กินผิดชีวิตเปลี่ยน โรค PCOS ห้ามกินอะไรบ้าง รู้เร็ว เลี่ยงได้ไว
ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเครียด มลภาวะ หรือแม้แต่อาหารการกินที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่แอบซ่อนความเสี่ยงต่อสุขภาพไว้โดยไม่รู้ตัว หนึ่งในโรคที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากขึ้นในหมู่ผู้หญิงยุคนี้ก็คือ "โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ" หรือ PCOS
บทความนี้จะพาคุณมารู้จักและเข้าใจถึงตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรค PCOS รวมถึงเรื่องของอาหารการกิน เป็นโรค PCOS ห้ามกินอะไรบ้าง เป็นแนวทางการดูแลตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับโรคนี้ ตามมาอ่านกันเลย
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
1. โรค PCOS คืออะไร เกิดจากอะไร?
4. อาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วย PCOS

1. โรค PCOS คืออะไร เกิดจากอะไร?
โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) ภาวะนี้เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนหรือความผิดปกติในระบบต่อมไร้ท่อ ส่งผลให้มีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากปรากฏในรังไข่ ซึ่งถุงน้ำเหล่านี้อาจไปรบกวนการทำงานตามปกติของรังไข่ ส่งผลต่อการตกไข่ การมีประจำเดือน ความสามารถในการตั้งครรภ์ รวมถึงสุขภาพโดยรวม มักพบในผู้หญิงวัยที่สามารถมีบุตรได้ โดยอาการมักเริ่มแสดงตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงช่วงอายุประมาณ 15-30 ปี บางรายอาจเริ่มมีสัญญาณผิดปกติตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีประจำเดือน เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขณะที่บางคนอาจไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งพบปัญหาเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
หากถามว่าโรค PCOS เกิดจากอะไร ปัจจุบันยังไม่ได้มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่แอดขอสรุปปัจจัยหลัก ๆ ที่มีผลทำให้เกิดภาวะของโรค PCOS ขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่
ระดับฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้น
การที่ระดับฮอร์โมนเพศชายอย่างแอนโดรเจนในร่างกายสูงกว่าปกติสามารถรบกวนกระบวนการตกไข่ ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่แน่นอนหรือขาดหายไปเป็นช่วง ๆ ซึ่งความผิดปกติในการตกไข่นี้อาจนำไปสู่การเกิดถุงน้ำเล็ก ๆ หลายใบในรังไข่ นอกจากนี้ ระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติยังอาจกระตุ้นให้เกิดลักษณะบางอย่างที่คล้ายกับลักษณะของเพศชาย เช่น การมีขนตามใบหน้า หรือร่างกายเพิ่มขึ้น รวมถึงการเกิดสิวอีกด้วย
มีภาวะดื้อฮอร์โมนอินซูลิน
อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยตับอ่อน มีหน้าที่หลักในการควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด หากร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี หรือที่เรียกว่าภาวะดื้ออินซูลิน ตับอ่อนจะตอบสนองด้วยการผลิตอินซูลินมากขึ้น ระดับอินซูลินที่สูงผิดปกตินี้อาจกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนการตกไข่ และอาจนำไปสู่อาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะของโรค PCOS ได้

2. อาการของผู้ที่เป็นโรค PCOS
ถ้าคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวอาจกำลังเผชิญกับภาวะนี้ มาดูกันดีกว่าว่า อาการของผู้ที่เป็นโรค PCOS มีอะไรบ้าง มาลองสังเกตกัน
ประจำเดือนมาไม่ปกติ
อาการที่พบบ่อยคือความผิดปกติของรอบเดือน เช่น รอบเดือนมาห่างนานเกิน 35 วัน หรือไม่มีประจำเดือนติดต่อกันหลายเดือน (มากกว่า 3 รอบเดือน) บางรายอาจมีประจำเดือนเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี โดยเฉลี่ยน้อยกว่า 8 ครั้ง หรืออาจพบว่ามีเลือดออกแบบกะปริบกะปรอยภายหลังจากที่ประจำเดือนขาดหายไปเป็นเวลานาน
น้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วน
ผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะเมื่อค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินภาวะน้ำหนักเกินในคนเอเชีย ทั้งนี้ ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนในผู้ที่มี PCOS มักเกี่ยวข้องกับการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้อง หรือที่เรียกว่า "อ้วนลงพุง" ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ภาวะดื้ออินซูลิน หรือเบาหวานชนิดที่ 2
อาการที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศชายเกิน
หนึ่งในอาการสำคัญของภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) คือการมีระดับฮอร์โมนเพศชายอย่างแอนโดรเจน ในระดับที่สูงกว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เห็นได้ชัดในผู้หญิง เช่น ผิวหน้ามันมากกว่าปกติ เนื่องจากต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ทำให้เกิดสิวเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หลัง หรือหน้าอก นอกจากนี้ยังอาจมีขนขึ้นมากผิดปกติในตำแหน่งที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมี เช่น ใบหน้า หน้าอก หรือหลัง (ภาวะขนดก) และบางรายอาจมีปัญหาผมร่วงจากกลางศีรษะคล้ายผู้ชาย หรือมีลักษณะหัวเถิก ผมบาง ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบสนองของรูขุมขนต่อฮอร์โมนเพศชาย
นอกจากนี้ อาการของโรค PCOS ยังเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีบุตรยาก เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ส่งผลให้การตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่เกิดการตกไข่เลย ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง และยังส่งผลต่อคุณภาพของไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งล้วนมีบทบาทในการฝังตัวของตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนตั้งครรภ์ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายและเตรียมความพร้อมต่อการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
แนะนำ อาหารเพื่อสุขภาพ ของอร่อยทานแล้วดีต่อร่างกาย และดีต่อใจ

3. โรค PCOS ห้ามกินอะไรบ้าง
หากจะพูดถึงการดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่เป็นโรค PCOS หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ "อาหารการกิน" ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้อาการแย่ลงหรือทำให้ควบคุมฮอร์โมนได้ยากขึ้น ดังนั้น การรู้ว่าโรค PCOS ห้ามกินอะไรบ้าง จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ มาดูกันเลยว่าอาหารแบบไหนที่ควรหลีกให้ไกลเลย
นมวัว
นมวัวมีส่วนประกอบของ IGF-1 (Insulin-like Growth Factor 1) และโปรตีน A1 casein ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลอย่าง PCOS การบริโภคนมวัวในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของอินซูลินและฮอร์โมนเพศ
กาแฟ
กาแฟมีคาเฟอีนซึ่งอาจกระตุ้นระบบประสาทและส่งผลให้ร่างกายมีการตอบสนองต่ออินซูลินลดลง ทำให้น้ำตาลในเลือดถูกดูดซึมได้ช้าหรือไม่เต็มที่ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวน การบริโภคกาแฟอย่างพอเหมาะจึงสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือโรค PCOS
น้ำตาล
ผู้ป่วยโรค PCOS มักมีภาวะดื้ออินซูลินร่วมด้วย ซึ่งทำให้ระดับอินซูลินในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูงจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และยิ่งทำให้อินซูลินสูงขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนแปรปรวนและการตกไข่ผิดปกติ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน ส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์และสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนผิดปกติ เช่น PCOS ควรจำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์เพื่อช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน
น้ำมันสกัดจากเมล็ดพืช
น้ำมันที่สกัดมาจากเมล็ดพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันเมล็ดทานตะวัน มีกรดไขมันโอเมกา-6 ในปริมาณสูง หากบริโภคมากเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรังหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน

4. อาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วย PCOS
สำหรับผู้ป่วย PCOS การดูแลตัวเองไม่ได้มีแค่เรื่องการใช้ยาเท่านั้น แต่ "การเลือกกินอาหารที่เหมาะสม" ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน แล้วมีอาหารอะไรบ้างนะ ที่แอดจะแนะนำสำหรับผู้ป่วย PCOS? มาดูกันเลยว่าเมนูไหนทานแล้วดีต่อร่างกาย
อาหารในกลุ่ม Fiber
อาหารที่มี Fiber หรือกากใยอาหาร มีคุณสมบัติในการช่วยลดระดับอินซูลินในเลือด และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อระบบขับถ่าย
- ข้าวกล้อง
- ข้าวไรซ์เบอร์รี่
- ถั่วเหลือง
- ถั่วลิสง
- อัลมอนด์
- วอลนัท
- ถั่วพิสตาชิโอ
อาหารในกลุ่มโปรตีน
เลือกรับประทานอาหารในกลุ่มโปรตีน จะช่วยเสริมสร้างพลังงานให้ร่างกาย ช่วยซ่อมแซ่มส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้เลือกทานโปรตีนกลุ่มที่ไขมันต่ำ ทานแล้วอิ่มนาน มีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
- เนื้อไก่
- เนื้อปลา
- เต้าหู้
- โปรตีนพืช
อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จะมีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกาย เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะดื้ออินซูลิน และลดความเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อันเนื่องมาจากภาวะอักเสบในร่างกายอีกด้วย
- สตรอว์เบอร์รี
- เชอร์รี
- ราสป์เบอร์รี
- ส้ม
- สัปปะรด
- มะละกอ
- บร็อกโคลี่
- มะเขือเทศ
- อะโวคาโด
ผู้ที่ป่วยโรค PCOS หากมีอาการแล้ว ควรได้รับดูแลรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องการทานยา การทานอาหาร ตามที่ได้กล่าวไปว่าโรค PCOS ห้ามกินอะไรบ้าง ก็ควรระมัดระวังในเรื่องของอาหารเพิ่มเติมด้วย ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยเป็น แต่กังวลว่าอาจจะเป็นได้ในอนาคต ขอแนะนำให้หมั่นสังเกตร่างกายตนเอง หากพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรีบทำการรักษาโดยเร็ว
เพราะเรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมองข้าม ให้ ประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดูแลคุณอีกแรง เติมความมั่นใจในการใช้ชีวิต ด้วยแผนความคุ้มครองที่ตอบโจทย์คุณ
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต/ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา สืบค้น ณ วันที่ 28/05/2568
🔖Vimuttheptarin
🔖Bangkokpattaya
🔖Siphhospital
🔖Sikarin