โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ พร้อมวิธีสังเกตอาการและดูแลสุขภาพ
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการทำงานของสมอง อารมณ์ และระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ส่งผลให้มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพได้มากขึ้น และเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงควรหมั่นดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นตามวัย
บทความนี้จึงรวบรวมโรคของผู้สูงอายุที่พบบ่อย พร้อมอาการที่ควรสังเกตและแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงอายุและคนในครอบครัวสามารถเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และใส่ใจสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
Key Takeaways
- โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคตา โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองเสื่อม รวมถึงโรคกระดูกและข้อเข่าเสื่อม
- หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของโรค เช่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก กระหายน้ำหรือปัสสาวะบ่อย การมองเห็นผิดปกติ และการหลงลืมบ่อย เพื่อรับการตรวจและดูแลได้อย่างเหมาะสม
- การตรวจสุขภาพเป็นประจำ ช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและค้นหาความผิดปกติ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน
- การดูแลสุขภาพควรทำควบคู่กัน ทั้งการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพจิต เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคต่าง ๆ
- การเตรียมความพร้อมด้านประกันสุขภาพและประกันชีวิตผู้สูงอายุ ช่วยวางแผนรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและเหตุการณ์ไม่คาดคิดในวัยสูงอายุได้อย่างรอบคอบ
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุ
- โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ
- โรคตาในผู้สูงอายุ
- โรคไตในผู้สูงอายุ
- โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ
- โรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
- โรคกระดูกและข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ
- วิธีดูแลและป้องกันโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุ
- โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ รู้ทันทุกความเปลี่ยนแปลง ใส่ใจสุขภาพในทุกวัน

โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุ
เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ หลอดเลือดจะมีความยืดหยุ่นลดลง และอาจเกิดการสะสมของไขมันภายในผนังหลอดเลือด ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงอย่างความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และการสูบบุหรี่ จึงทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจขาดเลือดได้มากขึ้น
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต
- เหนื่อยง่าย หรือเหนื่อยมากกว่าปกติ
- แน่นหรือเจ็บบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะขณะออกแรง
- หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจลำบาก
- ใจสั่น หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ
แนวทางเฝ้าระวังเบื้องต้น
- ตรวจสุขภาพและวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
- ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และลดอาหารหวาน มัน เค็ม
- ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมกับวัย
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
- หากมีอาการแน่นหน้าอกหรือหายใจลำบากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยอาจส่งผลต่อการทำงานของอินซูลิน ทำให้เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลงและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้น หากมีมวลกล้ามเนื้อลดลงหรือมีกิจกรรมทางกายน้อยลงร่วมด้วย ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวานในผู้ป่วยที่เข้าสู่วัยสูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกินหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
อาการที่ควรสังเกต
- กระหายน้ำบ่อยและดื่มน้ำมากกว่าปกติ
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
- หิวบ่อยหรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ
- แผลหายช้าหรือแผลติดเชื้อง่าย
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการของโรคเบาหวานในผู้สูงอายุอาจไม่ชัดเจน ทำให้ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามวัย หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ปัญหาด้านการมองเห็น และความผิดปกติของเส้นประสาท
การเฝ้าระวังควรเริ่มจากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ ควบคุมอาหารและน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม รวมถึงออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายตามความเหมาะสม และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
โรคตาในผู้สูงอายุ
การเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามวัยอาจส่งผลให้การมองเห็นลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาหลายชนิด โดยโรคตาผู้สูงอายุที่พบบ่อย ได้แก่ ต้อกระจก ที่ทำให้เลนส์ตาขุ่นและมองเห็นภาพไม่ชัด รวมถึงจอประสาทตาเสื่อมที่ส่งผลต่อการมองเห็นบริเวณตรงกลางภาพ นอกจากนี้ยังอาจพบต้อหินและภาวะตาแห้งร่วมด้วย จึงควรใส่ใจความผิดปกติของการมองเห็นและตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ
อาการที่ควรสังเกต
- มองเห็นไม่ชัดหรือภาพมัว
- มองเห็นภาพบิดเบี้ยว โดยเฉพาะบริเวณตรงกลาง
- แพ้แสงหรือเห็นแสงจ้าผิดปกติ
- เห็นจุดดำหรือเงาลอยในลานสายตา
- ปวดตา ตาแดง หรือมีอาการระคายเคือง
แนวทางดูแลเบื้องต้น
- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
- สวมแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง
- รับประทานอาหารที่มีสารอาหารช่วยบำรุงสายตา
- พักสายตาเมื่อต้องใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
- หากการมองเห็นเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ควรรีบพบจักษุแพทย์
โรคไตในผู้สูงอายุ
การทำงานของไตอาจลดลงตามวัย ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคไตเรื้อรังได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ หากไตทำงานผิดปกติเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการกำจัดของเสียและสมดุลน้ำในร่างกาย จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพและเฝ้าระวังความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ
อาการที่ควรสังเกต
- ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ
- ปัสสาวะเป็นฟองหรือมีเลือดปน
- บวมบริเวณเท้า ขา หรือรอบดวงตา
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายโดยไม่ทราบสาเหตุ
แนวทางดูแลเบื้องต้น
- ตรวจการทำงานของไตและปัสสาวะตามคำแนะนำของแพทย์
- ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- รับประทานอาหารให้เหมาะสม ลดการทานอาหารรสเค็มจัด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตามสภาพร่างกายและคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาแก้ปวดบางชนิดที่อาจกระทบต่อไต
โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ
โรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่ควรเฝ้าระวังในผู้สูงอายุ เพราะมักไม่แสดงอาการผิดปกติอย่างชัดเจน หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการควบคุม อาจทำให้หลอดเลือดและหัวใจทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
อาการที่ควรสังเกต
- ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะบ่อย
- ใจสั่นหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
- ตาพร่ามัว
- เลือดกำเดาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ในบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติเลย
แนวทางเฝ้าระวังเบื้องต้น
- วัดความดันโลหิตเป็นประจำ
- ลดอาหารเค็มและอาหารที่มีโซเดียมสูง
- ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม
- ควบคุมน้ำหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
โรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
โรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ส่งผลให้สมองบางส่วนขาดเลือดและทำงานผิดปกติ ส่วนภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์มักส่งผลต่อความจำ การคิด และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ
สังเกตสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองด้วยหลักการ FAST
- F (Face) : ปากเบี้ยว ใบหน้าชาครึ่งซีก
- A (Arms) : แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง
- S (Speech) : พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือสื่อสารผิดปกติ
- T (Time) : หากพบอาการดังกล่าว ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
สัญญาณเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อม
- หลงลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ
- วางของผิดที่หรือหาของใช้ที่คุ้นเคยไม่พบ
- สับสนเรื่องวัน เวลา หรือสถานที่
- ทำกิจวัตรที่เคยทำเป็นประจำได้ยากขึ้น
- มีปัญหาในการสื่อสารหรือเลือกใช้คำ
- บุคลิก อารมณ์ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
โรคกระดูกและข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ
โรคกระดูกและข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคในผู้สูงอายุที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง จนนำไปสู่ภาวะกระดูกพรุน ซึ่งทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่าย ขณะเดียวกันข้อเข่าเสื่อมก็พบได้บ่อยจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ ส่งผลให้มีอาการปวด เข่าฝืด หรือเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก หากอาการรุนแรงอาจกระทบต่อการเดินและการทรงตัว ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก
อาการที่ควรสังเกต
- ปวดเข่า โดยเฉพาะขณะเดินหรือขึ้นลงบันได
- ข้อเข่าฝืด ตึง หรือเคลื่อนไหวได้จำกัด
- เดินไม่มั่นคงหรือทรงตัวได้ยาก
- ปวดหลังหรือมีอาการปวดกระดูกผิดปกติ
- กระดูกหักง่ายจากการกระแทกหรืออุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย
แนวทางดูแลเบื้องต้น
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ
- ออกกำลังกายที่เหมาะกับวัย เช่น เดินหรือฝึกกล้ามเนื้อและการทรงตัว
- ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
- จัดบ้านให้ปลอดภัยและลดสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้สะดุดล้ม
- ตรวจมวลกระดูกตามความเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
- หากมีอาการปวดหรือเคลื่อนไหวลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

วิธีดูแลและป้องกันโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุ
การดูแลสุขภาพในวัยผู้สูงอายุสามารถเริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน ทั้งการกินอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ซึ่งแต่ละด้านมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ โดยมีแนวทางการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุดังนี้
ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก โดยเฉพาะโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุที่อาจยังไม่แสดงอาการชัดเจน ควรเข้ารับการตรวจตามช่วงอายุและคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี และอาหารที่มีแคลเซียม พร้อมลดอาหารหวาน มัน และเค็ม รวมถึงเลือกรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ
ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก และช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น ผู้สูงอายุอาจเลือกกิจกรรมที่ไม่หักโหม เช่น เดินช้า ๆ ยืดเหยียด หรือฝึกการทรงตัว โดยควรทำอย่างสม่ำเสมอและปรับระดับให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน
ทำประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
การทำ ประกันสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุช่วยเตรียมความพร้อมด้านค่าใช้จ่าย หากต้องเข้ารับการรักษาหรือมีปัญหาสุขภาพที่ต้องดูแลต่อเนื่อง โดยควรเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับอายุ สุขภาพ และงบประมาณ พร้อมตรวจสอบรายละเอียดเรื่องวงเงินความคุ้มครอง โรคที่เป็นมาก่อน และเงื่อนไขการรับประกันก่อนตัดสินใจ
ดูแลสุขภาพจิตและการนอนหลับ
สุขภาพจิตและการพักผ่อนที่เพียงพอมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ควรหาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ พูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อน และจัดเวลานอนให้เป็นเวลา รวมถึงสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้เหมาะกับการพักผ่อน เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดีและลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ รู้ทันทุกความเปลี่ยนแปลง ใส่ใจสุขภาพในทุกวัน
โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุหลายโรคอาจเริ่มจากอาการเล็ก ๆ ที่สังเกตได้ยาก การตรวจสุขภาพเป็นประจำและหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพจิต เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงและรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
นอกจากการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันแล้ว การวางแผนด้านการเงินและความคุ้มครองก็เป็นอีกเรื่องที่ควรเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ จากเมืองไทยประกันชีวิตเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับช่วงวัย ช่วยเตรียมความพร้อมให้ตัวเองและครอบครัวรับมือกับค่าใช้จ่ายหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพื่อให้ใช้ชีวิตในวัยสูงอายุได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ สนใจติดต่อตัวแทน ศูนย์บริการลูกค้า และช่องทางอื่น ๆ ของเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ