12 ประโยชน์ของสับปะรด ผลไม้รสเปรี้ยว เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอักเสบ
หากพูดถึงผลไม้ไทยที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สับปะรด เป็นหนึ่งในผลไม้ยอดนิยมที่มีทั้งรสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่น และคุณประโยชน์มหาศาล วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะมาเจาะลึกถึง ประโยชน์ของสับปะรดที่คุณอาจยังไม่รู้ ซึ่งจะทำให้คุณหันมาเติมสับปะรดในเมนูอาหารมากขึ้น
สับปะรดเป็นผลไม้เขตร้อนที่มีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ปลูกสับปะรดกันมากในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และชลบุรี สับปะรด มีจุดเด่นที่รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานง่าย และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายทั้งคาวและหวาน
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- คุณค่าทางโภชนาการของสับปะรด
- สารต้านอนุมูลอิสระกับการต้านโรค
- 12 ประโยชน์ของสับปะรดที่ควรรู้
- รับประทานสับปะรดยังไงให้ปลอดภัย
- ทริคเลือกสับปะรดให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ
- วิธีเก็บรักษาสับปะรด
- ไอเดียเมนูง่ายๆ จากสับปะรด
คุณค่าทางโภชนาการของสับปะรด
สับปะรดเป็นผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่ให้พลังงานต่ำ แต่เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในสับปะรดสด 100 กรัม มีสารอาหารหลักดังนี้
- พลังงาน: 50 แคลอรี
- คาร์โบไฮเดรต: 13 กรัม
- น้ำตาล: 10 กรัม
- ใยอาหาร: 1.4 กรัม
- โปรตีน: 0.5 กรัม
- ไขมัน: 0.1 กรัม
นอกจากนี้สับปะรดมีสรรพคุณที่โดดเด่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย
- วิตามินซี: 47.8 มิลลิกรัม (80% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- วิตามินบี1: 0.08 มิลลิกรัม (7% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- วิตามินบี6: 0.11 มิลลิกรัม (9% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- กรดโฟลิก: 18 ไมโครกรัม (5% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- แมงกานีส: 0.93 มิลลิกรัม (46% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- ทองแดง: 0.11 มิลลิกรัม (12% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- โพแทสเซียม: 109 มิลลิกรัม (3% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
- แมกนีเซียม: 12 มิลลิกรัม (3% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)
ที่สำคัญ สับปะรดยังมี เอนไซม์โบรมีเลน (Bromelain) ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เป็นคุณสมบัติพิเศษที่ไม่ค่อยพบในผลไม้อื่นๆ อีกด้วย
สารต้านอนุมูลอิสระกับการต้านโรค
สับปะรดมีประโยชน์ในการต้านทานโรคคือการเป็นแหล่งของ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องร่างกายจากความเสียหายของเซลล์และลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ โดยในสับปะรดมีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่
- ฟลาโวนอยด์: ช่วยลดการอักเสบและป้องกันเซลล์จากความเสียหาย
- สารประกอบฟีนอล: ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
- วิตามินซี: เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยในการสร้างคอลลาเจน
การรับประทานสับปะรดเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง และเบาหวาน เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคเหล่านี้

12 ประโยชน์ของสับปะรดที่ควรรู้
1. เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด
สับปะรดสรรพคุณโดดเด่นด้วยปริมาณวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกัน สับปะรดหนึ่งถ้วยให้วิตามินซีมากกว่า 80% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ หวัด และไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ช่วยย่อยอาหารด้วยเอนไซม์โบรมีเลน
เอนไซม์โบรมีเลนในสับปะรดช่วยย่อยโปรตีนและอาหารที่รับประทานเข้าไป ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาหารไม่ย่อย จึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร
3. ช่วยลดการอักเสบ ฟื้นฟูร่างกาย
ประโยชน์ของสับปะรดอีกประการคือการลดการอักเสบ โบรมีเลนมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบจากโรคข้ออักเสบ เก๊าต์ และการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
4. ช่วยลดน้ำหนัก ใยอาหารสูง อิ่มนาน
สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำแต่มีใยอาหารสูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ควบคุมความอยากอาหาร และช่วยในการย่อยอาหาร นอกจากนี้ น้ำในสับปะรดยังช่วยขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำและทำให้ร่างกายสดชื่น
5. บำรุงผิวพรรณ ชะลอริ้วรอย
วิตามินซีในสับปะรดช่วยในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย และแผลเป็น ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี
6. ลดความเสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจ
สารต้านอนุมูลอิสระในสับปะรดช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด รวมทั้งมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด นอกจากนี้ วิตามินซี โพแทสเซียม และใยอาหารในสับปะรดยังช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และป้องกันโรคหัวใจ
7. ขับปัสสาวะ ป้องกันนิ่วในไต
สับปะรดประโยชน์ในการขับปัสสาวะเนื่องจากมีน้ำและโพแทสเซียมสูง ช่วยล้างระบบทางเดินปัสสาวะและป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ ความเป็นกรดของสับปะรดยังช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต โดยเฉพาะนิ่วแคลเซียมออกซาเลต
8. บำรุงกระดูกและฟัน
แมงกานีสในสับปะรดช่วยในการสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินซีช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่จำเป็นสำหรับสุขภาพกระดูกและฟันที่ดี
9. ควบคุมความดันโลหิต
โพแทสเซียมในสับปะรดช่วยควบคุมความดันโลหิต โดยช่วยลดผลกระทบของโซเดียมในร่างกาย ช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลาย และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
10. แก้อาการท้องผูก
ใยอาหารในสับปะรดช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และส่งเสริมการขับถ่ายที่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ น้ำในสับปะรดยังช่วยให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
11. ดูแลสุขภาพช่องปาก ลดเลือดออกตามไรฟัน
สับปะรดสรรพคุณในการต้านการอักเสบช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน และลดการติดเชื้อในช่องปาก วิตามินซีช่วยเสริมสร้างเหงือกให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคปริทันต์และฟันผุ
12. ลดอาการอักเสบหลังออกกำลังกาย
นักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายหนักมักใช้สับปะรดหรือน้ำสับปะรดเพื่อลดอาการปวดและอักเสบของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย โบรมีเลนช่วยลดการอักเสบและทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

รับประทานสับปะรดยังไงให้ปลอดภัย
ถึงแม้ว่า ประโยชน์ของสับปะรดจะมีมากมาย แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ดังนี้
ปริมาณที่เหมาะสม: ผู้ใหญ่ควรรับประทานสับปะรดประมาณ 1-2 ถ้วยต่อวัน
กลุ่มที่ควรระวัง:
คนตั้งครรภ์: ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากโบรมีเลนอาจทำให้มดลูกบีบตัว
ผู้ป่วยเบาหวาน: ควรระวังปริมาณน้ำตาลในสับปะรด
ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร: ความเปรี้ยวของสับปะรดอาจระคายเคืองกระเพาะ
ผู้ที่แพ้ยาง: อาจมีอาการแพ้สับปะรดได้เช่นกัน
ข้อควรระวัง: การรับประทานสับปะรดมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองปาก ลิ้น และลำคอ รวมทั้งท้องเสียหรือปวดท้องได้
ทริคเลือกสับปะรดให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ
การเลือกสับปะรดที่ดีจะช่วยให้ได้รับประโยชน์ของสับปะรดอย่างเต็มที่
ดูสี: เลือกสับปะรดที่มีสีเหลืองทองจนถึงส้มอ่อน หากมีสีเขียวมากเกินไปแสดงว่ายังไม่สุก
ดูกลิ่น: สับปะรดที่ดีควรมีกลิ่นหอมหวานที่ก้านผล หากไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่นเปรี้ยวจัด อาจยังไม่สุกหรือสุกเกินไป
ดูเปลือก: ควรแน่น ไม่ช้ำ และมีขนาดตาเล็กแบน แสดงว่าสุกกำลังดี
ดูใบ: ใบควรเป็นสีเขียวสด ไม่เหลืองหรือแห้ง
วิธีเก็บรักษาสับปะรด
สับปะรดทั้งผลเก็บได้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 วัน
หากต้องการเก็บนานขึ้น ให้หั่นเป็นชิ้นและเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 3-5 วัน
หากต้องการเก็บนานมากกว่านั้น สามารถแช่แข็งได้นาน 2-3 เดือน

ไอเดียเมนูง่ายๆ จากสับปะรด
มีหลายวิธีในการรับประทานสับปะรดเพื่อให้ได้รับสับปะรดสรรพคุณอย่างเต็มที่
กินผลสด: ทานเป็นของว่างหรือของหวานหลังอาหาร
น้ำสับปะรด: คั้นสดเพื่อดื่มเป็นน้ำผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ
สมูทตี้: ปั่นรวมกับผลไม้อื่นๆ เช่น กล้วย มะม่วง หรือเบอร์รี่
สลัดผลไม้: หั่นชิ้นผสมกับผลไม้อื่นๆ เช่น แตงโม ส้ม และองุ่น
สับปะรดย่าง: ย่างเพื่อให้รสชาติหวานเข้มข้น ทานกับไอศกรีมหรือโยเกิร์ต
อาหารคาว: ใช้ในเมนูผัด แกง หรือต้มยำ เช่น ข้าวผัดสับปะรด แกงส้ม หรือต้มยำกุ้ง
ประโยชน์ของสับปะรดมีมากมายตั้งแต่การเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยย่อยอาหาร ลดการอักเสบ ไปจนถึงการดูแลผิวพรรณและป้องกันโรคร้ายต่างๆ การบริโภคสับปะรดเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกาย
อย่างไรก็ตาม การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้มาจากการบริโภคสับปะรดหรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องมาจากการดูแลร่างกายอย่างรอบด้าน ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการมีประกันสุขภาพที่คุ้มครองอย่างครอบคลุม
เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัว ด้วยแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาลและการป้องกันโรค เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่เมื่อเกิดเจ็บป่วย พร้อมสวัสดิการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว
นอกจากการดูแลเรื่องการทานอาหารแล้ว ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 04/11/68