ประกันสุขภาพกับประกันอุบัติเหตุ ต่างกันอย่างไร ทำไมควรมีทั้งสองแบบ
หลายคนที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้วมักสงสัยว่า "ประกันอุบัติเหตุกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไร" และจำเป็นต้องทำประกันอุบัติเหตุเพิ่มอีกไหม? คำตอบคือทั้งสองประกันมีจุดประสงค์และความคุ้มครองที่แตกต่างกัน วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจความแตกต่างให้ชัดเจน พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไมการมีทั้งสองประกันจึงช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากกว่า
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ประกันสุขภาพ คืออะไร?
- ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร?
- ความแตกต่างหลักระหว่างประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ
- กรณีตัวอย่างที่แสดงความแตกต่าง
- ทำไมถึงควรมีประกันอุบัติเหตุเพิ่ม แม้มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว
- ใครบ้างที่ควรมีประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม
- เคล็ดลับการเลือกประกันอุบัติเหตุที่เหมาะสม
- เลือกความคุ้มครองที่ใช่กับเมืองไทยประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ คืออะไร?
ก่อนจะเข้าใจว่าประกันสุขภาพกับประกันอุบัติเหตุต่างกันอย่างไร มาทำความรู้จักประกันสุขภาพกันก่อน
ประกันสุขภาพคือประกันที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรือเกิดโรค ความคุ้มครองหลักครอบคลุมค่าห้องพัก ค่าหมอ ค่าผ่าตัด ค่ายา และค่าตรวจวินิจฉัยต่างๆ ที่เกิดจากการเจ็บป่วย โดยครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก
เบี้ยประกันสุขภาพมักสูงกว่าประกันอุบัติเหตุ เพราะความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมีมากกว่าและค่ารักษาพยาบาลจากโรคภัยไข้เจ็บมักมีราคาสูง
ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร?
เมื่อพูดถึงประกันอุบัติเหตุกับประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องเข้าใจคือประกันอุบัติเหตุมีขอบเขตความคุ้มครองที่แตกต่างออกไป
ประกันอุบัติเหตุคือประกันที่ให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากภายนอกเท่านั้น ความคุ้มครองหลักได้แก่ การบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จุดเด่นคือคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ได้รับความคุ้มครอง
เบี้ยประกันอุบัติเหตุถูกกว่าประกันสุขภาพมาก เพราะคุ้มครองเฉพาะกรณีอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่รวมการเจ็บป่วยจากโรค
ความแตกต่างหลักระหว่างประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าประกันอุบัติเหตุกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไร มาดูตารางเปรียบเทียบกัน
ประกันสุขภาพ | ประกันอุบัติเหตุ | |
สาเหตุที่คุ้มครอง | เจ็บป่วย เกิดโรค สาเหตุจากภายใน | อุบัติเหตุจากภายนอก เช่น รถชน ตกที่สูง |
ขอบเขตความคุ้มครอง | ค่ารักษาพยาบาลตามจริง ครอบคลุมหลากหลาย | ค่ารักษาจากอุบัติเหตุ + เงินชดเชยรายวัน + ค่าชดเชยทุพพลภาพ/เสียชีวิต |
อัตราเบี้ยประกัน | สูงกว่า คิดจากอายุและภาวะสุขภาพ | ถูกกว่า ราคาค่อนข้างคงที่ |
การพิจารณารับประกัน | ต้องตรวจสุขภาพ มีเงื่อนไขโรคประจำตัว | ไม่ต้องตรวจสุขภาพ รับประกันง่ายกว่า |
เงินชดเชยทุพพลภาพ/เสียชีวิต | ไม่มี (จ่ายเฉพาะค่ารักษา) | มีเงินก้อนจ่ายให้ |
กรณีตัวอย่างที่แสดงความแตกต่าง
เพื่อให้เข้าใจประกันสุขภาพกับประกันอุบัติเหตุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูกรณีตัวอย่างกัน
กรณีที่ 1: หกล้มจนกระดูกหัก สมมติคุณเดินสะดุดหกล้มจนกระดูกขาหัก ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล กรณีนี้เป็นอุบัติเหตุ ประกันอุบัติเหตุจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ พร้อมเงินชดเชยรายวันระหว่างนอนโรงพยาบาล
กรณีที่ 2: ป่วยเป็นไข้เลือดออกต้องนอนโรงพยาบาล คุณติดเชื้อไข้เลือดออกจนต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน กรณีนี้เป็นการเจ็บป่วยจากโรค ประกันสุขภาพจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ แต่ประกันอุบัติเหตุไม่คุ้มครอง
กรณีที่ 3: อุบัติเหตุรถชนต้องผ่าตัดและนอนโรงพยาบาลนาน คุณประสบอุบัติเหตุรถชนจนบาดเจ็บหนัก ต้องผ่าตัดและนอนโรงพยาบาลหลายสัปดาห์ กรณีนี้ทั้งประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุสามารถให้ความคุ้มครองได้ โดยประกันสุขภาพจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ายา ฯลฯ ส่วนประกันอุบัติเหตุนั้นจะจ่ายเงินชดเชยรายวันที่นอนโรงพยาบาลและค่าชดเชยทุพพลภาพเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากประกันอุบัติเหตุที่ซื้อมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลด้วย ก็สามารถเบิกค่ารักษาได้เช่นกันภายในวงเงินที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ประกันอุบัติเหตุแต่ละแบบมีความคุ้มครองที่แตกต่างกัน บางกรมธรรม์คุ้มครองเฉพาะเงินชดเชยรายวันและค่าทุพพลภาพ ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล ควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองในกรมธรรม์ของคุณเพื่อความชัดเจน

ทำไมถึงควรมีประกันอุบัติเหตุเพิ่ม แม้มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว
หลายคนสงสัยว่าเมื่อเข้าใจประกันอุบัติเหตุกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไรแล้ว ทำไมยังต้องมีทั้งสองประกัน? คำตอบอยู่ที่ความคุ้มครองที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน
ประกันสุขภาพไม่คุ้มครองเงินชดเชยทุพพลภาพและเสียชีวิต ประกันสุขภาพจ่ายแค่ค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ประกันอุบัติเหตุจะจ่ายเงินก้อนให้ครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประกันสุขภาพไม่มี
เงินชดเชยรายวันช่วยทดแทนรายได้ที่สูญเสีย เมื่อต้องนอนโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ ประกันอุบัติเหตุจะจ่ายเงินชดเชยรายวันเป็นค่าเสียโอกาสจากการทำงาน ช่วยเป็นรายได้เสริมระหว่างพักรักษาตัว ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้
คุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เกิดอุบัติเหตุเมื่อไหร่ก็ได้รับความคุ้มครอง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องเดินทางบ่อย ทั้งเดินทางทำงานหรือท่องเที่ยว
เบี้ยถูกแต่ได้ความคุ้มครองครบถ้วน เบี้ยประกันอุบัติเหตุไม่แพง แต่ช่วยเติมเต็มช่องว่างของประกันสุขภาพได้ดี เมื่อรวมทั้งสองประกันเข้าด้วยกัน คุณจะได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ พร้อมดูแลทั้งตัวเองและครอบครัว ช่วยลดภาระครอบครัวในกรณีเกิดเหตุร้ายแรง
เคล็ดลับการเลือกประกันอุบัติเหตุที่เหมาะสม
เมื่อเข้าใจประกันอุบัติเหตุกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไรแล้ว หากตัดสินใจทำประกันอุบัติเหตุเพิ่ม มีเคล็ดลับที่ควรพิจารณา
เริ่มจากการพิจารณาวงเงินคุ้มครองให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและรายได้ที่อาจสูญเสีย หากคุณเป็นเสาหลักของครอบครัว ควรเลือกวงเงินที่สูงพอจะดูแลครอบครัวได้หากเกิดเหตุร้ายแรง นอกจากนี้ควรเลือกแผนที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุด้วย ไม่ใช่แค่เงินชดเชยทุพพลภาพอย่างเดียว
อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชยทุพพลภาพว่าครอบคลุมแค่ไหน และพิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนขนส่งสาธารณะที่มักให้เงินชดเชยเพิ่มเป็นสองเท่า สุดท้ายควรเปรียบเทียบเบี้ยประกันและความคุ้มครองจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ
ใครบ้างที่ควรมีประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม
หลังจากเข้าใจว่าประกันสุขภาพกับประกันอุบัติเหตุต่างกันอย่างไรแล้ว มาดูกันว่าใครควรพิจารณาทำประกันอุบัติเหตุเพิ่ม
คนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำควรมีประกันอุบัติเหตุเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป เช่นเดียวกับคนที่ทำงานในสถานที่มีความเสี่ยง เช่น ไซต์ก่อสร้าง โรงงาน หรืองานที่ต้องใช้เครื่องจักร
คนที่เป็นเสาหลักของครอบครัวควรมีประกันอุบัติเหตุเพื่อความอุ่นใจ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินก้อนไว้ใช้จ่าย นอกจากนี้คนที่ชอบเล่นกีฬาหรือท่องเที่ยวผจญภัย เช่น ปีนเขา ดำน้ำ หรือขี่จักรยาน ก็ควรมีประกันอุบัติเหตุเช่นกัน
สรุปแล้ว ทุกคนที่ต้องการความคุ้มครองครบถ้วนในราคาประหยัดควรพิจารณาทำประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม

เลือกความคุ้มครองที่ใช่กับเมืองไทยประกันชีวิต
หากคุณกำลังมองหาประกันที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เมืองไทยประกันชีวิตมีทั้งประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุให้เลือกหลากหลายแผน ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์และงบประมาณ
ไม่ว่าคุณจะต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย หรือต้องการเพิ่มความอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก เมืองไทยประกันชีวิตพร้อมดูแลคุณและครอบครัวในทุกสถานการณ์
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ แล้วเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับคุณได้เลย
เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไร ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการเดินทาง การทำงาน หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษาและเงินชดเชยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 12/12/68
🔖 noon