Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

12 ประโยชน์ของสับปะรด ผลไม้รสเปรี้ยว เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอักเสบ 02

12 ประโยชน์ของสับปะรด ผลไม้รสเปรี้ยว เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอักเสบ

03 กุมภาพันธ์ 2569

60 นาที

   หากพูดถึงผลไม้ไทยที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สับปะรด เป็นหนึ่งในผลไม้ยอดนิยมที่มีทั้งรสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่น และคุณประโยชน์มหาศาล วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะมาเจาะลึกถึง ประโยชน์ของสับปะรดที่คุณอาจยังไม่รู้ ซึ่งจะทำให้คุณหันมาเติมสับปะรดในเมนูอาหารมากขึ้น

   สับปะรดเป็นผลไม้เขตร้อนที่มีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ปลูกสับปะรดกันมากในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และชลบุรี สับปะรด มีจุดเด่นที่รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานง่าย และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายทั้งคาวและหวาน


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ




คุณค่าทางโภชนาการของสับปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่ให้พลังงานต่ำ แต่เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในสับปะรดสด 100 กรัม มีสารอาหารหลักดังนี้

  • พลังงาน: 50 แคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต: 13 กรัม
  • น้ำตาล: 10 กรัม
  • ใยอาหาร: 1.4 กรัม
  • โปรตีน: 0.5 กรัม
  • ไขมัน: 0.1 กรัม

นอกจากนี้สับปะรดมีสรรพคุณที่โดดเด่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย

  • วิตามินซี: 47.8 มิลลิกรัม (80% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • วิตามินบี1: 0.08 มิลลิกรัม (7% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • วิตามินบี6: 0.11 มิลลิกรัม (9% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • กรดโฟลิก: 18 ไมโครกรัม (5% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • แมงกานีส: 0.93 มิลลิกรัม (46% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • ทองแดง: 0.11 มิลลิกรัม (12% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • โพแทสเซียม: 109 มิลลิกรัม (3% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
  • แมกนีเซียม: 12 มิลลิกรัม (3% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)

ที่สำคัญ สับปะรดยังมี เอนไซม์โบรมีเลน (Bromelain) ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เป็นคุณสมบัติพิเศษที่ไม่ค่อยพบในผลไม้อื่นๆ อีกด้วย



สารต้านอนุมูลอิสระกับการต้านโรค

สับปะรดมีประโยชน์ในการต้านทานโรคคือการเป็นแหล่งของ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องร่างกายจากความเสียหายของเซลล์และลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ โดยในสับปะรดมีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่

  • ฟลาโวนอยด์: ช่วยลดการอักเสบและป้องกันเซลล์จากความเสียหาย
  • สารประกอบฟีนอล: ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
  • วิตามินซี: เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยในการสร้างคอลลาเจน

การรับประทานสับปะรดเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง และเบาหวาน เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคเหล่านี้

12 ประโยชน์ของสับปะรดที่ควรรู้

12 ประโยชน์ของสับปะรดที่ควรรู้

1. เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด

สับปะรดสรรพคุณโดดเด่นด้วยปริมาณวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกัน สับปะรดหนึ่งถ้วยให้วิตามินซีมากกว่า 80% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ หวัด และไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ช่วยย่อยอาหารด้วยเอนไซม์โบรมีเลน

เอนไซม์โบรมีเลนในสับปะรดช่วยย่อยโปรตีนและอาหารที่รับประทานเข้าไป ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาหารไม่ย่อย จึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร

3. ช่วยลดการอักเสบ ฟื้นฟูร่างกาย

ประโยชน์ของสับปะรดอีกประการคือการลดการอักเสบ โบรมีเลนมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบจากโรคข้ออักเสบ เก๊าต์ และการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

4. ช่วยลดน้ำหนัก ใยอาหารสูง อิ่มนาน

สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำแต่มีใยอาหารสูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ควบคุมความอยากอาหาร และช่วยในการย่อยอาหาร นอกจากนี้ น้ำในสับปะรดยังช่วยขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำและทำให้ร่างกายสดชื่น

5. บำรุงผิวพรรณ ชะลอริ้วรอย

วิตามินซีในสับปะรดช่วยในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย และแผลเป็น ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

6. ลดความเสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจ

สารต้านอนุมูลอิสระในสับปะรดช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด รวมทั้งมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด นอกจากนี้ วิตามินซี โพแทสเซียม และใยอาหารในสับปะรดยังช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และป้องกันโรคหัวใจ

7. ขับปัสสาวะ ป้องกันนิ่วในไต

สับปะรดประโยชน์ในการขับปัสสาวะเนื่องจากมีน้ำและโพแทสเซียมสูง ช่วยล้างระบบทางเดินปัสสาวะและป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ ความเป็นกรดของสับปะรดยังช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต โดยเฉพาะนิ่วแคลเซียมออกซาเลต

8. บำรุงกระดูกและฟัน

แมงกานีสในสับปะรดช่วยในการสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินซีช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่จำเป็นสำหรับสุขภาพกระดูกและฟันที่ดี

9. ควบคุมความดันโลหิต

โพแทสเซียมในสับปะรดช่วยควบคุมความดันโลหิต โดยช่วยลดผลกระทบของโซเดียมในร่างกาย ช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลาย และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

10. แก้อาการท้องผูก

ใยอาหารในสับปะรดช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และส่งเสริมการขับถ่ายที่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ น้ำในสับปะรดยังช่วยให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

11. ดูแลสุขภาพช่องปาก ลดเลือดออกตามไรฟัน

สับปะรดสรรพคุณในการต้านการอักเสบช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน และลดการติดเชื้อในช่องปาก วิตามินซีช่วยเสริมสร้างเหงือกให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคปริทันต์และฟันผุ

12. ลดอาการอักเสบหลังออกกำลังกาย

นักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายหนักมักใช้สับปะรดหรือน้ำสับปะรดเพื่อลดอาการปวดและอักเสบของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย โบรมีเลนช่วยลดการอักเสบและทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


กินสับปะรดสรรพคุณยังไงให้ปลอดภัย

รับประทานสับปะรดยังไงให้ปลอดภัย

ถึงแม้ว่า ประโยชน์ของสับปะรดจะมีมากมาย แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ดังนี้

ปริมาณที่เหมาะสม: ผู้ใหญ่ควรรับประทานสับปะรดประมาณ 1-2 ถ้วยต่อวัน

กลุ่มที่ควรระวัง:

คนตั้งครรภ์: ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากโบรมีเลนอาจทำให้มดลูกบีบตัว

ผู้ป่วยเบาหวาน: ควรระวังปริมาณน้ำตาลในสับปะรด

ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร: ความเปรี้ยวของสับปะรดอาจระคายเคืองกระเพาะ

ผู้ที่แพ้ยาง: อาจมีอาการแพ้สับปะรดได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง: การรับประทานสับปะรดมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองปาก ลิ้น และลำคอ รวมทั้งท้องเสียหรือปวดท้องได้



ทริคเลือกสับปะรดให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

การเลือกสับปะรดที่ดีจะช่วยให้ได้รับประโยชน์ของสับปะรดอย่างเต็มที่

ดูสี: เลือกสับปะรดที่มีสีเหลืองทองจนถึงส้มอ่อน หากมีสีเขียวมากเกินไปแสดงว่ายังไม่สุก

ดูกลิ่น: สับปะรดที่ดีควรมีกลิ่นหอมหวานที่ก้านผล หากไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่นเปรี้ยวจัด อาจยังไม่สุกหรือสุกเกินไป

ดูเปลือก: ควรแน่น ไม่ช้ำ และมีขนาดตาเล็กแบน แสดงว่าสุกกำลังดี

ดูใบ: ใบควรเป็นสีเขียวสด ไม่เหลืองหรือแห้ง



วิธีเก็บรักษาสับปะรด

สับปะรดทั้งผลเก็บได้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 วัน

หากต้องการเก็บนานขึ้น ให้หั่นเป็นชิ้นและเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 3-5 วัน

หากต้องการเก็บนานมากกว่านั้น สามารถแช่แข็งได้นาน 2-3 เดือน

ไอเดียเมนูง่ายๆ จากสับปะรดประโยชน์

ไอเดียเมนูง่ายๆ จากสับปะรด

มีหลายวิธีในการรับประทานสับปะรดเพื่อให้ได้รับสับปะรดสรรพคุณอย่างเต็มที่

กินผลสด: ทานเป็นของว่างหรือของหวานหลังอาหาร

น้ำสับปะรด: คั้นสดเพื่อดื่มเป็นน้ำผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

สมูทตี้: ปั่นรวมกับผลไม้อื่นๆ เช่น กล้วย มะม่วง หรือเบอร์รี่

สลัดผลไม้: หั่นชิ้นผสมกับผลไม้อื่นๆ เช่น แตงโม ส้ม และองุ่น

สับปะรดย่าง: ย่างเพื่อให้รสชาติหวานเข้มข้น ทานกับไอศกรีมหรือโยเกิร์ต

อาหารคาว: ใช้ในเมนูผัด แกง หรือต้มยำ เช่น ข้าวผัดสับปะรด แกงส้ม หรือต้มยำกุ้ง

ประโยชน์ของสับปะรดมีมากมายตั้งแต่การเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยย่อยอาหาร ลดการอักเสบ ไปจนถึงการดูแลผิวพรรณและป้องกันโรคร้ายต่างๆ การบริโภคสับปะรดเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกาย


อย่างไรก็ตาม การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้มาจากการบริโภคสับปะรดหรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องมาจากการดูแลร่างกายอย่างรอบด้าน ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการมีประกันสุขภาพที่คุ้มครองอย่างครอบคลุม

เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัว ด้วยแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาลและการป้องกันโรค เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่เมื่อเกิดเจ็บป่วย พร้อมสวัสดิการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว

นอกจากการดูแลเรื่องการทานอาหารแล้ว ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 04/11/68

🔖rahan

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจจะสนใจ