Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

รู้สึกเวียนหัวหลังแผ่นดินไหว ทำอย่างไร? วิธีแก้อาการโคลงเคลง

รู้สึกเวียนหัวหลังแผ่นดินไหว ทำอย่างไร? วิธีแก้อาการโคลงเคลง

แม้แผ่นดินไหวจะผ่านไปแล้ว แต่พอกลับมาใช้ชีวิต นั่งทำงานที่ออฟฟิศ หรือเดินไปมา กลับยังรู้สึกเหมือนเก้าอี้โยก พื้นยังสั่น เดินแล้วโคลงเคลง หรือมึนศีรษะเป็นพัก ๆ ทั้งที่คนรอบข้างบอกว่า "ทุกอย่างกลับมาปกติแล้ว"

อาการลักษณะนี้ทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่าเป็นโรคหูชั้นในหรือเปล่า เป็นโรคเกี่ยวกับสมอง หรือร่างกายกำลังผิดปกติ ทั้งที่ในความเป็นจริง อาการเวียนหัวหลังแผ่นดินไหว เป็นสิ่งที่พบได้ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารสูงหรืออยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับบางคน อาการอาจดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางคนอาจรู้สึกโคลงเคลงต่อเนื่องหลายวัน เนื่องจากระบบการทรงตัวของร่างกายยังต้องใช้เวลาในการปรับสมดุล รวมถึงผลกระทบจากความเครียดและความตื่นตกใจที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์

หากคุณกำลังสงสัยว่า เวียนหัวหลังแผ่นดินไหวควรทำอย่างไร วิธีแก้อาการโคลงเคลงมีอะไรบ้าง และเมื่อไรควรไปพบแพทย์ ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 

วิธีแก้อาการโคลงเคลงหลังแผ่นดินไหว ทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น?

วิธีแก้อาการโคลงเคลงหลังแผ่นดินไหว ทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น?

แม้อาการเวียนหัวหรือรู้สึกเหมือนพื้นยังไหวหลังเกิดแผ่นดินไหวจะสร้างความกังวลให้หลายคน แต่ในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองเมื่อระบบการทรงตัวของร่างกายกลับมาทำงานเป็นปกติ

สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนใช้ชีวิตตามปกติทันที เพราะอาจทำให้อาการเวียนศีรษะเป็นมากขึ้น หรือเสี่ยงต่อการหกล้มได้ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น

หากยังรู้สึกเหมือนพื้นโยก ควรหยุดพักและลดการเคลื่อนไหวก่อน

เมื่อรู้สึกว่าร่างกายยังโคลงเคลง อย่าเพิ่งรีบเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว เพราะสมองและระบบการทรงตัวอาจยังประมวลผลการเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ การรีบลุกขึ้นหรือเดินทันทีอาจทำให้อาการเวียนศีรษะมากกว่าเดิม และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการเสียหลัก

หากกำลังอยู่ในออฟฟิศ ลองนั่งพักบนเก้าอี้ให้มั่นคง วางเท้าทั้งสองข้างราบกับพื้น และหลีกเลี่ยงการหมุนศีรษะอย่างรวดเร็วประมาณ 5-10 นาที ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นอีกครั้ง

สำหรับผู้ที่อยู่บ้าน หากอาการค่อนข้างมาก การนอนพักในท่าที่ศีรษะสูงเล็กน้อยอาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น และลดอาการบ้านหมุนได้

โฟกัสสายตากับวัตถุที่อยู่นิ่ง ช่วยให้สมองปรับสมดุลได้ง่ายขึ้น

หนึ่งใน วิธีแก้อาการโคลงเคลง ที่แพทย์มักแนะนำ คือ การมองไปยังวัตถุที่อยู่นิ่ง เช่น ผนัง เสา หรือโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า

เหตุผลคือ ขณะที่หูชั้นในยังรับรู้ว่าร่างกายกำลังเคลื่อนไหว แต่ดวงตาจะช่วยส่งข้อมูลว่า สิ่งแวดล้อมไม่ได้ขยับ เมื่อสมองได้รับข้อมูลที่สอดคล้องกันมากขึ้น จะช่วยลดความสับสนของระบบการทรงตัว ทำให้อาการเวียนหัวค่อย ๆ ดีขึ้น

ในทางกลับกัน หากพยายามมองโทรศัพท์ เลื่อนหน้าจอ หรือจ้องคอมพิวเตอร์ทันที อาจทำให้รู้สึกมึนหรือคลื่นไส้มากขึ้น เพราะสมองต้องประมวลผลข้อมูลจากหลายทิศทางพร้อมกัน

หายใจช้า ๆ ดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ

หลังเกิดแผ่นดินไหว หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าร่างกายยังอยู่ในภาวะตื่นตัว ฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาระหว่างเกิดเหตุอาจยังส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และรู้สึกมึนงงได้ แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว

การหายใจเข้าออกช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอประมาณ 5-10 นาที จะช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ลดความเครียด และช่วยให้อาการเวียนหัวค่อย ๆ เบาลง

นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการขาดน้ำอาจทำให้อาการเวียนศีรษะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่รีบอพยพออกจากอาคาร หรือไม่ได้ดื่มน้ำเป็นเวลานาน ในคืนหลังเกิดเหตุ ควรนอนหลับให้เพียงพอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลดการดื่มกาแฟในปริมาณมาก หากยังมีอาการเวียนหัวอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจรบกวนการทำงานของระบบการทรงตัว ทำให้อาการหายช้ากว่าปกติ

ช่วงที่ยังมีอาการ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่หากยังรู้สึกโคลงเคลงเป็นระยะ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องอาศัยการทรงตัวหรือการตอบสนองที่รวดเร็ว เช่น

  • ขับรถหรือขี่รถจักรยานยนต์
  • ใช้บันไดสูงหรือบันไดเลื่อน
  • ปีนที่สูง
  • ยกของหนัก
  • ออกกำลังกายหนักทันที

โดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิศที่ต้องเดินขึ้นลงหลายชั้น หรือทำงานในอาคารสูง ควรรอให้อาการดีขึ้นก่อนจึงกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการหกล้มและการบาดเจ็บ

แม้คนส่วนใหญ่จะมีอาการเพียงชั่วคราว แต่หากดูแลตัวเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือกลับเป็นมากกว่าเดิม ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อถัดไปว่า ทำไมหลังแผ่นดินไหวหลายคนยังรู้สึกเวียนหัวหรือโคลงเคลง ทั้งที่พื้นหยุดไหวไปแล้ว


ทำไมหลังแผ่นดินไหวถึงยังรู้สึกเวียนหัวหรือโคลงเคลง

ทำไมหลังแผ่นดินไหวถึงยังรู้สึกเวียนหัวหรือโคลงเคลง

หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ทำไมร่างกายยังรู้สึกเหมือนพื้นโยก เดินไม่มั่นคง หรือเวียนศีรษะเป็นระยะ ทั้งที่คนรอบข้างไม่ได้รู้สึกอะไร

ในทางการแพทย์ อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการทรงตัวที่ยังปรับตัวไม่ทัน การตอบสนองของสมองต่อแรงสั่นสะเทือน หรือแม้แต่ความเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอาการมักเป็นเพียงชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ระบบการทรงตัวในหูชั้นในยังต้องใช้เวลาปรับสมดุล

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของ อาการเวียนหัวหลังแผ่นดินไหว คือการทำงานของระบบการทรงตัว หรือ Vestibular System ซึ่งอยู่ภายในหูชั้นใน

ระบบนี้ทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของศีรษะ การเอียงตัว และการทรงตัว เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ของเหลวภายในหูชั้นในจะเคลื่อนตัวตามแรงสั่น ทำให้สมองรับรู้ว่าร่างกายกำลังเคลื่อนไหว

แม้แรงสั่นจะหยุดลงแล้ว แต่ในบางคน ระบบการทรงตัวยังต้องใช้เวลาปรับข้อมูลใหม่ จึงทำให้รู้สึกเหมือนพื้นยังโยก หรือมีอาการคล้ายอยู่บนเรือ แม้จะยืนอยู่บนพื้นแข็งก็ตาม อาการลักษณะนี้พบได้บ่อยในผู้ที่อยู่บนอาคารสูง ผู้ที่สัมผัสแรงสั่นสะเทือนเป็นเวลานาน หรือผู้ที่มีความไวต่อการเคลื่อนไหว เช่น คนที่เมารถหรือเมาเรือได้ง่าย

สมองได้รับข้อมูลไม่ตรงกัน จึงรู้สึกเหมือนยังเคลื่อนไหวอยู่

อีกสาเหตุหนึ่งคือภาวะ Sensory Mismatch หรือความไม่สอดคล้องของข้อมูลจากประสาทสัมผัส โดยปกติ สมองจะอาศัยข้อมูลจาก 3 ระบบหลัก ได้แก่

  • ดวงตา
  • หูชั้นใน
  • กล้ามเนื้อและข้อต่อ

ทั้งสามระบบต้องส่งข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สมองรับรู้ว่าร่างกายกำลังอยู่ในตำแหน่งใด

แต่หลังเกิดแผ่นดินไหว ดวงตาอาจมองเห็นว่าทุกอย่างหยุดนิ่งแล้ว ขณะที่หูชั้นในยังส่งสัญญาณคล้ายกับว่าร่างกายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ส่งผลให้สมองเกิดความสับสน จึงรู้สึกเวียนหัว บ้านหมุน หรือเหมือนตัวเองกำลังโคลงเคลง

อาการนี้มีลักษณะคล้ายกับอาการเมารถหรือเมาเรือ ซึ่งเกิดจากการที่สมองได้รับข้อมูลจากประสาทสัมผัสไม่ตรงกันเช่นเดียวกัน

ความเครียดหลังเหตุการณ์ก็เป็นสาเหตุของอาการเวียนหัวได้

นอกจากระบบการทรงตัวแล้ว สภาพจิตใจก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะ "Fight or Flight" หรือการตอบสนองต่อความเครียด ฮอร์โมนอะดรีนาลีนจะหลั่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อตึง หายใจถี่ และรู้สึกมึนงงได้

ในบางคน แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว แต่สมองยังคงอยู่ในภาวะระแวดระวัง ทำให้รู้สึกเหมือนอาคารยังสั่น ทั้งที่ความจริงไม่มีแรงสั่นสะเทือนแล้ว

ยิ่งหากติดตามข่าวแผ่นดินไหวหรือกังวลว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตลอดเวลา ความวิตกกังวลก็อาจทำให้อาการเวียนหัวเป็นนานกว่าปกติ

อาการโคลงเคลงหลังแผ่นดินไหว (Post-Earthquake Dizziness Syndrome) คืออะไร?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพทย์พบว่าหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยังรู้สึกโคลงเคลง แม้เหตุการณ์จะจบลงแล้ว อาการนี้เรียกว่า Post-Earthquake Dizziness Syndrome (PEDS) หรือกลุ่มอาการเวียนศีรษะหลังแผ่นดินไหว ผู้ที่มีภาวะนี้มักมีอาการ เช่น

  • รู้สึกเหมือนพื้นยังไหว
  • เดินไม่มั่นคง
  • เหมือนอยู่บนเรือ
  • เวียนศีรษะเป็นพัก ๆ
  • รู้สึกโยกเมื่ออยู่ในอาคารสูง
  • บางคนมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องรักษาเฉพาะทาง เพียงพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และดูแลร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์

อย่างไรก็ตาม หากอาการเป็นต่อเนื่อง รุนแรงขึ้น หรือกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุอื่นที่อาจซ่อนอยู่ เช่น โรคหูชั้นในอักเสบ โรคบ้านหมุน หรือความผิดปกติของระบบประสาท

แม้ เวียนหัวหลังแผ่นดินไหว จะเป็นอาการที่พบได้และมักหายได้เอง แต่ก็ไม่ควรละเลย หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีความผิดปกติร่วมด้วย เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ดังนั้น การสังเกตอาการของตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดูแลตัวเองในช่วงแรก


อาการแบบไหนควรพบแพทย์? สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

อาการแบบไหนควรพบแพทย์? สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

อาการเวียนหัวหรือรู้สึกโคลงเคลงหลังเกิดแผ่นดินไหว ส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อร่างกายปรับสมดุลได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการเป็นนานผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ก็อาจไม่ได้เกิดจากผลของแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์

อย่าฝืนทนหรือคิดว่าเดี๋ยวก็หาย หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

อาการที่ควรรีบพบแพทย์

  • เวียนหัวต่อเนื่องหลายวัน แม้พักผ่อนแล้วก็ไม่ดีขึ้น
  • บ้านหมุนรุนแรง จนเดินไม่ได้ หรือทรงตัวลำบาก
  • หมดสติ หรือเป็นลม
  • แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก
  • พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว หรือมองเห็นภาพซ้อน
  • ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะหากไม่เคยเป็นมาก่อน
  • อาเจียนซ้ำ ๆ จนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้
  • มีไข้สูง ปวดหู หรือมีน้ำไหลออกจากหูร่วมกับอาการเวียนศีรษะ

อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคของหูชั้นใน โรคหลอดเลือดสมอง หรือความผิดปกติของระบบประสาท ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

สิ่งสำคัญ: การสังเกตอาการของตัวเองตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้แยกได้ว่าเป็นอาการที่สามารถดูแลตัวเองได้ หรือเป็นภาวะที่ควรรีบพบแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและทำให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น


เวียนหัวหลังแผ่นดินไหว ดูแลอย่างไร และเมื่อไรควรพบแพทย์?

หลังเกิดแผ่นดินไหว หากยังรู้สึกเหมือนพื้นโยก เดินไม่มั่นคง หรือมีอาการเวียนหัวหลังแผ่นดินไหว ไม่ได้หมายความว่าร่างกายกำลังเจ็บป่วยร้ายแรงเสมอไป เพราะในหลายกรณีเกิดจากระบบการทรงตัวในหูชั้นในและสมองที่ยังต้องใช้เวลาปรับตัวหลังได้รับแรงสั่นสะเทือน รวมถึงผลกระทบจากความเครียดและความตกใจที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์

สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และใช้วิธีแก้อาการโคลงเคลงที่เหมาะสม เช่น นั่งพัก มองวัตถุที่อยู่นิ่ง และฝึกหายใจช้า ๆ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ กลับมาปรับสมดุลได้

อย่างไรก็ตาม หากอาการเวียนศีรษะไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน มีอาการบ้านหมุนรุนแรง เดินเซ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

แม้ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่การใส่ใจสุขภาพและเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง การวางแผนรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้เข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อจำเป็น วางแผนเรื่องค่ารักษาพยาบาลไว้ล่วงหน้า ด้วย ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*


*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด
**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล

- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 7/08/69

🔖 THE STANDARD LIFE
🔖 PPTV Health
🔖 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
🔖 โรงพยาบาลพญาไท 3
🔖 โรงพยาบาลรามคำแหง
🔖 Thai PBS
🔖 กรมประชาสัมพันธ์
🔖 ไทยรัฐออนไลน์

A: โดยทั่วไปถือว่าเป็นอาการที่พบได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารสูงหรือสัมผัสแรงสั่นสะเทือนเป็นเวลานาน สาเหตุเกิดจากระบบการทรงตัวในหูชั้นในและสมองยังปรับตัวไม่สมบูรณ์ รวมถึงผลจากความเครียดหลังเหตุการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน

บทความน่าสนใจ