค่ารักษาโรคไต โรคมะเร็งทุกระยะครอบคลุมวิธีการรักษาที่ทันสมัย ทั้ง Targeted Therapy,  Immunotherapy, การปลูกถ่าย Stem Cell  ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD คุ้มครอง 5 ล้านบาทต่อปี เบี้ยวันละไม่ถึง 8 บาท*


✔️ดูแลค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังทุกระยะทั้ง IPD และ OPD 5 ล้านบาทต่อปี*

✔️เลือกความคุ้มครองโรคร้ายแรงได้ โรคมะเร็งหรือไตวายเรื้อรัง พิเศษ! หากเลือกทั้ง 2 โรค ค่าเบี้ยถูกลงถึง 10%

✔️คุ้มครองการรักษาโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังที่ทันสมัย เช่น Targeted Therapy, Immunotherapy, การปลูกถ่าย Stem Cell, การล้างไตแบบประสิทธิภาพสูง และการปลูกถ่ายไต เป็นต้น

✔️คุ้มครองเพิ่มเติมพิเศษค่าปรึกษาจิตเวชจากการเป็นโรคมะเร็ง หรือ ไตวายเรื้อรัง ค่าห้อง ค่ายา ค่ารักษา ตั้งแต่เริ่มรักษา

✔️หมดกังวล เป็นซ้ำก็คุ้มครอง สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 80 ปี คุ้มครองยาว ๆ ถึงอายุ 99 ปี


ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ สาขา ธนาคารกสิกรไทย


*สำหรับผู้เอาประกันภัย เพศชาย อายุ 35 ปี เลือกความคุ้มครองสำหรับโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังแผน 5 ล้านบาท และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี


  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็งและ/หรือโรคไตวายเรื้อรัง ดังกล่าว จะจ่ายสำหรับวิธีการบำบัดรักษาตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย  
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
  • เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 04/08/66

🔖 Thairath ข้อมูล ณ วันที่  19/11/65

🔖 โรงพยาบาลวิชัยเวช

🔖 โรงพยาบาลเวชธานี

🔖 โรงพยาบาลศิครินทร์

🔖 โรงพยาบาลเวชธานี

🔖 โรงพยาบาลเวชธานี

🔖 Sanook

🔖 Ramacannel 

A: มีสิทธิ์ เพราะโรคไตไม่ได้เกิดจากโซเดียมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดได้จากโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ต่อเนื่องนานๆ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์และการดื่มน้ำน้อยก็เป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก

บทความน่าสนใจ