Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ไม่ออกกำลังกาย ดื่มบ่อย น้ำหนักเกิน พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งเต้านม

ไม่ออกกำลังกาย ดื่มบ่อย น้ำหนักเกิน พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งเต้านม

จากข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับบริการกว่า 633,866 คน และเมื่อดูเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยหญิง พบว่า มะเร็งเต้านมมีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการมากที่สุดถึง 93,495 คน สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องมะเร็งเต้านมยังเป็นเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

แต่คำถามคือ นอกจากเรื่องอายุ พันธุกรรม หรือประวัติคนในครอบครัวแล้ว พฤติกรรมที่เราทำอยู่ทุกวันเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมด้วยหรือไม่?

เลิกงานแล้วไปดื่มกับเพื่อนบ้าง วันหยุดอยากนอนพักมากกว่าออกกำลังกาย หรือช่วงหลังน้ำหนักค่อย ๆ เพิ่มขึ้น พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ได้หมายความว่าทำแล้วจะเป็น มะเร็งเต้านม แต่บางพฤติกรรมมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นได้

เพราะมะเร็งเต้านมไม่ได้มีสาเหตุจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ เช่น อายุ พันธุกรรม และประวัติครอบครัว รวมถึงปัจจัยด้านการใช้ชีวิตบางอย่างที่เรายังพอปรับเปลี่ยนได้

ลองกลับมาเช็กกันว่า พฤติกรรมแบบไหนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม และมี อาการมะเร็งเต้านม แบบไหนที่ควรสังเกต เพื่อให้เราเริ่มดูแลตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้


Key Takeaway

  • มะเร็งเต้านมไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งโดยตรง แต่มีหลายปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยง ทั้งปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้และปัจจัยด้านพฤติกรรม
  • พฤติกรรมใกล้ตัว เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ค่อยเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย และภาวะน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน เป็นปัจจัยที่ควรใส่ใจ
  • มะเร็งเต้านมระยะแรกอาจไม่มีอาการ จึงไม่ควรรอให้คลำพบก้อนก่อนจึงค่อยเริ่มดูแลหรือเข้ารับการตรวจ
  • หากพบความผิดปกติ เช่น มีก้อนบริเวณเต้านมหรือรักแร้ รูปร่างเต้านมเปลี่ยน ผิวหนังบุ๋มหรือคล้ายผิวส้ม มีของเหลวหรือเลือดออกจากหัวนม หรือหัวนมบุ๋มผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
  • การปรับพฤติกรรมช่วยลดปัจจัยเสี่ยงบางส่วนได้ แต่ไม่สามารถลดความเสี่ยงให้เป็นศูนย์ การตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองตามความเหมาะสมจึงยังสำคัญ

ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 พฤติกรรมแบบไหน เสี่ยงมะเร็งเต้านมโดยไม่รู้ตัว?

พฤติกรรมแบบไหน เสี่ยงมะเร็งเต้านมโดยไม่รู้ตัว?

เวลาพูดถึง มะเร็ง หลายคนอาจนึกถึงเรื่องพันธุกรรมหรือประวัติคนในครอบครัวเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้วความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมประกอบด้วยหลายปัจจัย และบางส่วนอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในแต่ละวัน ลองเริ่มจาก 3 พฤติกรรมที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันก่อน

1. “นาน ๆ ดื่มที” แต่พอนับจริงอาจดื่มแทบทุกสัปดาห์

วันศุกร์หลังเลิกงาน นัดกินข้าวกับเพื่อนแล้วมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักแก้ว เสาร์ไปงานเลี้ยงอีกนิด วันเกิดเพื่อนอีกหน่อย หลายคนอาจไม่ได้มองว่าตัวเองเป็น “สายดื่ม” เพราะไม่ได้ดื่มหนักหรือดื่มทุกวัน

แต่เมื่อรวมตลอดทั้งเดือน ปริมาณและความถี่อาจมากกว่าที่เราคิด

แอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม โดยเมื่อร่างกายย่อยแอลกอฮอล์จะเกิดสารอะเซตาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและสามารถสร้างความเสียหายต่อ DNA ได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังอาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม

ดังนั้น จุดที่ควรสังเกตจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ดื่มหนักไหม?” แต่อาจลองถามตัวเองเพิ่มว่า “จริง ๆ แล้วเราดื่มบ่อยแค่ไหน?”

โดยเฉพาะคนที่มี Social Life เยอะ มีงานเลี้ยง งานสังสรรค์ หรือใช้การดื่มเป็นหนึ่งในวิธีผ่อนคลายหลังเลิกงาน การมองเห็นความถี่ของพฤติกรรมตัวเองอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้จัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น

ใครที่อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแอลกอฮอล์กับมะเร็งเต้านมเพิ่มเติม อ่านบทความเพิ่มเติม สายดื่มระวัง! ยิ่งดื่ม ยิ่งเสี่ยง มะเร็งเต้านม

2. นั่งทำงานทั้งวัน เหนื่อยจนไม่ได้ออกกำลังกาย

เช้ารีบไปทำงาน ระหว่างวันนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง เลิกงานก็อยากกลับบ้านพัก พฤติกรรมแบบนี้อาจทำให้หนึ่งวันผ่านไปโดยแทบไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมากนัก

หลายคนอาจรู้ว่าการออกกำลังกายช่วยเรื่องน้ำหนัก หัวใจ หรือกล้ามเนื้อ แต่ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปร่าง

การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในพฤติกรรมสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม ขณะที่การไม่ค่อยเคลื่อนไหวอาจสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและภาวะอ้วน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องตีความว่าการดูแลตัวเองหมายถึงต้องเข้าฟิตเนสหรือออกกำลังกายหนักทุกวันเท่านั้น การเพิ่มการเคลื่อนไหวให้มากขึ้นจากชีวิตเดิม เช่น เดินให้มากขึ้น หาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือลดเวลาที่นั่งต่อเนื่องนาน ๆ ก็เป็นจุดเริ่มต้นได้ สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “ไว้มีเวลาค่อยออก” ให้กลายเป็นกิจวัตรที่ทำต่อเนื่องได้จริง

3. น้ำหนักขึ้นทุกปี แต่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของอายุ

เสื้อเริ่มแน่นขึ้น น้ำหนักเพิ่มปีละหนึ่งหรือสองกิโล แต่เพราะไม่ได้เพิ่มขึ้นรวดเร็ว เราจึงอาจคุ้นชินและไม่ได้สังเกตว่าร่างกายเปลี่ยนไปมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน

ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เนื่องจากเนื้อเยื่อไขมันมีความเกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคนรูปร่างผอมจะไม่เป็นมะเร็งเต้านม หรือคนที่มีน้ำหนักเกินจะต้องเป็นโรคนี้ เพราะมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าเลขบนตาชั่งเพียงอย่างเดียว คือการดูแลน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รับประทานอาหารอย่างสมดุล เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ และติดตามสุขภาพของตัวเองเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เพราะพฤติกรรมที่เราทำซ้ำทุกวันอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อสะสมเป็นเวลาหลายปี ก็อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมสุขภาพในระยะยาวได้

 ไม่ดื่ม ไม่อ้วน ออกกำลังกาย ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เสี่ยง

ไม่ดื่ม ไม่อ้วน ออกกำลังกาย ก็ไม่ได้แปลว่า “ไม่เสี่ยง”

เมื่อพูดถึงพฤติกรรมเสี่ยง สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้กลายเป็นความเข้าใจว่า “ถ้าฉันใช้ชีวิตดี ฉันก็ไม่น่าจะเป็นมะเร็งเต้านม” เพราะความเสี่ยงของโรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Lifestyle เพียงด้านเดียว

ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เราไม่สามารถเลือกหรือเปลี่ยนแปลงได้ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนจึงควรรู้จักร่างกายของตัวเอง

อายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงก็เปลี่ยนตาม

อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของมะเร็งเต้านม โดยความเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า แม้ตอนอายุ 20 หรือ 30 ปีเราจะไม่เคยพบความผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่าสถานะความเสี่ยงของเราจะเหมือนเดิมตลอดชีวิต

เมื่อเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป เรื่องการดูแลเต้านม การตรวจสุขภาพ และการพูดคุยกับแพทย์ถึงความเหมาะสมของการตรวจคัดกรองจึงควรได้รับความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม

อีกคำถามหนึ่งที่ควรถามตัวเองคือ เรารู้ประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวมากแค่ไหน?

หากมีญาติสายตรง เช่น แม่ พี่สาว น้องสาว หรือลูก เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดตั้งแต่อายุยังน้อย อาจเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง

มะเร็งเต้านมบางส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น BRCA1 และ BRCA2 แต่การมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นแน่นอน และในทางกลับกัน คนที่ไม่มีประวัติครอบครัวก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้

ดังนั้น แทนที่จะใช้ประวัติครอบครัวเพื่อฟันธงว่า “เสี่ยง” หรือ “ไม่เสี่ยง” ควรใช้ข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินร่วมกับแพทย์

ปัจจัยด้านฮอร์โมนและประวัติการมีประจำเดือน

การได้รับฮอร์โมนเพศหญิงตลอดช่วงชีวิตก็มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เช่น การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย การหมดประจำเดือนช้า การไม่มีบุตร หรือการมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้ฮอร์โมนบางประเภทเป็นเวลานานก็เป็นประเด็นที่ควรปรึกษาแพทย์ตามบริบทของแต่ละคน

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะปัจจัยหลายอย่างไม่ใช่ “พฤติกรรมผิด” และไม่ควรถูกนำไปใช้โทษตัวเอง เช่น การไม่มีลูกหรือมีลูกช้าอาจเกิดจากทางเลือกและเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างกัน

สิ่งที่ทำได้จึงไม่ใช่พยายามเปลี่ยนอดีต แต่คือ รู้ว่าตัวเองมีปัจจัยอะไรบ้าง แล้ววางแผนดูแลและตรวจสุขภาพให้เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเอง

 มะเร็งเต้านมระยะแรก อาจไม่มีอาการให้สังเกต

มะเร็งเต้านมระยะแรก อาจไม่มีอาการให้สังเกต

อีกหนึ่งความเข้าใจที่อาจทำให้หลายคนชะล่าใจคือ “ถ้าไม่เจ็บก็น่าจะไม่เป็นอะไร”

ความจริงแล้ว มะเร็งเต้านมระยะแรกอาจไม่มีอาการที่สังเกตได้ชัดเจน ดังนั้น การไม่เจ็บหรือรู้สึกว่าร่างกายปกติ ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติ

สิ่งที่ควรทำควบคู่กันคือรู้จักลักษณะปกติของเต้านมตัวเอง และสังเกตเมื่อมีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม

อาการมะเร็งเต้านมแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม?

หนึ่งใน อาการมะเร็งเต้านม ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยที่สุดคือ “คลำพบก้อน” บริเวณเต้านม แต่ความจริงแล้วความผิดปกติไม่ได้มีเพียงก้อนเท่านั้น

คลำพบก้อนบริเวณเต้านมหรือรักแร้
ก้อนอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ แข็งหรือมีลักษณะแตกต่างกันได้ และก้อนที่เต้านมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งทุกก้อน แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ

รูปร่างหรือขนาดของเต้านมเปลี่ยนไปจากเดิม
เต้านมสองข้างของคนเราอาจมีขนาดไม่เท่ากันตามธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งที่ควรสังเกตคือ “ความเปลี่ยนแปลงใหม่” เช่น ข้างหนึ่งมีรูปร่างหรือขนาดเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนแปลง
เช่น ผิวหนังบุ๋ม ย่น หนาตัว บวม หรือมีลักษณะคล้ายผิวส้ม รวมถึงอาการแดงหรืออักเสบที่ไม่หายไปตามปกติ

หัวนมเปลี่ยนไป
เช่น หัวนมที่เคยปกติกลับบุ๋มเข้าไป มีการดึงรั้ง หรือมีผื่นและความผิดปกติบริเวณรอบหัวนม

มีของเหลวหรือเลือดออกจากหัวนมผิดปกติ
โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้บีบหรือกระตุ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

เจ็บเต้านมผิดปกติหรือเจ็บเฉพาะจุดต่อเนื่อง
อาการปวดเต้านมพบได้จากหลายสาเหตุและส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากมะเร็ง แต่หากเป็นอาการใหม่ เจ็บต่อเนื่อง หรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ตรวจหาสาเหตุ

หากอยากเช็กสัญญาณเตือนอย่างละเอียด อ่านบทความเพิ่มเติม รู้ทันสัญญาณเตือน มะเร็งเต้านมระยะแรก มีอาการอย่างไร?

สิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องรอให้มีครบทุกอาการ เพราะผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน และบางคนอาจไม่มีอาการในระยะแรกเลย

คลำเจอก้อน ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทุกครั้ง แต่ไม่ควรวินิจฉัยเอง

เมื่อคลำเจอก้อนที่เต้านม สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นคำว่า “มะเร็ง” แต่ก้อนบริเวณเต้านมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งซีสต์ การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเต้านมตามฮอร์โมน หรือก้อนชนิดไม่ร้ายแรงอื่น ๆ ดังนั้น การพบก้อนจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งทันที

ในทางกลับกัน ก็ไม่ควรสรุปเองว่า “น่าจะเป็นก้อนไขมัน” หรือ “เดี๋ยวคงหาย” โดยเฉพาะก้อนที่เพิ่งเกิดขึ้น ก้อนที่โตขึ้น มีรูปร่างหรือสัมผัสเปลี่ยนไป หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาวิธีตรวจที่เหมาะสม เช่น การตรวจร่างกาย แมมโมแกรม อัลตราซาวนด์ หรือการตรวจอื่นตามความจำเป็น

ตรวจคัดกรองสำคัญ เพราะเป้าหมายคือ “หาให้เจอก่อนมีอาการ”

หลายคนเข้าใจว่าการตรวจเต้านมมีไว้สำหรับคนที่เริ่มมีอาการแล้ว แต่จริง ๆ แนวคิดของ การตรวจคัดกรอง (Screening) คือการค้นหาความผิดปกติในคนที่ยังไม่มีอาการ

ถ้ามีอาการแล้ว → เราไปตรวจเพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ

ถ้ายังไม่มีอาการ → การตรวจคัดกรองมีเป้าหมายเพื่อค้นหาความผิดปกติให้เร็วที่สุด

โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือมีประวัติครอบครัวและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรเริ่มตรวจคัดกรองเมื่อใด และควรตรวจด้วยวิธีใดหรือบ่อยแค่ไหน เพราะความเหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละคน

การหมั่นสังเกตเต้านมของตัวเองยังมีประโยชน์ในแง่ของการทำให้เรารู้ว่า “ปกติของเราเป็นแบบไหน” เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจึงสังเกตได้ง่ายขึ้น แต่การสังเกตหรือคลำเต้านมด้วยตัวเองไม่ควรใช้แทนการตรวจคัดกรองที่แพทย์แนะนำ


ลดสิ่งที่ลดได้ เช็กสิ่งที่เช็กได้ และอย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณแรง

มะเร็งเต้านมอาจเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ทั้งหมด เพราะบางปัจจัยอย่างอายุ พันธุกรรม หรือประวัติครอบครัวเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนไม่ได้

แต่สิ่งที่เรายังเลือกได้ คือการจัดการปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนได้

ลองเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการลดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เคลื่อนไหวและออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ดูแลน้ำหนัก รับประทานอาหารที่หลากหลายและเหมาะสม รวมถึงหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และเข้ารับการตรวจสุขภาพหรือการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องรอให้รู้สึกป่วยก่อนเสมอไป

ลดสิ่งที่ลดได้ เช็กสิ่งที่เช็กได้ และไม่ต้องรอให้มีอาการก่อนจึงค่อยเริ่มดูแลตัวเอง

และนอกจากการดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงแล้ว อีกด้านที่อาจวางแผนควบคู่กันได้คือการเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายหากเกิดโรคร้ายแรงขึ้นจริง เพราะการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการติดตามอาการอาจมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป

การสำรวจสิทธิการรักษาที่มีอยู่ รวมถึงความคุ้มครองจาก ประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรง จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมทางการเงิน เพื่อให้หากวันหนึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา เราจะมีตัวช่วยรองรับค่าใช้จ่ายและสามารถโฟกัสกับการดูแลสุขภาพได้มากขึ้น

ทุกก้าวของคุณ สะสมเป็น Fit Point ได้

และหากใครที่กำลังเริ่มต้นวางแผนออกกำลังกายเริ่มต้นจากการเดิน วันนี้อย่าลืมสะสมคะแนน เพราะทุกก้าวของคุณสามารถสะสมเป็น Fit Point ได้ เพียงสะสมให้ครบ 40,000 ก้าวต่อสัปดาห์ ก็รับ Fit Point ไว้ใช้เป็นส่วนลดเบี้ยปีต่ออายุสำหรับประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรงได้ตามเงื่อนไข

ก่อนออกไปเดิน อย่าลืมสมัคร Fit Point และเชื่อมต่ออุปกรณ์บนแอป MTL Click เพื่อให้ทุกก้าวถูกบันทึก และเปลี่ยนเป็นความคุ้มค่าที่มากกว่าเดิม

✅📲 สมัคร Fit Point ได้วันนี้ที่แอปพลิเคชัน MTL Click คลิกที่นี่

(อัปเดตเวอร์ชันแอปพลิเคชัน MTL Click เป็นเวอร์ชันล่าสุด)

รายละเอียดการให้คะแนน Fit Point: webmtl.co/4dI0VRQ

- เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 18/09/69

🔖 ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล : มะเร็งเต้านม เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงต้องระวัง

🔖 โรงพยาบาลบางปะกอกสมุทรปราการ : พฤติกรรมเสี่ยง มะเร็งเต้านม

🔖 โรงพยาบาลศิครินทร์ : อาการและปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

🔖 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา : สถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน

🔖 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา : ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่พบบ่อย

🔖 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ : สถิติโรคมะเร็ง

🔖 TNN Thailand : สถิติมะเร็งปี 68 สิทธิบัตรทอง ยอดป่วยพุ่งทะลุ 6.34 แสนคน มะเร็งเต้านม-ลำไส้ใหญ่ ครองอันดับ 1

A: มะเร็งเต้านมระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่ความผิดปกติที่ควรสังเกต ได้แก่ คลำพบก้อนบริเวณเต้านมหรือรักแร้ รูปร่างหรือขนาดเต้านมเปลี่ยน ผิวหนังบุ๋มหรือคล้ายผิวส้ม หัวนมบุ๋มผิดปกติ มีของเหลวหรือเลือดออกจากหัวนม รวมถึงอาการปวดผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หากพบความเปลี่ยนแปลงควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย

บทความน่าสนใจ