Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ลดเค็ม เลี่ยงหวาน !  ในเทศกาลกินเจ 2569

ลดเค็ม เลี่ยงหวาน ! ในเทศกาลกินเจ 2569

28 กันยายน 2569

3 นาที

เข้าสู่เทศกาลกินเจอีกครั้งในปี 2569 นี้ ซึ่งปีนี้เทศกาลกินเจตรงกับวันที่ 10 - 18 ตุลาคม 2565 รวมเวลา 9 วัน หลายคนอาจกำลังวางแผนคัดสรรเมนูเด็ดทั้งคาวหวานอยู่ในลิสต์เรียบร้อย ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจคิดว่าการกินเจจะทำให้ร่างกายได้รับแต่สารอาหารที่ดีกว่าเดิม เพราะงดกินเนื้อสัตว์ แต่ความจริงแล้วอาหารเจ ยังมีความเสี่ยงต่อโรคร้ายอยู่มาก จากรสชาติและส่วนผสมของอาหารที่อาจเค็มหรือหวานมากเกินไป  


โดยเฉพาะอาหารรสเค็ม เพราะส่วนมากเป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง หากกินมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ รวมถึงพฤติกรรมการกินอาจทำให้เสี่ยงโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และไตเรื้อรัง เป็นต้น วันนี้ลองมาดูแนวทางการกินเจเพื่อให้ได้สุขภาพดี ไม่มีโรคร้ายเข้าใกล้กัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมา !



เตรียมพร้อมก่อนกินเจ


เตรียมพร้อมก่อนกินเจ


ก่อนจะถึงเทศกาลกินเจต้องมีการเตรียมพร้อมกันก่อน หรือเรียกอีกอย่างว่า การล้างท้องก่อนกินเจ โดยส่วนมากจะนิยมล้างท้องโดยการงดเว้นเนื้อสัตว์ ผัก และอาหารต้องห้ามทุกชนิดก่อนกินเจจริง ๆ 1 วัน แต่ถ้าใครยังไม่สามารถงดเนื้อสัตว์ได้ในทันที อาจปรับทีละนิดเช่น เปลี่ยนจากการกินเนื้อแดงมาเป็นเนื้อปลาแทน และเน้นกินโปรตีนพวกถั่วต่าง ๆ พร้อมกับเพิ่มผักผลไม้ลงไปในมื้ออาหาร เพื่อให้ระบบย่อยอาหารเริ่มปรับตัวก็ได้เช่นกัน


ที่มา : greenday



งดอาหารรสเค็มจัด เสี่ยงโซเดียมสูง


งดอาหารรสเค็มจัด เสี่ยงโซเดียมสูง


ช่วงเทศกาลกินเจควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ผัดผักกาดดอง หัวไชโป๊ว กานาฉ่าย เพราะเป็นอาหารที่ใช้เกลือมาก และผักที่ผ่านกรรมวิธีการดองเป็นเวลานาน จะทำให้เราได้รับคุณค่าทางอาหารที่น้อยลง


ซึ่งข้อมูลจาก สสส. ระบุไว้ว่า ปกติคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 600 มิลลิกรัมต่อมื้ออาหาร เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และไตเรื้อรัง เป็นต้น และหากลองปรับพฤติกรรมการกิน โดยลดโซเดียมลงเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้ถึง 20%


ที่มา : thaihealth (ข้อมูล ณ วันที่ 05/09/65 )



งดอาหารรสหวาน เพื่อสุขภาพ


งดอาหารรสหวาน เพื่อสุขภาพ


เทศกาลกินเจ นอกจากเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มแล้ว ภัยจากการกินรสหวานมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื้อรังตามมาได้ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้กินน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แนะนำง่าย ๆ ดังนี้


  • ขนมเจ ส่วนใหญ่มักเป็นขนมหวาน ควรลดปริมาณ เน้นกินหลังอาหารหรือมื้อว่างระหว่างวันแทน ที่สำคัญไม่ควรกินเอาอิ่ม แค่ชิมให้หายอยากก็พอ
  • เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มเจส่วนใหญ่จะมีปริมาณน้ำตาลทราย 1.5 - 2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 5-6 ช้อนชา แนะนำให้เลือกกินแบบน้ำตาลน้อยหรือไม่ใส่เลยยิ่งดี
  • ผลไม้ เลือกที่มีน้ำตาลน้อย ไม่แนะนำให้กินผลไม้แทนมื้ออาหาร โดยมีสัดส่วนการกินผลไม้ เช่น ฝรั่งครึ่งลูก ส้ม 1 ผล มะละกอ 7 ชิ้น แอปเปิล 1 ผล เป็นต้น


ที่มา : thaihealth (ข้อมูล ณ วันที่ 05/09/65 )


เลือกกินอาหารเจเพื่อสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs


เลือกกินอาหารเจเพื่อสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs


เพราะการเลือกกินอาหารเจ ไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย ดังนั้นหากเราควรเลือกกินอาหารเจให้ถูกหลักโภชนาการ ก็จะช่วยลดเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น


  • เลือกกินผักสด
  • สั่งอาหารเค็มน้อย ไม่ใส่ผงชูรส
  • เลือกไม่ปรุงเพิ่ม เพราะมีเกลืออยู่ในน้ำจิ้ม น้ำปลา หรือซอส
  • เลือกอาหารแปรรูปแช่แข็ง มีฉลากโภชนาการทางเลือกสุขภาพ
  • เลี่ยงอาหารอาหารกึ่งสำเร็จรูป เพราะมีเกลือสูง
  • เลี่ยงอาหารหมักดอง เพราะเป็นแหล่งของโซเดียม
  • เลี่ยงขนมกรุบกรอบ เพราะมีโซเดียมสูง


ที่มา : thaihealth (ข้อมูล ณ วันที่ 05/09/65 )


การกินเจนอกจากจะอิ่มบุญแล้ว ยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เน้นกินผักและผลไม้น้ำตาลน้อย งดของมันของหมักดองและของทอด และที่สำคัญต้องไม่ลืมดูแลเรื่องของความสะอาด ล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง และสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างเมื่อต้องต่อคิวซื้ออาหาร เพราะโควิด 19 ยังไม่หายไปไหน


รวมถึงการมีประกันสุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการซื้อประกันสุขภาพตั้งแต่ตอนที่เรายังสุขภาพดี จะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ เพราะประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน หากเจ็บป่วยแล้วถึงตัดสินใจซื้อก็อาจสายไป ดังนั้นวางแผนเตรียมไว้มั่นใจกว่า


เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครองการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ โรคระบาด โรคร้ายแรง และโรคทั่วไป เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี* คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี


ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี วันละ 65 บาท
เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท
โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี


รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
☑️ โทร 1766
☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ สาขาธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์


เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต
Whatever’s Next, MTL’s NEXT to You
พร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ


*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส หรือแบบ ดี เฮลท์ พลัส

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


A: อาหารเจสามารถปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ เช่น ซีอิ๊ว ซอสถั่วเหลือง เกลือ น้ำตาล หรือเครื่องปรุงสูตรเจ โดยควรตรวจสอบฉลากและสัญลักษณ์เจก่อนเลือกใช้ เพราะเครื่องปรุงบางชนิดอาจมีส่วนประกอบจากสัตว์

บทความน่าสนใจ