บริการเคลมสินไหมสุขภาพ

สะดวก

ง่าย

รวดเร็ว

รู้ครบทุกขั้นตอนการเคลม

สะดวกไม่ต้องสำรองจ่าย ด้วยบริการเคลมที่โรงพยาบาล (Fax Claim) 24 ชม. แสดงบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย คู่บัตรประชาชน กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 300 แห่งทั่วประเทศ เมื่อบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยในฐานะผู้ป่วยใน (ได้รับวินิจฉัยจากแพทย์ให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป)

 


ขั้นตอนที่ 1 แสดงบัตร
แสดงบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย พร้อมบัตรประชาชน หรือใบขับขี่


ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบสิทธิ์
โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิ์ การรักษาของท่านกับบริษัทฯ


ขั้นตอนที่ 3 เข้ารับการรักษาตัว 
เข้ารับการรักษาตัว ตามแผนการรักษาของแพทย์


ขั้นตอนที่ 4 ข้อมูลส่งมายังบริษัท
เมื่อจะออกจากโรงพยาบาล โรงพยาบาลจะส่งข้อมูลการเคลม มายังบริษัทฯ


ขั้นตอนที่ 5 บริษัทประกันพิจารณา
บริษัทฯ จะพิจารณาภายในระยะเวลา 30 นาที (เฉพาะเคสทั่วไป กรณีมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม อาจใช้ระยะเวลาเกินกว่า 30 นาที )  


ขั้นตอนที่ 6 รับ SMS แจ้งผล
ท่านจะได้รับ SMS แจ้ง เมื่อได้รับเอกสารจากโรงพยาบาล และเมื่อบริษัทฯ พิจารณาเสร็จ

หมายเหตุ: หากการรักษาพยาบาลอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่หากมีส่วนต่างต้องชำระส่วนที่เกินสิทธิ์

เคลมสุขภาพ เมื่อต้องสำรองจ่ายไปก่อน ง่าย สะดวก เพียงเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และยื่นเอกสารโดยตรง กับบริษัทฯ

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร

  • ใบเรียกร้องค่าชดเชย กรณีบาดเจ็บ/เจ็บป่วย
  • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง และใบสรุปค่ารักษาพยาบาล  
  • ผลอ่านฟิล์มเอกซ์เรย์ (เฉพาะกรณีกระดูกแตกหัก)

ขั้นตอนที่ 2 ยื่นเอกสาร

  • ยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์บริการลูกค้า เมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ  
  • ส่งไปรษณีย์มาที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เลขที่ 250 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

หมายเหตุ :

  1. กรุณาตรวจสอบวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพบนบัตร ประจำตัวผู้เอาประกันภัย รวมถึงเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ระบุในกรมธรรม์
  2. สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพจะต้องไม่อยู่ในช่วงระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (Waiting Period)
  3. การพิจารณาอนุมัติการเคลมเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
  4. กรณีมียอดค้างชำระเบี้ยประกันภัยเกินกำหนดชำระ แต่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน ท่านจะต้องสำรองเงินไปก่อนแล้วยื่นเคลมกับบริษัทฯ ในภายหลัง
  5. กรณีบริษัทฯ ลงความเห็นว่าไม่สามารถใช้สิทธิผ่านบัตรบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย สามารถส่งเอกสารเรียกร้องสินไหมตามขั้นตอนปกติเมื่อออกจากโรงพยาบาล กับบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ พิจารณาต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

เคยได้ยินว่าถ้ามี “โรคที่เป็นมาก่อน” จะเคลมไม่ได้

ถูกต้อง เนื่องจากตามเงื่อนไขสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ บุคคลที่เคยมีประวัติการรักษาโรคมาก่อนทำประกัน แต่ไม่แถลงสุขภาพเมื่อตอนทำประกัน ทำให้การรักษาโรคดังกล่าวนั้น ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับความคุ้มครอง เมื่อเจ็บป่วยจากโรคนั้นๆ ขึ้นมา จึงไม่สามารถเบิกค่ารักษาหรือเคลมได้นั่นเอง

“โรคที่ระบุไว้ในข้อยกเว้น” มีความหมายว่าอย่างไร

เนื่องจากแต่ละสัญญามีข้อยกเว้นความคุ้มครองที่กำหนดไว้ ดังนั้น หากเจ็บป่วยหรือมีสาเหตุที่ระบุในข้อยกเว้น ผู้เอาประกันภัยจะไม่สามารถเคลมได้ เช่น ประกันคุ้มครองกรณีนอนรักษาในโรงพยาบาล มีข้อยกเว้นคือ ต้องไม่เจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากการพยายามทำร้ายร่างกายตัวเอง ศัลยกรรมเพื่อความงาม หรือโรคเอดส์ เป็นต้น

“Direct Claim” และ “Fax Claim” คืออะไร

Direct Claim คือ วิธีการเคลมที่ผู้เอาประกันต้องยื่นเรื่องรับค่าชดเชย ค่ารักษาพยาบาลกับทางบริษัทประกันโดยตรง ส่วน Fax Claim คือ การเคลมเงินประกันอีกรูปแบบหนึ่งที่เปิดบริการขึ้นมาเพื่อให้ความสะดวกสบายแก่ผู้เอาประกันไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล (ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์) กรณีเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ

“เคลมต่อเนื่อง” ทำได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไร

ทำได้ในกรณีการรักษาโรคเดียวกัน หรือมีอาการสืบเนื่องจากโรคเดียวกันภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย ซึ่งจะถือเป็นการรักษาครั้งเดียวกัน ดังนั้นวงเงินค่ารักษาพยาบาลจะนับต่อเนื่องจากครั้งแรกที่มีการเข้าไปรักษาพยาบาล

ค้นหาสาขา

แอปพลิเคชันสำหรับคุณ

MTL Click Application ช่วยให้ทุกอย่างของคุณเป็นเรื่อง "ง่าย" สามารถเข้าถึงทุกความคุ้มครองและทุกบริการด้านกรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบายยิ่งขึ้น

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ