Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

วิธีทำแผลรถล้มอย่างถูกวิธี ให้หายเร็ว ลดโอกาสติดเชื้อ

วิธีทำแผลรถล้มอย่างถูกวิธี ให้หายเร็ว ลดโอกาสติดเชื้อ

การเกิดอุบัติเหตุจักรยานยนต์หรือจักรยานล้มจนบาดเจ็บเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อย และส่งผลให้เกิดแผลถลอกที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี การรู้วิธีทำแผลรถล้มที่ถูกต้องจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และป้องกันการเกิดแผลเป็น วันนี้แอดมินจะมาแนะนำวิธีดูแลแผลถลอกรถล้มอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การทำความสะอาดแผล การเลือกใช้ยา จนถึงการดูแลระยะยาว



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ




แผลถลอกคืออะไร อันตรายแค่ไหน


แผลถลอกเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการเสียดสีของผิวหนังกับพื้นผิวขรุขระ เช่น ถนน หิน หรือคอนกรีต ทำให้ชั้นบนสุดของผิวหนังลอกออก โดยทั่วไปแล้วแผลถลอกจะไม่ลึกมาก แต่มักจะมีขนาดกว้างและมีสิ่งสกปรกเจือปน


แผลถลอกกับแผลลึกต่างกันอย่างไร

แผลถลอกมักเกิดที่ชั้นผิวหนังส่วนบน (Epidermis) และส่วนหนึ่งของชั้นผิวหนังกลาง (Dermis) ลักษณะจะเป็นการลอกออกเป็นบริเวณกว้าง มีเลือดออกไม่มาก แต่จะมีน้ำเหลืองไหลออกมา ซึ่งแตกต่างจากแผลลึกที่จะมีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อลึกถึงชั้นใต้ผิวหนัง เลือดออกมาก และอาจต้องเย็บแผล


ความเสี่ยงในการติดเชื้อ

แผลถลอกมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเพราะ พื้นผิวแผลกว้างและเปิดโล่ง ทำให้แบคทีเรียเข้าได้ง่าย มีสิ่งสกปรกเช่น ดิน กรวด หรือฝุ่นเจือปนในแผล แผลมักเกิดในบริเวณที่มีแบคทีเรียมาก เช่น เข่า ข้อศอก มือ และหากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การติดเชื้อร้ายแรงได้



วิธีทำความสะอาดแผลอย่างถูกต้องทำอย่างไร


วิธีทำความสะอาดแผลอย่างถูกต้องทำอย่างไร


การดูแลแผลถลอกในขั้นตอนแรกเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดความเร็วในการหายและความเสี่ยงในการติดเชื้อ


  • ขั้นตอนการทำความสะอาดแผลเบื้องต้น

ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำก่อนสัมผัสแผลเสมอ หยุดเลือดโดยการกดด้วยผ้าสะอาดหรือธนบัตรสะอาด หากเลือดออกมาก ล้างแผลด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและเศษดินออก อย่าใช้น้ำแข็งหรือน้ำร้อนจัด


ใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีเช็ดรอบๆ แผลเบาๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่เหลืออยู่ หากมีสิ่งแปลกปลอมติดแน่นในแผล เช่น กรวดใหญ่ หรือเศษแก้ว ไม่ควรพยายามเอาออกเอง ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล


  • การใช้ยาฆ่าเชื้อ

หลังจากทำความสะอาดแผลแล้ว ให้ทายาฆ่าเชื้อ เช่น โปรวิโดน ไอโอดีน (betadine) ให้ทั่วแผล ปล่อยทิ้งไว้ 1-2 นาทีแล้วเช็ดออกเบาๆ หรือใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อที่ไม่ระคายเคืองผิว หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นหรือน้ำยาทำความสะอาดที่รุนแรง เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อเสียหายและชะลอการหาย


  • การปิดแผล

ใช้ผ้าปิดแผลหรือผ้าพันแผลสะอาดปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เลือกผ้าปิดแผลแบบไม่ติดแผลเพื่อไม่ให้แผลฉีกเมื่อเปลี่ยนผ้า ไม่ควรปล่อยแผลให้แห้งเกินไป เพราะจะทำให้แผลหายช้า แต่ก็ไม่ควรให้แผลชื้นจนเกินไป



สัญญาณเตือนแผลติดเชื้อที่ควรระวัง


การสังเกตสัญญาณการติดเชื้อในแผลเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการรักษาที่ทันเวลา หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง


  • อาการติดเชื้อที่สังเกตได้

แผลบวม แดง ร้อน และเจ็บมากขึ้นหลังจากผ่านไป 2-3 วัน มีหนองหรือของเหลวสีเหลือง เขียว หรือมีกลิ่นเหม็นไหลออกจากแผล แผลไม่มีอาการดีขึ้นหรือแย่ลงหลังจากการรักษา 3-5 วัน มีไข้ ร่วมกับอาการแผลอักเสบ


เส้นแดงลากยาวจากแผลไปตามแขนขา (เป็นสัญญาณของการติดเชื้อลุกลาม) ต่อมน้ำเหลืองโต บริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือคอ แผลมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ


  • แนวทางการดูแลเมื่อมีอาการติดเชื้อ

ทำความสะอาดแผลบ่อยขึ้น โดยใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด เปลี่ยนผ้าปิดแผลบ่อยขึ้น อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง หรือเมื่อผ้าเปียกชื้น ดื่มน้ำให้มากและพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะสะเก็ดแผล


  • กรณีที่ต้องพบแพทย์

หากมีไข้สูง เหนื่อยผิดปกติ หรือรู้สึกไม่สบาย แผลมีหนองมาก มีกลิ่นเหม็น หรือไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ มีเส้นแดงลากยาวจากแผล หรือต่อมน้ำเหลืองโต แผลเป็นบริเวณใหญ่ ลึกมาก หรือมีสิ่งแปลกปลอมที่เอาออกไม่ได้ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้สูงอายุ ควรพบแพทย์เร็วขึ้น



ปัจจัยอะไรบ้างที่ช่วยให้แผลหายไวขึ้น


ปัจจัยอะไรบ้างที่ช่วยให้แผลหายไวขึ้น


การหายของแผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการดูแลจากภายในด้วย


  • การรับประทานอาหารที่เหมาะสม

โปรตีน เป็นสารอาหารสำคัญสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ควรรับประทานปลา ไก่ ไข่ ถั่ว หรือเต้าหู้ วิตามิน C ช่วยในการสร้างคอลลาเจนและเสริมภูมิคุ้มกัน พบในผลไม้เปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง และผักใบเขียว


วิตามิน A ช่วยในการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ พบในแครอท ฟักทอง ผักใบเขียวเข้ม สังกะสี ช่วยในการหายของแผล พบในเนื้อสัตว์ ถั่ว และเมล็ดธัญพืช


  • การพักผ่อนและดื่มน้ำ

นอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพราะการซ่อมแซมเนื้อเยื่อจะเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงนอนหลับ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอสำหรับกระบวนการหาย หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะชะลอการหาย


  • การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นอันตราย

อย่าเกาหรือแกะสะเก็ดแผล เพราะจะทำให้มีแผลเป็นและเสี่ยงติดเชื้อ อย่าให้แผลโดนแสงแดดจัด ควรปิดแผลหรือใช้ครีมกันแดด หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่อาจทำให้แผลฉีก ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำสกปรกหรือสารเคมี


อาหารอะไรบ้างที่ควรระวังเมื่อมีแผล


การรับประทานอาหารบางประเภทอาจส่งผลเสียต่อการหายของแผล ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณในช่วงที่มีแผล


  • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนม เครื่องดื่มหวาน เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลเสียต่อการหายและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ อาหารแปรรูปและอาหารที่มีสารกันบูด เพราะจะสร้างการอักเสบในร่างกาย

อาหารทอดและอาหารที่มีไขมันเหม็นหืน เช่น น้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำหลายครั้ง เพราะจะสร้างอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย อาหารเค็มจัด เพราะจะทำให้เกิดการบวมและชะลอการหายของแผลได้


  • อาหารที่อาจทำให้เกิดการอักเสบ

อาหารทะเลบางชนิด เช่น ปู กุ้ง หอย สำหรับผู้ที่แพ้หรือมีประวัติอาการคัน อาหารเผ็ดจัดหรือมีเครื่องเทศมาก อาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น แอลกอฮอล์ ทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติและลดภูมิคุ้มกัน


กาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป อาจรบกวนการนอนหลับและชะลอการหายของแผลได้ 



การป้องกันแผลเป็นจากแผลถลอกทำอย่างไร


การป้องกันแผลเป็นจากแผลถลอกทำอย่างไร


การเกิดแผลเป็นจากแผลถลอกเป็นความกังวลหลักของหลายคน โดยเฉพาะเมื่อแผลอยู่ในบริเวณที่เห็นได้ง่าย


  • สาเหตุของการเกิดแผลเป็น การสร้างคอลลาเจนมากเกินไประหว่างการหาย ทำให้เนื้อเยื่อใหม่หนาและแข็งกว่าปกติ การติดเชื้อหรือการอักเสบที่ยาวนาน การดูแลแผลไม่ถูกต้อง เช่น ปล่อยให้แผลแห้งเกินไป หรือเปียกเกินไป


นอกจากนี้ การเกาหรือแกะสะเก็ดแผลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อน ปัจจัยพันธุกรรม บางคนมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นง่ายกว่าคนปกติ การสัมผัสแสงแดดจัดขณะที่แผลยังไม่หาย


  • วิธีการดูแลเพื่อป้องกันแผลเป็น รักษาความชื้นของแผลให้เหมาะสม ไม่แห้งจนเกินไป โดยอาจใช้ครีมหรือเจลที่ช่วยรักษาความชื้น เปลี่ยนผ้าปิดแผลสม่ำเสมอ และเลือกใช้ผ้าปิดแผลแบบไม่ติดแผล หลีกเลี่ยงการให้แผลโดนแสงแดดโดยตรง ใช้ครีมกันแดดหรือปิดแผลเมื่อออกแดด


นวดเบาๆ รอบบริเวณแผลเมื่อแผลเริ่มหาย เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและลดการสะสมของคอลลาเจน ใช้ซิลิโคนเจลหรือแผ่นซิลิโคนเมื่อแผลปิดแล้ว เป็นเวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์



  • การรักษาแผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้ว หากมีแผลเป็นเกิดขึ้นแล้ว สามารถใช้ครีมลดแผลเป็นที่มีส่วนผสมของ vitamin E, allantoin หรือ onion extract นวดเบาๆ ด้วยครีมลดแผลเป็นวันละ 2-3 ครั้ง ใช้แผ่นซิลิโคนติดทิ้งไว้ตลอดคืน


สำหรับแผลเป็นที่รุนแรง อาจต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การฉีดยา เลเซอร์ หรือการผ่าตัด



ดูแลแผลรถล้มอย่างถูกวิธี ให้หายเร็ว ไม่เป็นแผลเป็น


การดูแลแผลถลอกรถล้มอย่างถูกวิธีเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรรู้ เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดแผลในขั้นตอนแรกอย่างถูกต้อง การเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม การปิดแผลและเปลี่ยนผ้าพันแผลสม่ำเสมอ รวมถึงการสังเกตอาการติดเชื้อ


การดูแลจากภายในก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อการหายของแผล การป้องกันแผลเป็นโดยการรักษาความชื้นของแผลและหลีกเลี่ยงแสงแดดจะช่วยให้ผิวหนังกลับมาสวยงามเหมือนเดิม


หากคุณมีกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การมีประกันอุบัติเหตุที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและการดูแลแผล จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่ดีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย จำไว้ว่าการดูแลแผลที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรกจะช่วยให้แผลหายเร็วและสวยงาม


รายละเอียดเพิ่มเติม 

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด  24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 1/10/68

🔖HDmall

🔖Taamjib

บทความน่าสนใจ